การณ์ทุกอย่างเกิดมาจากเหตุ  เหตุดี-ผลดี  เหตุชั่ว-ผลก็ชั่วความขัดแย้งในสังคมไทยทางการเมืองทุกวันนี้ไม่ได้เกิดมาจากการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนอาตมาเห็นว่าเกิดมาจากอำนาจของระบอบทักษิณ..โดยผ่านทางคุณสมัครและบริวารพรรคพลังประชาชน และพรรคร่วมรัฐบาลที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่า ครม ทั้งคณะทำผิดกฏหมาย..สันติวิธีจะยังไม่บรรลุเป้าประสงค์หากความอยุติธรรมยังดำรงอยู่ โดยเฉพาะผู้ที่ทำผิดมากมายประชาชนรู้เห็นทั้งประเทศแต่พยายามจะแก้กฏหมาย ให้ตัวเองและพวกพ้องพ้นผิดปัญหาต่างๆมากมายรอการแก้ไขแต่ทำไมไม่แก้ ต่อไปข้างหน้าหากใช้อำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญสำเร็จถือว่าอันตรายอย่างมาก เพราะคนรุ่นต่อๆไปจะไม่เคารพกฏหมายเมื่อมีอำนาจขึ้นมาหากทำผิดก็จะแก้กฏหมายเช่นผู้นำในยุคนี้..แนวคิดของผู้นำยุคนี้เป็นมิจฉาทิฏฐิ ไม่เกรงกลัวบาป ขาดจิตสำนึกต่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ทำให้คนไทยแตกแยกเรืองอย่างนี้ไม่ใช่การขัดแย้งทางความคิด ความเห็นเพื่อให้ต่างฝ่ายต่างได้ชัยชนะแต่บ้านเมืองเสียหาย แต่เป็นสถานะการณ์ของมวลมนุษย์ชาติที่เกิดการพัฒนามาตามลำดับ การต่อสุ้เพื่อเรียกร้องความยุติธรรม ทางการเมืองมีมาตลอด เราต้องเสียเลือดเนื้อของผู้กล้าหาญมากมายที่กล้าต่อสู้กับอำนาจที่ไร้ธรรม

เมืองไทยเรามาไกลกว่าที่จะกลับไปสุ่ความรุนแรงเลวร้ายทางการเมืองเหมือนอดีตอีกแล้วแม้จะมีความพยายามใช้คนมาก่อกวนจากอันธพาลกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ซึ่งภาครัฐจะปกิเสธไม่ได้เลยว่าไม่รุ้เห็น..แต่ด้วยพลังแห่งสีลธรรมขอ

งประชาชนที่อดทนอดกลั้นตั้งมั่นอยู่ในสันติวิธีจึงทำให้เกิดความสงบมาตลอด.. พลังสันติ สงบ อหิงสาได้รับการตอบรับจากภาคประชาชน ทุกสาขาอาชีพ เป็นพลังประชามติ ประชาธิปไตยที่ยิ่งใหญ่งดงามที่ไม่มีในห้องเรียนในมหาวิทยาลัยใดๆทำให้เกิดขึ้นได้ นอกจากมหาวิทยาลัยราชดำเนิน..