ความเห็น


เห็นด้วยกับอาจารย์กิตติพงศ์ นะ ถ้าคนในประเทศของเราคิดได้เท่านี้ แล้วใช้สถานการณ์ปั่นหัวประชาชน ผู้มีข้อมูลน้อย หรือ ผู้มีข้อมูลมาก แต่มีอคติทางวิชาการ อคติทางการเมือง หลงชาติ รักชาติจนน้ำลายไหล เหตุการณ์แบบ 6 ตุลา ก็เกิดขึ้นได้อีก โดยการปลุกระดมมวลชนแบบบ้าคลั่ง เสียดายความเป็นนักวิชาการของใครบางคน ที่เอาตนเองไปผูกกับอะไรก็ไม่รู้ทั้งการเมือง คลั่งชาติ คลั่งศาสนา ซึ่งโดย ความเป็นจริง แนวคิดของท่านอาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม เป็นมุมมองที่งดงามที่สุด จะขึ้นทะเบียนหรือไม่ขึ้นทะเบียน ความสำคัญประโยชน์สูงสุดอยู่ที่คนในท้องถิ่น มิใช่บริษัททัวร์ หรือ ผู้คนนอกชุมชน คนในท้องถิ่นมีแผนที่ประวัติศาสตร์วัฒนธรรมชุดเดียวกัน ไปมาหาสู่ ข้าวแลกเกลือ ผัก ปลา แลก ของป่า เป็นกิจวัตร อยู่อย่างงี้มานานแล้ว ความเป็นชาติ เป็นเชื้อ มีแต่ไม่สำคัญเท่ากับการอยู่ในชุมชนด้วยการเข้าใจเคารพในความต่าง และความเหมือนทางวัฒนธรรม การเป็นพหุสังคม จึงไม่มีเขมร ไทย หรือ ลาว แต่ เป็นพื้นถิ่นเทือกเขาพนมดงเร็ก มิใช่ ลุ่มเจ้าพระยาแน่นอน ดังนั้น ปราสาทพระวิหาร จึงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่นับถือ ศรัทธา สืบเนื่อง มาจนถึงปัจจุบัน รัฐชาติ แบบ ตะวันตก นี้แหละ ที่ทำให้เกิด การเอารัดเอาเปรียบ คนท้องถิ่นจึงไม่มีสิทธิในสังคม หรือ หากมีสิทธิก็ถูกกำหนดโดยกฏ กติกา มารยาท จากส่วนกลาง

นึก ๆ แล้ว แย้งกัน ว่าแผนที่คนละชุดคนละแผ่น ให้มันเหมือนกัน มันก็ไม่เหมือนหรอกไม่ต้องเทียบ เด็กไม่เข้าโรงเรียนมันยังรู้เลย มันเหมือนกันไม่ได้ เพราะมันเขียนขึ้นจาก ความโลภ ความเอาเปรียบ ความเห็นแก่ตัว ไม่ได้เขียนจาก ความรัก ความสมานฉันท์ เมื่อเอามาเทียบจึงเทียบไม่ได้เลย ต่างจากแผนที่ทางวัฒนธรรมในอดีต ที่เกิดจากความผูกพัน ความเข้าใจ ความเสมอภาพ ภราดรภาพ ความเป็นพี่เป็นน้อง เป็นเสี่ยว เป็นเกลอ ยกตัวอย่าง กรุงศรีอยุธยา ทำแผนที่เขตแดนกับ กรุงศรีสัตนาหนหุต ในสมัยพระมหาจักรพรรดิ และพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ก็มีหลักฐาน จารึก จารึกพระธาตุศรีสองรัก บ่งบอกถึงความรักความเข้าใจอย่างงดงาม ทำไมหนอ มนุษย์ยุคปัจจุบัน จึงเอาแต่ผลประโยชน์เป็นที่ตั้ง (ก็อ้างผลประโยชน์ชาติ แท้ที่จริงก็คือ ชาติกู ของกู เขาพระวิหารกู) คนในชุมชน จึงได้แต่มองตาปริบ ๆ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี