11 กันยายน 2549

กราบเรียน ท่านอาจารย์ที่เคารพยิ่ง 

ในขณะที่เขียนก้อดึกมากพอสมควร  ถึงแม้จะเหนื่อยแสนเหนื่อยจากเดินทางเกือบห้าพันกิโลตลอดทั้งสัปดาห์  คือจากสารคาม-จำปาสัก-กทม.-สารคาม 2 เที่ยว แต่อดที่ลุกขึ้นมาเขียนเพื่อแสดงความคิดเห็นตามที่ท่านอาจารย์ได้ให้การบ้านไว้จากการบรรยายไม่ได้

และในฐานะที่เป็นนักHRคนนึงขอต้องขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์แทนชาวHRทุกคนที่ในเวลาสาม-สี่ชม.ท่านอาจารย์ทำให้คนในศาสตร์อื่นๆเข้าใจ สนใจศาสตร์ด้านHR มากขึ้น  โดยเฉพาะชาววัฒนธรรมศาสตร์ มมส.ที่สามารถนำสิ่งที่ท่าอาจารย์จุดประกายในประเด็น  Innovation และการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อนำไปใช้ทางด้านวัฒนธรรมต่อไป

ผู้เขียนอยากจะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็น โป๊ะเชะซึ่งเพื่อนๆอย่าคิดว่าInnovation เป็นสิ่งที่ยากหรือเป็นไปไม่ได้นะคะ  บางครั้งสิ่งนี้อาจจะเกิดขึ้นแบบโป๊ะเชะ  โดยบังเอิญ ทันทีทันใดก้อได้ยกตัวอย่างนิวตัน ที่ค้นพบแรงโน้มถ่วงของโลกโดยบังเอิญทั้งๆที่เขานั่งใต้ต้นไม้คิดเรื่องอื่นๆ (รู้สึกจะเป็นต้นแอ๊ปเปิ้ลแล้วเห็นลูกแอ๊ปเปิ้ลหล่นจากต้นลงมาที่พื้นดิน)เห็นมั๊ยหละคะว่าเหตุบังเอิญอาจจะสร้างมูลค่าอย่างเอนกอนันต์ได้

เช่นกันในวันนั้นใครจะคิดว่าประเด็นกู่กาสิงห์  จ.ร้อยเอ็ดของอาจารย์อำคา  แสงงาม จะโป๊ะเชะโดนใจท่านอาจารย์จิระโดยทันที  ต่อไปอาจารย์อำคา  แสงงามอาจจะโกอินเตอร์แล้วรวยแบบไม่รู้เรื่องก้อได้ เพราะท่านอาจารย์จิระ  จะมีการไปทำรายการทีวีด้วย

เพื่อนๆเราชาววัฒนธรรม มมส.อย่าเพิ่งท้อนะคะว่าประเด็นที่ท่านคิดจะไม่น่าสนใจ  ไม่มีมูลค่า ไม่โดนใจ  แผ่นดินอีสานของเรามีประเด็นอีกมากมายให้เราค้นหา  ศึกษาหาคำตอบ  ดังนั้น ต้องช่วยกันพลิกแผ่นดินอีสาน ซึ่งได้ขึ้นชื่อว่ามีวัฒนธรรม  ประวัติศาสตร์เก่าแก่มาช้ามานาน มาสร้างนวตกรรม สร้างคุณค่า  สร้างมูลค่าสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน ให้เกิดแบบโป๊ะเชะคนที่ไม่เคยรู้ไม่เคยเห็นต้องอยากรู้อยากเห็น  เคยมาแล้วก้อต้องมาอีกและกลับไปแนะนำต่อด้วยสุดท้ายผู้เขียนต้องขอกราบขอพระคุณเป็นอย่างสูงที่ท่านอาจารย์จิระได้สร้างโอกาสและสร้างบรรยายกาศให้เป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้นับว่าเป็นนวตกรรมใหม่ในการเรียนรู้ของชาววัฒนศาสตร์ มมส.                                

ขอแสดงความนับถืออย่างยิ่ง                                       ชมนาถ แปลงมาลย์

 ป.เอก ม.มส. ศูนย์มหาสารคาม

(เขียนจบหกทุ่มกว่าเป็นวันที่12 กย.พอดี)

  <p> </p>