• เคยอ่านพระสูตรของท่านเว่ยหล่าง
  • อ่านแล้วเข้าใจยากเพราะสติปัญญาอาตมาไม่ถึง
  • เป็นคำสอนที่ท่านจะเน้นที่ปลายยอดสุด
  • การปฏิบัติธรรมอย่างพุทธเป็นไปตามลำดับ
  • เบื้องต้น ท่ามกลาง บั้นปลาย
  • หากขาดโยนิโสมนสิการ(การทำใจในใจให้แยบคาย)อาจทำให้ผู้ปฏิบัติหลงผิดได้ ว่าพุทธธรรมเป็นเรื่องที่รุ้ได้ง่ายเห็นได้ง่าย บุคคลเปรียบเหมือนบัว ๔ เหล่า
  • อุคติตัญญู(ผุ้บรรลุมรรคผลได้โดยยกหัวข้อขึ้นแสดง)ในสมัยพุทธกาลพอมียุคนี้คงจะหายาก
  • วิปจิตัญญู(ผุ้บรรลุมรรคผลได้โดยการจำแนกเนื้อความ)ยุคนี้ยังพอมีอยู่แต่ก็ไม่มากมาย
  • เนยยะ(ผู้บรรลุมรรคผลเป็นชั้นๆไปโดยอุเทศ(ยกหัวข้อแสดง) โดยไต่ถาม โดยทำไว้ในใจโดยแยบคาย  โดยสมาคม โดยคบหา โดยสนิทสนมกับกัลยาณมิตร)ในยุคนี้มีเยอะ       ต้องใช้ความเพียรสูง
  • คำสอนที่เป็นไปเพื่อการบรรลุฉับพลัน ต้องท่านผุ้มีบารมีระดับบัวเหล่าที่หนึ่ง ยกตัวอย่างท่านพระสารีบุตรเป็นต้น
  • จึงอยากให้ท่านผุ้ที่ ใฝ่     ในธรรมได้พิจารณาให้ถ่องแท้ถี่ถ้วนเลือกหมวดธรรมให้เหมาะสมกับอุปนิสัยบารมีเพราะในคำสอนของท่านเว่ยหล่างที่บอกว่า "ธรรมะไม่มีอะไรมากเป็นเรืองของคนทั่วไป คนไปยกให้เป็นเรื่องสูงเรื่องยากให้พ้นวิสัยคนธรรมดาไปและท่านมีจุดมุ่งหมายให้ธรรมะเป็นเรืองของวิสัยคนสามัญอาตมาว่าจะขัดแย้งกับคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ตรัสว่าลักษณะของพุทธธรรม ๘ประการคือ
  • ๑.คัมภีรา  (ลึกซึ้ง)
  • ๒.ทุทสา (เห็นได้ยาก)
  • ๓.ทุรนุโพธา(รุ้ตามได้ยาก)
  • ๔.สันตา (สงบ)
  • ๕ปณีตา (ประณีต)
  • ๖.อตักกาวจรา (จะคาดคะเนด้นเดามิได้)
  • ๗.นิปุณา(ละเอียด)
  • ปัณฑิตเวทนียา (รุ้ได้เฉพาะบัณฑิตแท้)
  •  พระไตรปิฎก เล่ม ๙ ข้อ ๓๔)
  • สำหรับผู้ที่ท่านมีบารมีเก่ามาก่อนก็อาจจะรุ้เห็นได้ง่ายในธรรมตามที่ท่านเว่ยหล่างสอน   แต่ก็ควรที่จะเริ่มต้นด้วย ศีล สมาธิ ปัญญา เดินตามอริยมรรคมีองค์แปดซึ่งเป็นทางสายเอกของพระพุทธเจ้า ซึงอาตมามั่นใจว่าเป็นทางที่ถูกต้องตรงธรรม..สาธุให้เจริญในธรรม อนุโมทนา