สวัสดีครับ ศ.ดร.จีระ และท่านผู้อ่านทุกท่าน   

เช้าวันนี้ ผมค้นหาข้อมูลข่าวสารจาก Internet   รายการแรกที่ผมอ่านในเช้าวันเสาร์ก็คือ บทเรียนจากความจริง ของ ศ.ดร.จีระจาก เว็บของ น.ส.พ.แนวหน้าhttp://www.naewna.com/gotocolumn.asp?ID=97อาจารย์เขียน เกี่ยวกับ บทเรียนจากความจริง เรื่อง9/11 ผลกระทบต่อโลก ในบทความนี้ ศ.ดร.จีระเขียนบทเรียนจากความเป็นจริงได้น่าสนใจ ข้อความข้างล่างแถบสีน้ำเงินคือข้อความที่ผมคัดลอกมาบางส่วนจากบทความที่อาจารย์เขียนส่วนสีดำเป็นความเห็นของผมซึ่งมีดังนี้ ครับ 

 

 

  เหตุการณ์ 9/11 ไม่ใช่ธรรมดา และไม่ได้กระทบเฉพาะสหรัฐอเมริกา แต่กระทบทั่วโลกอาจจะกระทบในทางที่สร้างปัญหาระยะยาว หรือเป็นความยั่งยืนของโลก

ประโยคนี้ ทำให้ผู้อ่าน นักเรียน ประชาชนทั่วไปเข้าใจได้ดียิ่งขึ้นเกี่ยวกับกับ ยุคโลกาภิวัตน์ นี่คือยุคโลกาภิวัตน์ (globalization) ซึ่งเป็นผลจากการพัฒนาการติดต่อสื่อสาร การคมนาคมขนส่ง และเทคโนโลยีสารสนเทศ อันแสดงให้เห็นถึงการเจริญเติบโตของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การเมือง เทคโนโลยี และวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงระหว่างปัจเจกบุคคล ชุมชน หน่วยธุรกิจ และรัฐบาล ทั่วทั้งโลกโลกาภิวัตน์เกิดจากสี่รูปแบบพื้นฐานของการเคลื่อนทุนในเศรษฐกิจโลก โดยสี่การเคลื่อนย้ายของทุนที่สำคัญคือ:
·        ทุนการเงิน (เช่น เงินช่วยเหลือ หุ้น หนี้ สินเชื่อและการกู้ยืม ฯลฯ) ·
        ทุนทรัพยากร (เช่น พลังงาน โลหะ สินแร่ ไม้ ฯลฯ)
·        ทุนอำนาจ (เช่น กองกำลังความมั่นคง พันธมิตร กองกำลังติดอาวุธ ฯลฯ)  

ผลกระทบเกิดที่เกิดขึ้นในยุคโลกาภิวัตน์ ย่อมส่งทั้งผลดีและผลเสีย ต่อปัจเจกบุคคล ชุมชน หน่วยธุรกิจ และรัฐบาล ทั่วทั้งโลก  อย่างหลีกหนีไม่พ้น  สังคม องค์กรที่ชาญฉลาดจึงเร่งพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ให้พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงและผลกระทบที่จะเกิดขึ้น

  

ผลกระทบด้านไม่ดี คืออาจจะสร้างปัญหาได้ในระยะยาว อย่าเช่น กรณีเหตุการณ์ 9/11 ที่ผู้ก่อการร้ายขับเครื่องบินถล่มตึก World trade ในอเมริกา และกระจายผลกระทบด้านลบ ไปทั่วโลก และมีทีท่าว่าจะเกิดสงครามยืดเยื้อ เรียกว่า ปัญหาระยะยาวอย่างยั่งยืน  เมื่อมีความไม่ดียั่งยืน ก็ควรทดแทนด้วยการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้รู้จัก หนทางแก้ปัญหา แสวงหาความสงบสุขแบบหาความยั่งยืน  ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นหนทางหนึ่ง แต่ในทางพุทธศาสนา ยังมีอีกหลายแนวความคิด ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้  ซึ่งต้องเริ่มที่สถาบันย่อยของสังคม ต้องมีความรู้เรื่องความยั่งยืนเหล่านี้ว่าจะสร้างขึ้นมาได้อย่างไร

 

  ข้อแรกคือปฏิกิริยาของโลกต่อสหรัฐอเมริกา ในระยะสัปดาห์แรก 3 เดือนแรก 6 เดือนแรกหลังเหตุการณ์ 9/11 เต็มไปด้วยความเห็นใจและเข้าใจมีความรู้สึกว่าสหรัฐอเมริกาถูกกระทำแต่สหรัฐอเมริกากลับมองปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นการลูบคมในบ้านของตัวเองมองลักษณะการต่อสู้เป็นการแก้แค้นผู้กระทำ ประกอบกับความเป็นชาตินิยมสูงทำให้ประธานาธิบดี Bush ได้รับคะแนนนิยมท่วมท้นจึงใช้คะแนนสนับสนุนจากกลุ่มเน้นการเมืองแบบขวาจัด ด้วยการจัดการกับอัฟกานิสถานและอิรัก รวมทั้งมองโลกในลักษณะแบ่งฝ่าย 
ประโยคนี้ สะท้อนแนวคิดในการแก้ไขปัญหาของอเมริกา เราสามารถศึกษาได้ว่าเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนหรือไม่  หรืออาจจะเป็นการแก้ไขปั้ญหา ตามแนวคริสต์ศาสนา  ถ้าเป็นเช่นนั้น ถ้าใช้แนวพุทธศาสตร์ บ้างจะเป็นอย่างไร  ตรงนี้ชี้ชวนให้นักเรียน นักศึกษาได้คิด วิเคราะห์ถึงวิธีการแก้ไขปัญหา แบบไหนจะยั่งยืนกว่ากัน ประการที่สำคัญ  ผู้นำที่เป็นเลิศ ต้องตัดสินใจแก้ไขปัญหา แต่เมื่อตัดสินใจแก้ไขปัญหาแล้ว ปัญหาอื่น ไม่ควรมีมามากกว่าปัญหาเดิม 
  การเป็นประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาในปัจจุบันจะเก่งด้านการทหารอย่างเดียวไม่ได้ จะต้องอดทน อดกลั้น มีคุณธรรม จริยธรรมเพื่อให้สมาชิกของโลกยอมรับปัจจุบัน สหรัฐอเมริกาดูจะขาด 3 เรื่องใหญ่คือ
-
ขาดความน่าเชื่อถือ (Trust) จากสมาชิกของโลก
-
ขาดคุณธรรม จริยธรรมที่สังคมโลกปรารถนา
-
ขาดการมองที่โยงไปสู่ความยั่งยืน (Sustainability)

 

ที่ ศ.ดร.เขียนมา ว่า สหรัฐอเมริกาขาดอะไรบ้าง ท่านผู้อ่านลองจับประเด็นดู อาจารย์กล่าวว่า สหรัฐฯ ขาด ความอดทน อดกลั้น ขาดคุณธรรม จริยธรรม ขาดความน่าเขื่อถือ ขาดการมองที่โยงไปสู่ความยั่งยืน ขาดวิสัยทัศน์ สิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ควรต้องมีอย่างยิ่งสำหรับการเป็นผู้นำ  ฉะนั้นถ้าถามว่า ผู้นำควรมีคุณสมบัติอย่างไร  ถ้าตัดคำว่าขาด ออกไปก็คือคุณสมบัติของผู้นำทั้งสิ้น   และอาจกล่าวได้ว่า ถ้าสหรัฐฯ ปล่อยให้ขาดเรื่องเหล่านี้มาก ๆ  แน่นอนว่า จะไม่ได้เป็นผู้นำโลกอีกต่อไปในอนาคตใครก็ตามถ้าเป็นผู้นำ แล้วไม่รักษาคุณสมบัติที่ดีของความเป็นผู้นำ ย่อมไม่รักษาความเป็นผู้นำไว้ได้อีกต่อไป   
 ประเด็นสุดท้ายซึ่งผมจะเน้นเป็นพิเศษ คือการที่สหรัฐอเมริกาต้องดูแลเรื่องการก่อการร้าย และสงครามในหลายประเทศ จึงไม่มีเวลาไม่มีทรัพยากร ไม่มีปัญญาที่จะแก้ปัญหาของโลก ซึ่งมีหลายเรื่องที่อยู่ในขั้นวิกฤติต้องการความสามารถของผู้นำแบบสหรัฐอเมริกา ที่จะแก้ปัญหาของโลกได้ เช่น
-
ปัญหาโลกร้อน
-
ปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำของประชากรโลก
-
ปัญหาประชากรสูงอายุจำนวนมาก และปัญหาแรงงานอพยพ
-
ปัญหาการสร้างสังคมการเรียนรู้ของโลก
-
ปัญหาการขาดแคลนพลังงานของโลก
-
อื่น ๆ 

 

ปัญหาของโลก นับวันจะมากและรุนแรงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะปัญหาโลกร้อน  เมื่อวันที่ 9 – 13 กันยายน สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ได้จัดงานเผยแพร่ผลการวิจัยดีเด่นประจำปี 2549 และมีการจัดเวที ให้ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการได้มาเสวนาเผยแพร่ ผลงานการวิจัย  วันแรกที่มีงาน ในเวทีใหญ่ มี ศ.ดร. องอาจ ชุมสาย ณ อยุธยา และนักวิชาการหลายท่านมา พูดถึง โจทย์ที่ควรตั้งเพื่อหาคำตอบ โดยใชการทำวิจัย  สิ่งที่ ศ.ดร.ชุมสาย ณ อยุธยา ก่ล่าวถึงคือ ผลการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ระดับโลก พบว่า อีก 14 ปีข้างหน้า นำแข็งขั่วโลกเหนือและใต้ จะละลายหมด น้ำในโลกจะเพิ่มสูงขึ้นอีกประมาณ 2 เมตร  เมื่อขั้วโลกไม่มีน้ำแข็ง การเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมโลก  
ตรงนี้ผมคิดว่าผลกระทบที่ตามมาคือ กระแสน้ำเย็น กระแสน้ำอุ่น เปลี่ยนทิศทาง เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แผ่นดินไหว สินามิ ภูเขาไฟระเบิด แผ่นดินไหว ภัยน้ำท่วม พายุรุนแรง จะมีมากขึ้น แล้วกรุงเทพฯ ถ้าระดับน้ำสูงขึ้นอีกสองเมตร จะไปเหลืออะไร สนามบินสุวรรณภูมิ พื้นที่เกษตร ปริมณฑล พื้นที่อยู่อาศัย โรงเรียน โรงพยาบาล ผลกระทบมากมาย แต่แปลก รัฐบาลแทบไม่เคยกล่าวถึงเรื่องนี้ นโยบายสาธารณะ แผนพัฒนาเศรษฐกิจสังคมของชาติ แทบไม่ได้มีมาตรการป้องกันภัยธรรมชาติที่อาจจะเกิดขึ้น ไม่มีผลการวิจัย เกี่ยวกับภัยธรรมชาติที่คาดว่าจะเกิดและเสนอเป็นมาตรการป้องกันไว้ให้กับชาติ เพื่อความอยู่รอดและผาสุกของปวงชน  หรือจะรอให้เกิดเหตุการณ์แบบสึนามิ ที่ภาคใต้ ขึ้นอีกหลาย ๆ ครั้งก่อนแล้วค่อยหาทางแก้กัน  
   คนไทยต้องศึกษาปัญหาของโลกมากขึ้น และมีความเข้าใจมากขึ้นเพราะโลกจะพึ่งพามหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา ประเทศเดียวที่จะแก้ปัญหาคงไม่ได้ประเทศหลาย ๆ ประเทศรวมทั้งไทยต้องมีบทบาทเพิ่มขึ้น ประโยคนี้ ต้องขอบคุณ ศ.ดร.จีระ ที่กระตุ้นให้คนไทยสนใจเรื่องของโลกมากขึ้นและคิดหาทางพึ่งพาตนเอง   หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องก็ควรเอาเยี่ยงอย่าง หาทางเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโลก อันตรายที่อาจจะเกิดกับโลก ถ้าพวกเราไม่ช่วยกัน พร้อมกับสนับสนุนให้มีการวิจัย เกี่ยวกับปัญหาระดับโลก และแนวทางแก้ไข  ใช้เทคโนโลยีสื่อสาร ข้ามประเทศ ศึกษาวิจัย   ศ.ดร.จีระ เป็นประธานหน่วยงานระดับโลก ในกลุ่ม APEC ขอฝากท่าน กล่าวถึงเรื่องนี้ ในโอกาสต่อๆ ไป จะทำอย่างไร ให้ทรัพยากมนุษย์อยู่รอดได้ หากเกิดภัยพิบัติร้ายแรง ในอีก 14 ปีข้างหน้า ทำอย่างไร ไม่ให้มนุษยชาติสูญพันธุ์ไปอย่างไดโนเสาร์  ขอให้ท่านช่วยระดมความคิดผู้คนระดับโลก ในกลุ่ม APEC ช่วยกันตรงนี้ ไม่หวังพึงอเมริกาอีกต่อไป  ผมเชื่อว่า กลุ่มประเทศใน APEC ก็มีทุนพอที่จะศึกษาวิจัยเรื่องนี้อย่างจริงจัง    

ผมได้รับเกียรติจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้ช่วยฝึกภาวะผู้นำของผู้บริหารระดับกลางของโรงแรม Oriental 2 รุ่นได้สร้างสังคมการเรียนรู้ให้ผู้บริหารระดับกลางซึ่งเปี่ยมไปด้วยความสามารถมากที่โรงแรมชั้นหนึ่งของคนไทย

<div class="content">
ประโยคนี้ ผมอยู่ในเหตุการณ์ด้วย  คือได้มีโอกาสไปร่วมกิจกรรมนี้ด้วย ต้องขอขอบคุณ ศ.ดร.จีระ ที่ให้โอกาสอันมีค่านี้  และได้ให้ร่วมแชร์ความรู้ประสบการณ์กับพี่น้องผู้นำที่โรงแรมโอเรียนเต็ล   ประทับใจผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกคนที่เป็นผู้นำของโรงแรมฯ  เห็นความตั้งใจ ความมุ่งมั่น พลังความคิด สะท้อนให้เห็นว่ามีทุนมนุษย์สูง ที่น่าประทับใจแต่ไม่มีโอกาสได้พบตัว คือผู้บริหารระดับสูงของโรงแรม ที่มีวิสัยทัศน์ เปิดหลักสูตรนี้ ให้ทีมงานที่โรงแรมฯ ไดมีโอกาสได้รับความรู้  ผมเชื่อว่าการทำดีดังกล่าว จะทำให้โรงแรมนี้ คงความเป็นผู้นำไว้ได้อย่างดี อีกงานหนึ่งที่ ศ.ดร.อาจจะไม่มีเนื้อที่พอที่จะเขียน และผมอดที่จะชี่นชมไม่ได้คือ การที่ ศ.ดร.จีระ ได้มอบหมายให้ นักศึกษา ป.โท เทคโนโลยี่เกษตร ลาดกระบังฯ ไปศึกษาดูงานที่ บริษัท ไทย คิว พี หรือ อสร. ที่ราชบุรี และ ไปเผยแพร่ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ให้กับนักเรียนชั้นมัธยมฯ ที่โรงเรียนท่าม่วง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ซึ่งมีนักเรียน โรงเรียนเทพศิรินร์ ที่กาญจนบุรี มาร่วมฟังด้วย งานนี้นอกจาก ศ.ดร.จีระ จะปลูกฝังแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ให้มีอยู่ในหัวของ นักศึกษา ป.โท ที่ลาดกระบังแล้ว  ศ.ดร.จีระ ยังฝึกการบริหารจัดการ การเป็นผู้นำ ให้นักศึกษาได้ออกไปเผยแพร่ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้กับนักเรียนดังที่กล่าวมา  นับว่าได้คุณค่าถึงสามประการ  </div>
<div class="content"><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 180.0pt" class="MsoNormal">ประการที่หนึ่ง คือ ตัวนักศึกษา ป.โท ได้ความรู้ประสบการณ์ ในเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง </p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 180.0pt" class="MsoNormal">ประการที่สอง คือ ตัวนักเรียนมัธยมฯ ได้หลักการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ไปด้วย</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 180.0pt" class="MsoNormal">ประการที่สาม คือ เปิดโอกาสให้นักศึกษา ป.โท ได้ทำบุญ ให้วิทยาทาน แก่ผู้อื่น เป็นการทำบุญไปในตัวด้วย </p>

 

ขอชื่นชมนักศึกษา ป.โท ที่ลาดกระบัง ที่ไปร่วมกิจกรรมนี้ ทำได้ดี ได้ทำประโยชน์ให้กับสังคม และได้ความรู้ไปด้วย ควรจดจำไว้บูรณาการสานต่อความดีนี้ และชื่นชมทีมงานของ ศ.ดร.จีระ ที่ผมสั้งเกตเห็นว่ามีความตั้งใจทำงานได้ดีมาก ถ้าพวกเขามีบุญพอ คือสนใจ ใส่ใจ เอาใจใส่ในแนวคิดของ ศ.ดร.จีระ อย่างต่อเนื่อง และนำไปสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง ด้วยปรารถนาอย่างแรงกล้า จะเป็นบุคลากรที่สำคัญของประเทศในอนาคตได้อีกด้วย

 </span></div><div class="content"> ศ.ดร.จีระ มีรายการที่น่าสนใจหลายรายการ เช่นรายการโทรทัศน์สู่ศตวรรษใหม่ทาง ช่อง 11 ทุกวันอาทิตย์แรกของเดือน เวลา 14.00-15.00 น. และออกอากาศอีกทีทาง UBC 7 ทุกวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนเวลา 14.00-15.00 น.และรายการคิดเป็นก้าวเป็นกับดร.จีระ ทาง UBC 7 อาทิตย์ที่ 1,3 และ 5 ของเดือนเวลา 13.00-13.50 น. นอกจากนั้นยังมีรายการวิทยุ knowledge for people วันพุธ เวลา 19.30 - 20.30 น. ทางสถานีวิทยุอสมท. F.M. 96.5 MHz Hz   คอลัมน์บทเรียนจากความจริงกับดร.จีระของหนังสือพิมพ์แนวหน้าทุกวันเสาร์หน้า 5 และรายการเศรษฐกิจพอเพียงกับโลกาภิวัตน์ ทาง ททบ. 5 ทุกวันอังคารและวันพุธ เวลา 9.55 น. – 10.00 น. หรือทาง http://www.chiraacademy.com/   เชิญท่านติดตามศึกษาหาบทความ เรื่อง9/11 ผลกระทบต่อโลก[1] ของ ศ.ดร.จีระ และร่วมกันแสดงความคิดเห็น สะสมสร้างทุนทางความรู้ ทุนทางปัญญา และทุนทางสังคม ใน Bloc นี้ ครับ  </div><div class="content">    </div><div class="content"> ขอความสวัสดีจงมีแด่ทุกท่าน     </div><div class="content">ยม</div>