รายงานเรื่องการวิเคราะห์หนังสือ 2 พลังความคิด ชีวิตและงาน 8H & 8K
โดย นายดำรง วงษ์โชติปิ่นทอง ปริญญาเอก รุ่นที่ 2 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

 

 

1.Heritge
มรดก
การสะสมภูมิปัญญา
1.2.Sustainability Capital
หรือ Culture Capital
ทุนแห่งความยั่งยืน

สรุปเนื้อหาจากหนังสือ---การรักษามรดกทางวัฒนธรรมหรือทุนทางวัฒนธรรม ที่มีคุณค่าไม่ให้เปลี่ยนไปตามกระแสยุคโลกาภิวัฒน์

บทวิเคราะห์---ศิลปะและวัฒนธรรมของแต่ละชนชาตินั้นมีคุณค่ามหาศาล ได้ถูกสะสมมานานนับร้อยหรือพันปี เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาท อาจทำให้ถูกกลืนวัฒนธรรมตามแบบของประเทศมหาอำนาจได้โดยง่าย ถ้าจะเก็บรักษาวัฒนธรรมไว้ ควรจะต้องมีการสนับสนุนอย่างจริงจัง อะไรที่มีคุณค่าควรเก็บก็ต้องรักษาไว้ อะไรไม่ดีก็ทิ้งออกไปบ้างก็ได้


2.Head
สมอง และ ความคิด
2.2.Intellecture Capital Knowledge Base Technology ทุนทางปัญญา
Knowledge Skill Ability

สรุปเนื้อหาจากหนังสือ---ความรู้สร้างทักษะ ทักษะสร้างความสามารถในการแข่งขัน คนเราไม่ใช่มีความรู้เพียงอย่างเดียว ต้องคิดเป็นวิเคราะห์เป็นด้วยจึงจะอยู่รอด และสร้างให้เกิดปัญญาตามมา

บทวิเคราะห์---ต้องเริ่มจากการเลี้ยงดูเด็กตั้งแต่เกิด จนกระทั่งเรียนประถม มัธยม มหาวิทยาลัย ระบบการศึกษาปัจจุบันสอนให้เด็กท่องจำตั้งแต่ต้น ไม่ได้สอนให้คิดเป็น กล้าคิด กล้าแสดงออก

3.Hand
มืออาชีพ
ลงมือทำ
Talent Capital
ทุนทางความรู้
ทักษะ และทัศนคติ

สรุปเนื้อหาจากหนังสือ---กระตุ้นให้พัฒนาตลอดเวลา "ความคิดใหม่ๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน" ส่งเสริมให้มีการอบรมเพื่อการพัฒนาความรู้และพัฒนาทัศนคติ (Mindset)

บทวิเคราะห์---ถ้าคนทุกหน่วยงานในสังคมในระบบประเทศ พัฒนาตัวเอง พัฒนาองค์กร พัฒนาสังคม และประเทศชาติได้ ก็จะทำให้มีความสามารถในการแข่งขัน แต่ทั้งหมดก็ต้องเริ่มจาก การสร้างคนก่อน ถ้าเริ่มต้นสอนให้เด็กคิด และขยัน การพัฒนาก็จะทำให้เกิดขึ้นได้ง่าย คนที่เป็นแบบขี้เกียจและคิดไม่เป็นก็จะไม่ก้าวหน้า

4. Heart
Ethics

สรุปเนื้อหาจากหนังสือ---มีความรู้ทำให้สติปัญญาดี มีจริยธรรมในการบริหาร ก็จะสร้างให้ประเทศเจริญขึ้นได้

บทวิเคราะห์---จริยธรรมจะต้องถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก เช่นเดียวกันกับความคิด เพราะถ้าไม่ถูกปลูกฝังก็จะไม่รู้ว่าตนทำผิดจริยธรรมในตอนโต ต่างคนต่างคิดว่าตนเองทำถูก แม้ในเรื่องเล็กๆ ถ้าเกิดเป็นผู้บริหารประเทศไม่มีจริยธรรมก็จะเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ไม่ได้สร้างให้ประเทศพัฒนาอย่างถูกต้องเท่าที่ควร

5.Health
สุขภาพดีมาก่อน
Digital Technologies
ทุนทางเทคโนโลยี สารสนเทศ

สรุปเนื้อหาจากหนังสือ---สุขภาพดีนั้นทำให้เราแข็งแรงทั้งกายและใจ มีพลังในการทำงานสร้างสรรค์ พัฒนาด้านอื่นต่อไป เทคโนโลยีสารสนเทศ ช่วยให้เรามีความรู้ ทันโลก ทันเหตุการณ์

บทวิเคราะห์---ทั้งสองเรื่องต่างมีประโยชน์ในคนละด้าน ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกันเลยแต่ผู้เขียนพยายามจะผูกเรื่องให้เข้ากันว่าถ้าทำเทคโนโลยีมากเกินไปก็จะสุขภาพไม่ดี เพราะไม่ออกกำลังกาย
- เรื่องสุขภาพดีนั้นสำคัญมากเพราะถ้าสุขภาพไม่ดี มีความรู้เท่าไรก็นำมาใช้ได้ไม่เต็มที่ ทำงานมีประสิทธิภาพน้อยลง
- ส่วนเทคโนโลยี เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน เราต้องมีความรู้รอบด้าน หาข้อมูลมากเท่าที่เราสามารถทำงานและตัดสินใจได้

6.Home
บ้าน ครอบครัว องค์กร
Human Capital
ทุนแห่งความสุข

สรุปเนื้อหาจากหนังสือ---ทรัพยากรมนุษย์ เป็นสิ่งสำคัญ เพราะมนุษย์เป็นปัจจัยทำให้เกิดสรรพสิ่ง

บทวิเคราะห์---มนุษย์เป็นเรื่องซับซ้อนละเอียดอ่อน มีหลากหลายประเด็นที่ต้องพูดถึง แต่ถ้าต้องการพูดถึงเพียง Concept ก็ควรจะเป็นเรื่องตั้งแต่เริ่มต้นเลี้ยงดูอบรมเด็กให้มีการพัฒนาทางความคิดก่อน คิดเป็น ทำเป็นก่อน จึงจะช่วยพัฒนาอย่างอื่น และเพิ่มเติมเป็น บ้าน ครอบครัว องค์กร สังคม ประเทศ โลก ถ้าพูดถึงการบริหารทรัพยากรมนุษย์อาจต้องอ้างอิงทฤษฎีXและทฤษฎีYเป็นการจัดการกับมนุษย์แต่ละประเภทให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด


7.Happiness
รักในงานที่ทำ สนุกในอาชีพ
Happiness Capital
ทุนแห่งความสุข

สรุปเนื้อหาจากหนังสือ---ความรู้ทำให้เกิดปัญญา ทำให้เกิดจริยธรรม และจะทำให้เกิดความสุข
ความรู้ ปัญญา จริยธรรม ความสุข

บทวิเคราะห์---ขอคัดค้านความคิดนี้ เพราะความสุขไม่ได้เกิดจากทฤษฎี ความสุขไม่ได้เกิดเป็นขั้นเป็นตอน ความสุขเกิดขึ้นจากทางจิตใจ ความสุขไม่ได้เกิดจากการมีเงินทอง ความรู้ ปัญญา จริยธรรม

8.Harmony
ปรองดอง สมานฉันท์
Social Capital
ทุนทางสังคม

สรุปเนื้อหาจากหนังสือ---การดึงทักษะของแต่ละคนมาร่วมสร้างสิ่งที่ดีงาม

บทวิเคราะห์---เราไม่สามารถพัฒนาองค์กร สังคม และประเทศ ด้วยตัวคนเดียว จะต้องร่วมมือร่วมใจกัน ถึงจะสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้


เรื่อง ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ บทสนทนาว่าด้วยการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

1. ทั้งหมดของหนังสือเป็นเรื่องของมุมมองของคนสองคนสนทนากัน ในเรื่องของทรัพยากรมนุษย์ โดยที่ผู้มี
ประสบการณ์ในวงการทรัพยากรมนุษย์ทั้งสองท่านได้สนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันโดยมีเรื่องที่น่า
สนใจคล้าย ๆ กัน

4 L's คุณพารณ                           4 L's ศ.ดร.จีระ
Village that learn                        Learning methodology
หมู่บ้านแห่งการเรียนรู้                    เข้าใจวิธีการเรียนรู้
School that learn                        Learning environment
โรงเรียนแห่งการเรียนรู้                  สร้างบรรยากาศในการเรียนรู้
Industry that learn                     Learning opportunity
อุตสาหกรรมแห่งการเรียนรู้             สร้างโอกาสในการเรียนรู้
Nation that learn                        Learning community
ชาติแห่งการเรียนรู้                       สร้างชุมชนการเรียนรู้

ทั้งสองมีมุมมองคล้ายกัน คือ เรื่องการเรียนรู้ ว่า "คนเราเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต" มุมมองของคุณพารณ สามารถมองเห็นสังคมแห่งการเรียนรู้ได้กว้างกว่า และมองเห็นภาพของการเรียนรู้จากสังคมเล็ก ๆ ไปหาสังคมระดับชาติ เหมือนจาก Micro ไปสู่ Macro ส่วนมุมมองของ ดร.จีระ เน้นจากการสร้างตัวตนในเรื่องการเรียนรู้ก่อน และพัฒนาจากตัวตนไปสู่สังคมหรือชุมชน

2. องค์กรใหญ่ ๆ ระดับปูนซีเมนต์ไทย มีการลงทุนกับทรัพยากรมนุษย์ถึงปีละ 200,000 - 300,000 บาทต่อคน ถือ
ว่าเป็นองค์กรที่ต้องการพัฒนาบุคลากรจริง ๆ เป็นตัวอย่างขององค์กรสมัยใหม่

3. (P 120)

3.1 Context เรื่องสารสนเทศ ระบบข้อมูลพื้นฐาน
3.2 Competencies ภาวะผู้นำ นวัตกรรม การบริหารเวลา วัดศักยภาพของคน
3.3 Motivation แรงบันดาลใจ

4. ถ้าการศึกษาถือเป็นจุดอ่อน จะนำมาแก้ไขด้วยองค์กรแห่งการเรียนรู้ได้มั้ย ?
(Learning Organization)
ตอบ "มนุษย์สร้างได้ แต่มีต้นทุน" จาก Gary S.Becker
การศึกษาถือเป็นเรื่องสำคัญ ต้องเริ่มตั้งแต่พื้นฐาน การเลี้ยงดู ความคิด ปัญญา จะมาสร้าง Learning Organization อย่างเดียวอาจจะไม่ประสบผลสำเร็จ

5. คนถือเป็นทรัพย์สิน หรือ Asset ที่สำคัญที่สุดขององค์กร
+ 8K

6. CEO ต้องทำตัวเป็นต้นแบบ Role Model ของคนในองค์กร รวมทั้งพวก White Collar และ Blue
Collar ด้วย

7. คนไทยห่วงเรื่องสนุกมากกว่า กล้าจ้าง เซอร์ เอลตัน จอห์น มาร้องเพลงด้วยราคาแพง แต่ถ้าจ้าง
ไมเคิล อี.พอร์ เตอร์ มาจะได้ประโยชน์มากกว่า
8. ทฤษฎี Constructionism ของ Prof.Pepert แห่ง Media Lab. หรือเรียกว่าทฤษฎีสร้างสรรค์ด้วย
ปัญญา คือ การพัฒนาเด็กในสิ่งที่เด็กสนใจ ใช้วิธีการสร้างสรรค์ให้เด็กเกิดการพัฒนาความคิด ความรู้ในเชิง
ลึกในวิชาที่เด็กคนนั้นสนใจ หรือการให้เด็กมาปฏิบัติจริง

มุมมองที่เห็นด้วย และแตกต่างจากหนังสือ

1. ผมเชื่อว่า ทั้งสองท่านมีประสบการณ์ในวงการทรัพยากรมนุษย์มาก ถ้าจะให้บันทึกเป็น Pocket Book ในแนวของการสนทนาก็สามารถเขียนได้มากกว่า 10 เล่มแน่นอน แต่ถ้าจะให้คนทั่วไปอ่าน คงจะอ่านไม่หมดเพราะความรู้มีมากมายเหลือกเกิน มีพวกอาจารย์ของต่างประเทศที่มีความสามารถหลาย ๆ ท่าน ก็มีแนวคิดคล้าย ๆ กัน หลังจากสะสมประสบการณ์มานับสิบปี แต่พวกอาจารย์ต่างประเทศนั้นก็จะเขียนความรู้ที่มีออกมาในรูปแบบของตำราการศึกษา (Text Book) หรือ ทฤษฎีสั้น ๆ ในแนว Pocket Book ก็มี โดยส่วนใหญ่จะไม่ใช่บทสนทนา ซึ่งความแตกต่างนี้มีทั้งข้อดี และข้อเสียในตัว

2. CEO ของแต่ละองค์กรจะต้องประพฤติ ปฏิบัติตัวเป็นตัวอย่างกับคนในองค์กร ซึ่งจะต้องแสดงให้ทุกคนเห็นใน Vision และ Mission ของตน รวมทั้งการเอาจริงเอาจังกับแต่ละเรื่องที่องค์กรปฏิบัติกัน เช่น ถ้าองค์กรต้องการเข้าสู่ระบบ ISO 9000 นั้น CEO จะต้องแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจ ซึ่งจะทำให้พนักงานส่วนใหญ่ร่วมมือด้วยอย่างดี

3. เมื่อการศึกษาเป็นจุดอ่อน เราก็ต้องแก้ปัญหาให้ตรงประเด็น โดยแก้ที่ระบบการศึกษา ไม่ใช่ไปเพิ่มที่ Learning Organization

4. ถ้าเราจะใช้ KPI วัดระหว่างประเทศที่มั่งคั่ง และกลุ่มประเทศที่สาม เราก็จะเห็นความแตกต่างของกันและกันอย่างชัดเจนในหลาย ๆ เรื่อง แต่ในเรื่องนี้เราจะพูดกันถึงระบบการศึกษา ระบบความคิด ระบบการเรียนรู้

ระบบการศึกษาในเมืองไทยยังเป็นระบบการท่องจำอยู่ ใครจำเก่งคนนั้นสอบได้ที่หนึ่ง ระบบการศึกบ้านเรายังไม่ได้สอนให้พัฒนาทางด้านความคิด โดยที่เป็นกันทั้งระบบ อาจจะรวมถึงวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีด้วย ตัวอย่างเช่น คนไทยสวนใหญ่เป็นคนนอบน้อม อ่อนน้อมถ่อมตน และนับถือผู้ใหญ่ ให้ความเคารพผู้สูงอายุ แล้วถ้านำทั้งสองประเด็นนี้มารวมอยู่ในระบบการศึกษาก็กลายเป็นว่า ผู้ใหญ่ถูกเสมอ คุณครูถูกเสมอ ถึงแม้ว่าคุณครูพูดผิด เด็กก็ไม่กล้าเถียง ไม่กล้าขัดคุณครู เพราะต้องอ่อนน้อมถ่อมตน มิฉะนั้นจะถูกหาว่าเป็นเด็กก้าวร้าว เด็กก็จะไม่กล้าแสดงความคิดเห็น ไม่กล้าพูด ไม่กล้าทำสิ่งที่แตกต่างจากผู้ใหญ่ทำ

ท้ายที่สุดด้วยระบบการศึกษา ที่ใช้วิธีท่องจำจึงไม่ได้พัฒนาสมองของเด็ก และไม่ได้พัฒนาความคิดของเด็ก จึงได้ผู้ใหญ่ในวัยทำงานที่ไม่ค่อยมีความคิด เข้ามาในหลาย ๆ องค์กร จึงทำให้องค์กรไม่มีประสิทธิภาพสูงสุด

เรื่องการวิเคราะห์ HR Architecture

จากภาพสามารถบอกได้ถึงภาพรวมของมนุษย์กับบทบาทภาคธุรกิจ
โดยที่ การศึกษาสุขภาพอนามัย โภชนาการ ครอบครัว สื่อ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ Input ให้กับประชากรของประเทศ หรือของโลก โดยที่มีผลอย่างมากในการสร้าง หรือหล่อหลอมให้เกิดความรู้ ความคิด ความสามารถ และพัฒนาตัวเอง ให้เข้ามาสู่ภาคธุรกิจ การแข่งขัน ถ้าไม่มีทักษะ ความสามารถ ก็จะได้เงินเดือน ค่าจ้างน้อย และไม่มีศักยภาพในการแข่งขัน และไม่สามารถทำให้องค์กรยั่งยืน
ประชากรเหล่านี้ อาจจะอยู่ทั้งในภาคเกษตร อุตสาหกรรม บริการ รัฐบาล รวมทั้งผู้ประกอบการอิสระ ซึ่งทั้งหลายเหล่านี้ล้วนต้องการบุคลากรที่มีทักษะ ความรู้ ความสามารถ มีศักยภาพในการแข่งขัน และสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กร และมีชีวิตหลังเกษียณที่ดีด้วย