ประวัติโดยย่อของหยางกุ้ยเฟย (เคยอ่านเจอที่ http://begansaga.exteen.com/20060314/entry)พระสนมเอกหยางกุ้ยเฟย ได้รับการยกย่องว่าเป็น ๑ ใน ๔ สตรีที่สวยที่สุดในประวัติศาสตร์จีน (อีก ๓ นางคือ ไซซี, เตียวเสี้ยน และหวางเจาจวิน) นางแซ่หยาง มีชื่อจริงว่า ไท้เจิน (TAI ZHEN) มีชื่อเล่นว่า อวี้หวน (YU HUAN) แปลว่า ตุ้มหูหยก ส่วนคำว่า กุ้ยเฟย หมายถึง พระสนมเอก

นางเกิดในปี ค.. ๗๑๘ ตอนที่มารดาคลอดนางได้ฝันว่าเห็นสายรุ้งพาดโค้งจากฟากฟ้าลงมาที่เตียงนอน พร้อมส่งแสงประกายระยิบระยับงดงาม แต่เพียงชั่วครู่เดียวก็หายวับไป กลายเป็นดาวตกพุ่งตกลงมาสู่พื้น มีเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

หยางอวี้หวน เมื่อเติบโตขึ้นมีรูปโฉมที่งดงามแล รูปร่างสรีระอวบอัดเต่งตึงเปล่งปลั่งชวนมองยิ่งนัก อีกทั้งยังมีผิวกายที่หอมจรุงยวนใจไปทุกซอกอณูผิวเป็นที่เลื่องลือไปทั้งหมู่บ้าน และตำบลที่พักอาศัย

ในปีที่ ๒๕ ของรัชสมัยจักรพรรดิถังเสวียนจง พระองค์ทรงดำริที่จะหาพระชายาให้พระโอรสโส้วหวาง อาของหยางอวี้หวนทราบข่าวจึงนำนางเข้าไปถวาย และก็ไม่ผิดหวัง เมื่อโส้วหวางแรกได้แลเห็นนางนั้น ก็ถึงกับตะลึงพรึงเพริดไปในความสวยของนางในพลัน ดังนั้น นางจึงได้รับการแต่งตั้งเป็นพระชายาของโส้วหวาง ตั้งแต่นางมีอายุได้เพียง ๑๖ ปี ซึ่งกำลังอยู่ในวัยสาวแรกรุ่นงดงามดุจนางอัปสรมาจุติปานกระนั้น

ครั้นต่อมา อู่หุ้ยเฟย พระสนมที่จักรพรรดิถังเสวียนจงทรงโปรดปรานเสียชีวิตลงกะทันหัน พระองค์ยังทรงหาพระชายาใหม่ที่ถูกพระทัยไม่ได้ ขันทีเกาลี่ซื่อผู้ใกล้ชิดจึงทูลเสนอว่า หญิงงามที่สุดในแผ่นดินไม่มีใครงามเกินหยางอวี้หวน พระชายาของโส้วหวาง แล้วเกาลี่ซื่อได้หาอุบายให้พระองค์ได้ทอดพระเนตรนาง เพียงแรกประสบพบเท่านั้น พระองค์ก็ถึงกับลุ่มหลงในความงามของนางโดยทันที แต่เนื่องจากติดขัดที่นางเป็นชายาของโส้วหวาง

เกาลี่ซื่อจึงออกอุบายอันแยบยลให้พระองค์แต่งตั้งนางเป็นนักพรตหญิง แล้วหาพระชายาใหม่ให้โส้วหวาง และจากนั้นพระองค์จึงได้ครอบครองอย่างสมพระทัย

หยางอวี้หวนได้เป็นพระสนมเอกของจักรพรรดิถังเสวียนจง เมื่ออายุ ๑๘ ปี ในขณะที่พระองค์มีพระชนมายุ ๕๓ ปี ซึ่งมีอายุต่างกันถึง ๓๕ ปี ได้รับการแต่งตั้งเป็น กุ้ยเฟย ชั้นพระสนมเอก บรรดาพี่น้องแลเครือญาติของนางทั้งหมดได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นขุนนาง และฮูหยินทั้งหมด จนเป็นที่โจษจันกันไปทั่วว่า เพราะมีลูกสาวดี จึงได้ดิบได้ดีกันถ้วนหน้า

ความรักของพระองค์กับหยางกุ้ยเฟย เป็นไปอย่างลุ่มหลง จนมีคำกล่าวเปรียบเปรยว่า "พระองค์ยามเช้าเฝ้าสีซอ ยามค่ำเข้าหอล่อกามา"

ไป๋จวีอี้ ได้พรรณนาความงามของนางไว้ในฉางเฮิ้นเกอ อีกบทหนึ่งว่า

"...
ยามเมื่อนางหันมาแย้มสรวล

ก็นำมาซึ่งเสน่ห์ร้อยประการ

เป็นเหตุให้นางสนมทั้ง ๖ ตำหนัก ต้องด้อยรัศมีลง

ยามเมื่อนางอาบน้ำในสระ (หัวชิงฉือ)

เหล่านางสวรรค์กำนัลใน (,๐๐๐ นาง)

ต่างก็พรึงเพริดด้วยโฉมอันงามวิไลนัก..."

เล่ากันว่า ทั้ง ๒ ทรงโปรดปรานในการมาสรงน้ำที่หัวชิงฉือเป็นยิ่งนัก ตลอดระยะเวลาที่ทรงอยู่ร่วมกัน ได้มาสรงน้ำที่นี่ถึง ๔๙ ครั้ง จนมีสระหนึ่งของที่นี่ เรียกว่า สระหยางเฟย เป็นที่สรงน้ำของนางโดยเฉพาะ

ความที่พระองค์ทรงลุ่มหลงอยู่แต่นาง และเล่นดนตรี จนละเลยการปกครองว่าราชการเมือง ทำให้หยางกั๊วจง (YANG KUA ZHONG) พี่ชายของนางได้รวบอำนาจการปกครองไว้ถึง ๔๐ ตำแหน่ง จนมีตำแหน่งเทียบเท่าสมุหนายก กินสินบนอย่างเปิดเผย ใช้ระบบอุปถัมภ์ในการคัดเลือกคนเข้ารับราชการหรือเลื่อนตำแหน่ง ทำให้เกิดความเดือดร้อนไปถ้วนทั่ว

เป็นเหตุให้อันลู่ซาน (AN LU SHAN) ได้หยิบยกข้ออ้างนี้มาก่อกบฏ โดยนำทหารจากชายแดนและทหารทิเบตเข้ามายึดนครฉางอานโดยง่ายดายในปี ค.. ๗๕๖ ทำให้องค์จักรพรรดิถังเสวียนจงจำต้องทรงลี้ภัยชั่วคราวไปในทางตอนใต้มณฑลซื่อชวน (เสฉวน)

ในระหว่างทางที่ทรงลี้ภัยไปนั่นเอง หยางกั๋วจงได้ถูกเหล่าทหารรุมจับสังหารเสีย จากนั้นเหล่าทหารได้ทูลพระองค์ว่า "การที่เกิดกบฏเข้ายึดบ้านครองเมือง ทำให้ราชวงศ์ต้องเสื่อมถอยก็เพราะหยางกั๊วจงเป็นต้นเหตุ เมื่อหยางกั๊วจงตายไปแล้ว แต่โดยรากยังคงอยู่นั่นคือ หยางกุ้ยเฟย ฉะนั้นนางก็ไม่สมควรอยู่ให้เป็นที่ครหาด้วย"

จักรพรรดิถังเสวียนจงทรงโทมนัสในพระทัยอย่างสุดพรรณนา เมื่อเกาลี่ซื่อผู้นำนางมาถวายพระองค์ ได้นำผ้าแพรขาวไปมอบให้นางเพื่อให้แขวนคอตาย

หยางกุ้ยเฟยได้จบชีวิตลงอย่างน่าสงสารในปี ค.. ๗๕๖ ระหว่างทางลี้ภัยไปมณฑลซื่อชวนในขณะนั้น นางมีอายุเพียง ๓๘ ปีเท่านั้น

นอกจากนี้ ยังมีคำร่ำลือกันว่า หยางกุ้ยเฟย เธอมีกลิ่นกายที่หอมกรุ่น เนื่องจากนางได้นำเอากลีบดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมนานาพรรณ มาบดให้ละเอียดเป็นแป้งแล้วใช้ชโลมกาย ในยามที่เธอมีเหงื่อไหลในช่วงฤดูร้อนนั้น ร่ำลือกันว่ายิ่งส่งกลิ่นหอมอบอวลให้เป็นที่ใหลหลงยิ่งนัก ซึ่งทำให้หญิงสาวจีนในยุคนั้นเอาตามอย่างนาง โดยนำกลีบดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมมาทำเป็นแป้งใช้ทาชโลมกาย จนถือเป็นต้นกำเนิดของแป้งฝุ่นจีนมาตราบจนทุกวันนี้