ธรรมะเรื่องกัลยาณมิตรนี้ อ.นพ.ธวัช จายนียโยธินมาบรรยายให้ พรพ. เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2541  แล้วก็ได้ส่ง file ให้ผู้เข้าอบรมหลักสูตรศึกษาล่วงหน้า จึงขอคัดลอกมาเผยแพร่ไว้ ณ ที่นี้ ครับ

คำบรรยายเรื่องธรรมะกับการเป็นโค้ช โดย อ.นพ.ธวัช จายนียโยธิน

<p>
            รู้สึกดึใจมากที่ได้มาพูด  ได้มาพบพวกเราหลายคน  ท่านประธานได้พูดไว้อย่างน่าประทับใจ  คิดว่าน่าจะได้ร่วมงานกันต่อไป  ตอนแรกผมคิดว่าจบแล้วจะไปทำอย่างอื่น  แต่ดูแล้วมันเข้าท่าน่าจะไป รพ.นพรัตน์ด้วย
</p>
<p>            ผมใช้เวลาเตรียมที่จะมาบรรยาย 3-4 อาทิตย์  แต่พอใจที่จะใช้คำว่าโค้ช  มีความรู้สึกไม่ดีกับผู้ตรวจราชการหรือผู้นิเทศ  เหมือนกับเป็นยักษ์  ยิ่งมีกระบองก็ยิ่งเกิดความรู้สึกที่ไม่ดี  ชอบใช้การใช้คำว่าเป็นโค้ช
</p><p>            ตามความหมายของโครงการ  เราจะทำหน้าที่เป็นอะไร  อยากจะใช้กับว่าผู้แนะนำ  surveyor แปลว่าผู้สำรวจ ก็ดีเหมือนกัน  หวังว่าคงจะตกลงกันได้ว่าจะเรียกอะไร
</p><p>            กิจกรรมจริงๆ คือการเป็นผู้ประเมินจากภายนอกองค์กร  พวกเราเข้าสังเกต ไปสำรวจ  
</p><p>            หน้าที่ของโค้ชตาม HA ทำหน้าที่เป็นผู้สำรวจ  เราสำรวจอะไร  ชอบใจมากที่เขียนว่าเราไม่ได้ไปจับผิดเขา  แต่เราไปสำรวจดู
            1. ความมุ่งมั่นในการพัฒนาแค่ไหน  สำคัญมากเพราะเป็นปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จ
            2. คุณภาพของระบบงาน
            3. ผลลัพธ์</p><p>
            เราจะไปประเมินเมื่อร้องขอ  ประทับใจมากว่าจะทำโดยที่เขาขอให้เราไปทำ  เราจะไปดูอะไร  เราก็ไปดูว่า รพ.ที่เขาเชิญเราไปดูนั้น ทางด้านโครงสร้างเป็นอย่างไร  มีอะไรที่จะพัฒนาให้ดีขึ้น  ดูกระบวนการทำงาน  ผมเพิ่งไปแอบดูกระบวนการทำงานของ รพ.สมุทรสาคร รู้สึกมันดี  และสุดท้ายคือดูผลลัพธ์  จะทำให้ดีขึ้นได้อย่างไร</p>
<p>
บทบาทของโค้ช
1. ให้ข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงมาตรฐาน รพ.
2. เข้าร่วมประชุมเครือข่ายวิชาชีพต่างๆ
3. จัดทำแนวทางปฏิบัติเพื่อยกระดับมาตรฐานวิชาชีพ
4. เยี่ยม รพ.เพื่อประเมินโอกาสการพัฒนา
5. ประเมินว่า รพ.ได้ปรับปรุงตามข้อเสนอแนะที่ให้ไว้เพียงใดเพื่อการรับรองคุณภาพ
บทบาททั้งหลายเป็นไปในเชิงบวกทั้งนั้น</p>
<p>
คุณสมบัติของโค้ชที่พึงปรารถนา
1. เป็นผู้บรรลุวุฒิภาวะแบบไทย  มีความสนใจในรูปลักษณ์  รู้จักเหตุผล  อดทน  จิตใจรับใช้สังคม
2. มีความรู้และประสบการณ์ในวิชาชีพนั้นๆพอสมควร
3. เป็นผู้เข้าใจเรื่องการเรียนการสอนของผู้ใหญ่  การบอกอะไรกับผู้ใหญ่ยากกว่าสอนเด็ก  ผู้ใหญ่มีคุณสมบัติพิเศษคือถ้าเขาไม่ปรารถนาเขาจะไม่ทำ  เราต้องมองว่าจะกระตุ้นให้เขาเกิด need ตรงไหน  ถ้าเกิดขึ้นมาเขาจะรีบทำทันที  ขอให้เราใช้วิจารณาญาณให้ดี  เราจี้ตรงนั้นเขาจะทำทันทีไม่ต้องไปจี้มาก  จะพูดกับผู้ใหญ่อย่าพูดเชิงลบเด็ดขาด  ต้องใช้ความอดทนเป็นพิเศษ  แม้จะเห็นว่าไม่ดีก็ให้บอกว่าดีไว้ก่อน  แต่ไปกระซิบทีหลังว่าที่ว่าดีนั้นยังไม่ถึงขั้น
4. เป็นผู้เข้าใจความสำคัญและความเชื่อมโยงของบริการสาธารณสุขทั้ง 4  สาขา  คงคำนึงถึงการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และการฟื้นฟูสภาพด้วย  เช่น เมื่อรับผู้ป่วยอุจจาระร่วงอย่างแรง  ควรจะรีบบอกให้ สสจ.ไปจัดการ  เรื่องข้อมูลข่าวสาร  เรื่องห้องชันสูตรซึ่งมีความสำคัญที่จะยืนยันการวินิจฉัยของแพทย์
</p>
<p>ธรรมะที่เอื้ออำนวยต่อการเป็นโค้ช
            ความหมายของธรรมะคือ ธรรมชาติ  หน้าที่ตามธรรมชาติ  ผลที่ได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่  คำสอนควรจะเรียกว่าศาสนา</p><p>
ก.กัลยาณมิตรธรรม
            1) ปิโย  น่ารัก  ชวนให้อยากเข้าไปปรึกษาไถ่ถาม
            2) ครุ น่าเคารพ  ประพฤติสมควรแก่ฐานะ
            3) ภาวนีโย  น่ายกย่อง ทรงความรู้และภูมิปัญญา ควรเอาอย่าง
            4) วัตตา จ  รู้จักพูดให้ได้ผล  เป็นที่ปรึกษาที่ดี  (ผู้ใหญ่ไม่ชอบสั่ง) 
            5) วจนักขโม  อดทนต่อถ้อยคำ พร้อมที่จะรับฟัง ไม่เบื่อง่าย  (ฟังให้จบ  ยิ้มเข้าไว้  ถ้าไม่อดทนจะไม่รู้ว่าเขาคิดอย่างไร)
            6) คัมภีรัญจ กถัง กัตตา  สามารถอธิบายเรื่องยุ่งยากซับซ้อนให้เข้าใจ  (เป็นพรสวรรค์ 
            7) โนจัฏฐเน นโยชเย  ไม่แนะนำในเรื่องเหลวไหล
</p>
<p>ข.พรหมวิหาร 4 ธรรมประจำใจอันประเสริฐ
            ผมเปลี่ยนจากเสือมาเป็นแมวได้อย่างไร  ผมชอบล่าสัตว์  ผมบอกว่าสัตว์นั้นมันถึงที่ตายเพราะหันมามองไฟ  ถ้าผมเดินช้าไปนิด หรือมันเดินเร็วไปหน่อยมันก็ไม่ตาย  ท่านอ.จวนถามว่าจบหรือยัง  ท่านบอกว่าสัตว์มันจะถึงที่ตายทำไมหมอต้องเอามือไปเปื้อนเลือด  หลายต่อหลายคนขอก็ยังไม่ได้  พอมาเจอ อ.จวน  ท่านไม่ได้บอกให้เลิก  ผมหาเหตุผลตอบท่านไม่ได้จึงกัมลงกราบและวางปืนตั้งแต่นั้นมา  ตั้งแต่นั้นวิถีชีวิตเปลี่ยน  มันเกิดเมตตาธรรมขึ้นมาทีละน้อย  เห็นนกก็สงสารมัน  คิดว่าเมื่อก่อนทำไมฆ่าเขาได้  เห็นนกเกาะอยู่อยากรู้ว่าเป็นนักอะไรก็ยิงถาม  เอามาปิ้งกิน  เดี๋ยวนี้ทำอย่างนั้นไม่ได้เพราะธรรมะ
            1) เมตตา  ความรักใคร่  พวกเราควรจะมีเมตตา  คงจะไม่เมตตากับผู้ที่มารับคำแนะนำจากเรา  ให้แผ่เมตตาไปยังผู้มารับบริการด้วย  วิชาระบาดวิทยามีการแลกเปลี่ยนกันทั่วโลก  มีการแผ่ไปช่วยเหลือกันทั่วโลก
            2) กรุณา  ความสงสาร  เราอยากให้ผู้มารับบริการได้พ้นจากความทุกข์โดยเร็วที่สุด
            3) มุทิตา  ความยินดี  เวลาไปประเมินก็ควรจะดีใจด้วยกับ รพ. ที่มาตรฐานเขาดีขึ้นตามลำดับ
            4) อุเบกขา  ความวางใจเป็นกลาง  เราไปให้ข้อเสนอแนะให้มาตรฐานเขาดีขึ้น  ถ้าไม่ดีขึ้นก็ต้องวางใจให้เป็นกลาง  ว่าอีกหน่อยเขาก็ต้องดีขึ้น  ไม่ใช่ไปว่าให้เขาเสียหาย
</p><p>ค.อคติ
            1) ฉันทาคติ  ลำเอียงเพราะรัก
            2) โทสาคติ  ลำเอียงเพราะชัง
            3) โมหาคติ  ลำเอียงเพราะหลง
</p><p>ง. อิทธิบาท 4 คุณธรรมไปสู่ความสำเร็จ
            1) ฉันทะ  ความพอใจในคุณค่าของสิ่งที่เราทำ  งานของเรามีประโยชน์ต่อมนุษยชาติ  เราก็พอใจ  ต่างจากตัณหาซึ่งเป็นความพอใจในรสชาด
            2) วิริยะ  ความพากเพียร
            3) จิตตะ  ความเอาใจใส่
            4) วิมังสา  ความไตร่ตรอง 
 
            การนำธรรมะไปสู่การปฏิบัติที่มั่นคงและยั่งยืน  จะต้องใช้ปัญญาสัมปทา  คือ  ความถึงพร้อมซึ่งปัญญา  ที่ช่วยให้เข้าใจชีวิตนี้ตามความเป็นจริง
</p><p>            ควรจะรักษาศีล  ฝึกจิตให้สงบ  แล้วปัญญาจะเกิดขึ้น  แต่มันไม่ได้เป็นเส้นตรง  มันเป็นวง  ก่อนที่จะเริ่มรักษาศีลจะต้องมีปัญญาหน่อยๆ
</p><p>            ถ้าท่านรักษาศีล 5 ให้บริสุทธิ์ได้ครบ 24 ชม.  จะเกิดความวิวิสมาหลาขึ้นในดวงจิต
</p>