- นมัสการพระคุณเจ้า BM.chaiwut อีกครั้งขอรับ ว่าด้วยเรื่อง
- มร+ต=มต (ตายแล้ว)
มร+ติ=มติ (การไม่ตาย) คำพูดที่ไม่ดิ้นกระดุกกระดิก (คำพูดที่ตายแล้วไม่ดิ้นไปไหนอีก)
อ+มต=อมต (ไม่ตายแล้ว)
-
จริงอย่างพระอาจารย์ ทักท้วงมานะขอรับกระผม พิมพ์ผิด/พิมพ์เกิน ตรงคำว่า มร+ติ=มติ (การไม่ตาย)ผม เผลอใส่คำว่า ไม่ ลงไป
-
ในส่วนของคำแปลในวงเล็บนั้น เพราะคิดเชื่อมโยงกับ ประโยคที่ว่า
-
มติในที่ประชุม มีอยู่ว่า...
-
การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 50
-
จึงทำให้เขว หลงคิดไปว่า มติ ในบริบทของภาษาไทย คงหมายถึง คำพูด ที่ไม่ดิ้นกระดุกกระดิก (คำพูด ที่ตายแล้วจึงไม่ดิ้นอีก จินตนาการลึกล้ำมั้ยครับ แฮ่ะๆ)
-
แต่ในข้อเท็จจริง
มติ [มะติ] น. ความเห็น, ความคิดเห็น, เช่น ที่ประชุมลงมติ มติของข้าพเจ้า, ความรู้; ข้อวินิจฉัยญัตติที่เสนอต่อที่ประชุม. (ป., ส.).
-
เลยถึงบางอ้อว่า มติ เป็นความคิดในใจ ยังไมได้กล่าวออกมา (เป็นความคิดที่จริงก็ได้ ไม่จริงก็ได้ เป็นความคิดที่ สัตย์ ก็ได้ อสัตย์ ก็ได้)
-
แต่ก็ คิดสงสัยในพุทธพจน์ ที่ว่า
สัจจังเว อมตวาจา : วาจาสัจ เป็นสิ่งที่ไม่ตาย
-
ถ้าวาจาสัจ ยัง อมต/อมติ (ไม่ตาย : ยังดิ้น กระดุกกระดิก ถ้าแปลแบบนี้คงเป็นตรรกศาสตร์ที่ผิด เพราะ ทำให้ ไขว้เขวไปว่า อมตวาจา =คำพูดที่ซัดส่าย (ดิ้นกระดุกกระดิก) แปลไปได้ หนอ นายกวิน ฮาๆเอิ๊กๆ
-
ต้องแปลว่า สัจจ/สัตย์ นี้เป็น อมตวาจา เพราะไม่มีใครสามารถทำลาย สัจจ/สัตย์ (ความจริง) ให้มลายหายไปจากโลกได้ ทำอย่างไร สัจจ/สัตย์ (ความจริง) ก็ไม่ตาย/ไม่เปลี่ยนแปลง
-
นี่ถ้า กระผม ลงสอบบาลีสนามหลวง ผมคงจะต้องสอบตกนะครับกระผม พระอาจารย์