รู้สึกว่าตัวเองจะขาดข้อ 1 ไปเยอะเหมือนกัน เพราะบางทีก็มีเรื่องให้คิดและทำมากมายจนลืมเรื่องเล็กน้อยไปบ้าง ส่วนใหญ่จะชมงานว่า "อือ ดีนี่ ไอเดียดี สวย ใช้ได้ โอเคแล้ว เร็วดีนะ" นอกนั้นไม่ค่อยได้พูดเท่าไหร่

และปัญหาที่เจอกับตัวเองคือ ด้วยความที่งานเยอะเลยไม่มีโอกาสคุยกับคนอื่นนอกจากเรียกมาสั่งงานสั้นๆ ไวๆ หรือประชุมเฉพาะเรื่อง ขนาดกินข้าวยังกินในห้องทำงานตัวเองเลย สงสัยต้องหมั่นคุยกับคนในองค์กรเพิ่มขึ้นบ้าง แต่บางทีก็ยาก ดูจากเวลาเด็กมีปัญหาส่วนตัวทีไร เรารู้เป็นคนสุดท้ายทุกที แม่บ้านยังรู้ก่อนเราอีก มันเป็นกำแพงที่ช่วยไม่ได้ เป็นธรรมชาติของนายกับลูกน้องเลย ที่บางครั้งเราไม่ได้ทำอะไรเขาก็กลัวไว้ก่อน แค่เดินสวนกันยังทำตัวเป็นจิ้งจกแปะติดผนัง หรือเวลาเราเดินเข้าไปในห้องที่กำลังคุยกัน ก็จะเงียบ หยุดคุยกันทันที ทั้งๆ ที่เราไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย ...เฮ้อ

บางทีก็เบื่อ เช่น หน้าเราเวลาไม่ยิ้มหรือคิดอะไรก็จะดูเหมือนดุ จะให้ต้องปั้นหน้าตลอดเวลาก็เกินไป เคยมีเลขาของหุ้นส่วน เป็นพี่ที่เราสนิทด้วยบอกว่าเด็กกลัวเพราะสีหน้าเราเป็นเหตุ บอกมางี้ก็ชักฉุน เลยบอกกลับไปว่าไม่ได้หงุดหงิดหรือโกรธหรืออะไร แต่เป็นหน้าแบบมาตรฐาน จะให้นั่งยิ้มทั้งวันได้ไง ใครดูแล้วไม่สบายใจก็ลาออกไปได้เลย อนุญาต รำคาญมาก มาก้าวก่ายเรื่องไม่เป็นเรื่อง ยุ่งแม้กระทั่งหน้าของเรา งานการไม่รู้จักไปสนใจ บ้าหรือเปล่าเนี่ย ขืนใส่ใจความรู้สึกบ้าๆ บอๆ ของทุกคนไม่ได้หรอก ร้อยแปดพันเก้า