• การบริหารจัดการแบบพุทธเป็นการกระจายอำนาจและความรับผิดชอบทั้งส่วนตนและส่วนรวม
  • หากสามารถนำมาใช้ได้แม้จะไม่เต็มร้อยก็สามารถเป็นทางออกให้ตนให้สังคมได้
  • ขบวนการกลุ่มของพุทธไม่ได้มุ่งหากำไรจึงทำงานด้วยจิตอาสาและสำนึกรับผิดชอบโดยไม่มีการบังคับ
  • ผู้ที่จะทำงานกลุ่มได้ดีมีความสุขจึงต้องลดความเป็นปัจเจกชนในตนลงให้ได้มากๆ(อัตตา)ลดความเป็นของของตน(อัตนียา)สำหรับผู้ที่มีโลกส่วนตัวสูงคงจะใช้ประโยชน์พลังกลุ่มแบบพุทธได้น้อยเหตุว่าต้องฝืนต่อความรู้สึกมากเช่นกัน..เพราะส่วนมากคนเราจะชอบอะไรที่เป็นส่วนตัวอยู่แล้ว..ขอชื่นชมกับบันทึกเพื่อการเปลี่ยนแปลงนี้..ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อไปเพื่อการพัฒนาให้เหมาะสมกับ
    วิถีชีวิตไทยๆ..อนุโมทนาสาธุ