จากที่อ่านมา และตั้งแต่เริ่มเรียนมา ผมเข้าใจอาจารย์ดีว่ารู้สึกและหวังยังไง เพระผมเคยเป็นเด็กปี1มาก่อนเข้าใจครับ

แต่เหมือนนักศึกษาจะไม่เข้าใจอาจารย์เท่าที่ควร จึงทำให้เกิดผลกระทบอย่างงี้ สาเหตุมันเยอะแยะเลยครับ

ยกตัวอย่างนะครับ

1.ราชภัฏ เข้าง่าย เลยลากเพื่อนมาเรียนด้วยกันเยอะ ทำให้เกิดอาการติดเพื่อนไม่กล้า ที่จะไปคุยหรือคบกับเพื่อนใหม่ๆ กลายเป้นการปิดกั้นตัวเอง

2.เวลาเรียนที่พบกันน้อยเกินไป วันนึงเรียนแค่ 1 วิชา อย่างมาก 2 แต่ที่เรียน 2 วิชาก็แค่วันเดียว หรือ2วัน SEC อื่นๆผมไม่รู้ และ ใน 1วิชา เรียน3ชั่วโมง แต่พอเวลาผ่านไป 1.30 ชั่วโมง - 2.30 ชั่วโมงอาจารย์ก็ปล่อย มีน้อยวิชามากที่จะเรียนจนครบ จึงทำให้ไม่รู้จักกันมากพอ

3.พื้นที่ห้อง และจำนวนนักศึกษา แออัดกันเกินไป อันนี้ตอนผมอยู่มหาลัยเก่า ห้องกว้างและนักศึกษาเยอะกว่านี้มากครับ ก็จะแบ่งเป้นกลุ่มที่รู้จักกัน ย่อยๆ กลุ่มละ 7-10กว่าคน และในกลุ่มจะมีตัวคอยเดินสายเป็นเพื่อนกับกลุ่มๆอื่นๆ และซักพักมันก็จะรู้จักกันเอง เหมือนแบ่งเป้นหมู่บ้านและแต่ละหมู่บ้านก็จะมีผู้นำหรือเลขา คอยคิดต่อกลุ่มอื่น

แต่ที่นี่ ห้องนึงเยอะมากครับ เกือบ 100 คน ที่นั่งแทบไม่มี ห้องก็เล็ก คุยนิดนึงเสียงก็ดังแล้ว นักศึกษาจึงไม่สามารถรู้จักกันได้

ข้อ 3 อาจารย์ต้องยอมรับนะครับ เพราะส่วนหนึ่งที่นักศึกษา หรือนักเรียน ตั้งแต่อนุบาล ยัน มหาลัย จะรู้จักกันก็ตอนนั่งเรียนเนี่ยล่ะ

4.มหาลัยเพิ่งจะเปิด นักศึกษาบางคนยังติดความเป็นนักเรียนอยู่ ปรับตัวไม่ทัน ทั้งๆที่โตแล้วน่าจะคิดกันได้ว่า อยู่มหาลัยแค่4ปีนะ จบแล้วต้องไปทำงานเจอคนกลุ่มอื่นที่ไม่ใช่พวกหน้าเดิมๆในมหาลัยแน่ๆ แต่ก็ยังทำกันไม่ได้

สุดท้ายนี้ผมคิดว่าการสอนของอาจารย์ดีแล้วครับ แต่ลงไม่ถูกเวลา ถ้าหากอาจารย์สอนเทอม2ด้วยแล้วล่ะก็ กิจกรรมพวกนี้ ลงเทอม 2 ผมคิดว่าน่าจะประสบความสำเร็จมากกว่านี้นะครับ

ฝากถึงเพื่อนๆที่ได้อ่านกระทู้นี้นะครับ

คนจะงามงามน้ำใจใช่ใบหน้า คนจะดี ดีที่จรรยาใช่ตาหวาน

คนจะเก่งเก่งความรู้ใช่"อู้งาน" อยากเรียนนานก็อู้งานกันเข้าไป

มีคนคนนึงบอกกับผมก่อนที่ผมจะลาออกแล้วมาเรียนที่นี่ว่า

"ราชภัฏเข้าง่าย เรียนง่าย แต่อย่าหวังว่าจะจบง่าย"