กราบเรียนอาจาย์จีระที่เคารพ
กีฬากระโดดน้ำ (diving) เป็นกีฬาที่มีวิธีการกระโดดลงไปในน้ำจากกระดานสปริง หรือที่นิยมเรียกตามภาษาอังกฤษว่า สปริงบอร์ด (springboard) จากชานหรือหอกระโดด ซึ่งเรียกกันว่า แพล็ตฟอร์ม (platform) ด้วยการเอาศีรษะหรือเท้าลงไปก่อนและมีท่าทางที่มีความยากง่ายแตกต่างกันมากมาย
อังกฤษถือเป็นชาติแรกที่จัดการแข่งขันกระโดดน้ำขึ้นอย่างจริงจัง ในปี ค.ศ. 1880 ในระยะแรก การกระโดดน้ำยังไม่มีท่าที่พลิกแพลงไปมากกว่าการกระโดดพุ่งเข้าไปข้างหน้าให้ลำตัวตั้งตรงและเอาศีรษะลงน้ำก่อน แต่ต่อมานักยิมนาสติกชาวสวีเดนและเยอรมนีเริ่มนำท่าแปลกๆใหม่ๆเข้ามาใช้ เช่น การตีลังกา (Somersault) หรือการทำเกลียว(Twist) ก่อนที่ลำตัวจะถึงผิวน้ำ ซึ่งท่าเหล่านั้นก็เป็นที่ฮือฮาเรียกความสนใจจากผู้ชมได้เป็นอย่างมาก ทำให้กีฬากระโดดน้ำกลายเป็นกีฬายอดฮิตและเรียกกันติดปาก ตั้งแต่นั้นมาจนถึงต้นศตวรรษที่ 20 ว่ากีฬากระโดดน้ำลีลา (Fancy Diving)
ในปี ค.ศ. 2008 นี้ เด็กชายอายุ 14 ปี ทอม เดลีย์ นักกระโดดน้ำจะกลายเป็นนักกีฬาจากสหราชอาณาจักรที่มีอายุน้อยที่สุดเป็นอันดับสอง ที่ได้ร่วมแข่งขันในกีฬาโอลิมปิก และอายุน้อยที่สุดในกีฬาโอลิมปิกครั้งนี้
ข้าพเจ้ากระโดดน้ำไม่เป็นแต่ชอบดูลีลาการกระโดดน้ำของผู้เข้าแข่งขันแต่ละคน ซึ่งมีลีลาท่าทางสวยงาม การที่เราจะเลือกเล่นกีฬาใด เราก็ต้องดูบริบทของตัวเองว่าเหมาะที่จะเล่นกีฬาประเภทนั้นหรือไม่ เราชอบมั้ย เล่นเเล้วสร้างความสุจให้กับตัวเองมั้ย (Happiness จาก 8H’s) (วงกลมที่ 1 ในทฤษฎี 3 วงกลม) นักกีฬาแต่ละคนก็มีแรงบันดาลใจของตัวเองคือ การได้ทำชื่อเสียงให้แก่วงศ์ตระกูลหรือประเทศชาติ ทำให้ตัวเองเป็นที่ยอมรับและเป็นคนที่มีคุณค่า (วงกลมที่ 3) แรงบันดาลใจเป็นตัวกระตุ้นและผลักดันให้เราทำสิ่งต่างๆ ที่เราต้องการให้สำเร็จ ในการกีฬาก็คือการได้เหรียญ แต่ทั้งนี้การที่เราสมหวังตามเเรงบันดาลใจที่เรามีเราต้องมีความขยันขันแข็งฝึกซ้อมอย่างเสมอต้นเสมอปลาย มีความอดทน นำความรู้ที่มีมาพลิกเเพลงกระบวนท่าทำให้มีลีลาใหม่ๆเกิดขึ้น (Creativity and Innovation capital) ซึ่งก็จะเป็นการพัฒนาความสามารถของเราในการกระโดดน้ำ (วงกลมที่ 3)
ขอบคุณค่ะ
นางสาวนิชธิมา ระย้าแก้ว
นักศึกษาปริญญาเอก Ph.D. รุ่น 2 (นวัตกรรมการจัดการ)