ดิฉันชื่นชมความคิดเรื่องเกษตรอินทรีย์ค่ะ และเชื่อว่า ทุกๆคนในฐานะผู้บริโภคก็อยากจะให้ชาวนาหรือเกษตรกรทุ่มทุนความรู้มากกว่าทุนที่เป็นตัวเงินเช่นกัน จะได้กินของดีๆมีคุณภาพ และตัวชาวนาเองก็หวังจะทำอย่างนั้นเช่นกัน จะได้ไม่ต้องจ่ายแพง (แต่ใครจะทำบ้าง--คุณลุงคุณป้าของดิฉันก็ทำนาเหมือนกัน แต่ไม่เห็นท่านคิดแบบนี้เลย)

เรื่องที่น่าคิด คือ เพราะอะไรเราจึงยอมรับสารเคมีมาใช้ในแปลงนา ทำไมชาวนาจึงยอมทุ่มทุนซื้อสารเคมีเหล่านี้มาใช้ ทั้งๆที่บ่นว่าแพงเหลือเกิน

เพื่อความสะดวก ไม่เสียเวลา เสียแรงกายดูแลวัชพืช ซึ่งต้องใช้ทั้งความตั้งใจความอดทน(เหมือนอาจารย์)เป็นอันมาก ใช้สารเคมีแล้วเอาเวลาไปทำอย่างอื่นได้

หรือ

เพื่อให้สามารถจัดการกับวัชพืชทีละมากๆ ถ้ามีนาหลายไร่ ก็คงเป็นไปไม่ได้ที่จะดูแลอย่างทั่วถึง

หรือ...

ตราบใดที่ยังทำนาเพื่อการค้า เพื่อส่งข้าวขายตามระบบทุนนิยมเสรีซึ่งเน้นการลงทุนเพื่อให้ได้กำไรมากๆ ดิฉันคิดว่าคงพ้นการใช้สารเคมีนี้ไปไม่ได้ นอกจากเป็นนาทดลอง นาในเกษตรผสมผสาน นาที่ทำเพื่อเป็นผลิตภัณฑ์ปลอดสารเคมีสำหรับขายคนรวย ข้าวจากนาที่ลงทุนเงินซื้อสารเคมีมากๆจึงยังคงเป็นอาหารของคนชั้นกลางและรากหญ้าต่อไป

ดิฉัน(ซึ่งไม่มีความรู้ทางการเกษตร มีแต่จินตนาการ)จึงอยากเสนอให้อาจารย์หรือนักวิจัยด้านนี้ส่วนหนึ่งช่วยคิดค้นหาทางที่จะใช้สารเคมีอย่างมีประสิทธิภาพด้วย (นอกจากเกษตรอินทรีย์ซึ่งเป็นดุจความฝันของคนส่วนใหญ่ในยุคนี้(ที่มีเงินไม่มากแต่มีปากท้องต้องเลี้ยง)) คำว่า สารเคมี เป็นคำที่มีความหมายติดลบ เหมือน ยาฝรั่ง กับ สมุนไพร จริงๆแล้ว สมุนไพรจะรักษาโรคไม่ได้ถ้าไม่มีสารเคมี สารเคมีปราบศัตรูพืชก็เช่นกัน ถ้าใช้ให้ถูกวิธี หรือเป็นสารที่เป็นภัยกับแมลงแต่ปลอดภัยกับคนก็คงจะช่วยสังคมเกษตรอย่างเมืองไทยซึ่งปลูกข้าวขายได้มากเลยค่ะ