สวัสดีครับน้องปู P 6. poo

Poo:

น่าคิดๆ นะคะ แต่น้องก็ยังคิดไม่ออกค่ะ

* ปัญหาอยู่ที่การจัดการ การนำไปใช้ รึเปล่าคะ

* เคยได้ยิน เรื่องการสรรปันส่วน การใช้น้ำ

บางทราย:

การนำน้ำไปใช้ก็เป็นปัญหาอยู่ หลากหลายครับที่สำคัญคือ

  • จะใช้น้ำอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดในทางการผลิต แต่..
  • การผลิตมีปัญหาเรื่องราคาผลผลิต  จะผลิตอะไร ผลิตอย่างไรนั้นมีปัญหาบ้างแต่แก้ไขได้ โดยการให้ความรู้ การส่งเสริม ซึ่งเรามีนักวิชาการเกษตรเต็มบ้านเต็มเมือง  แต่ราคาผลผลิตนั้นไม่เคยมากเพียงพอที่จะทำให้เกษตรกรพึงพอใจ ไม่เป็นหนี้สินได้ ราคาผลผลิตขึ้นกับพ่อค้า  ยังไม่มีใครแก้ตก  ใครต่อใครบอกว่าเกษตรกรต้องรวมกัน เราก็มีระบบสหกรณ์มามากกว่า 60 ปีแล้ว ก็ไม่รอด  มีน้อยแห่งที่พอได้  ส่วนใหญ่สอบไม่ผ่าน หรือล้มเหลว
  • เมื่อเอาระบบ Contract farming เข้ามาช่วยประกันราคาผลผลิตให้และอยู่ในวิสัยที่รับได้เรื่องราคาผลผลิต  แต่พืชที่ทำ contract นี้ก็ใช้สารเคมีมากมาย มหาศาล และยังมีความเสี่ยงมากๆ และความเสี่ยงก็ตกแก่เกษตรกร บริษัทผลักความเสี่ยงมาที่เกษตรกร เขาลอยตัวไป หากจะขาดทุนบ้างก็แบ่งส่วนเท่านั้น เกษตรกรก็รับความเสี่ยงมากกว่า 50 % ยิ่งเป็นพื้นที่ที่เกษตรกรใหม่ต่อระบบการผลิตแบบ Contract farming นี้ เช่นพื้นที่ที่พี่รับผิดชอบอยู่นี้ โอย..แทบจะจับมือเขาทำการเพาะปลูกเลยหละ..
  • เมื่อเกษตรกรมีปัญหาในเรื่องการผลิตแบบ contract farming นี้ก็ส่งผลรายได้ที่เขาได้รับ ก็ส่งผลถึงภาระรับผิดชอบค่าน้ำที่จะต้องจ่ายให้แก่การสูบน้ำ หรือระบบชลประทาน
  • เท่าที่สังเกต หากการผลิตที่ได้ไม่มีปัญหาเรื่องผลผลิตและการรับซื้อ เกษตรกรก็ไม่ติดขัดในเรื่องค่าใช้จ่ายที่เขาจะต้องจ่าย
  • และหากราคาดีดี ชาวบ้านเขาจะเรียนรู้โดยอัตโนมัติว่าจะทำให้ดีที่สุดได้อย่างไร เพราะเป็นไปตามหลักที่ว่า หากได้เงินดี เขาก็เรียนรู้เอง เป็นแรงกระตุ้นให้เขาต้องทำให้ดีที่สุดเพื่อรายได้ที่จะได้มา (โดยไม่รู้ว่าจะเสียอะไรบ้างทั้งทางตรงและอ้อม)
  • พี่ก็เลยร่ายยาวเลย  เอาข้อมูลการวิเคราะหืความเสี่ยงในการใช้ประโยชน์จากน้ำ จากแหล่งผลิตน้ำมาให้ดู  กรณีตัวอย่างงานสูบน้ำด้วยไฟฟ้าที่พี่รับผิดชอบ พี่ทำการวิเคราะห์ความเสี่ยงต่างๆขึ้น เพื่อดูปัจจัยที่เราควบคุมได้ และควบคุมไม่ได้ แล้วพยายามหลีกเลี่ยง หรืออุดช่องโหว่นั้นๆ

ตารางนี้เป็นการวิเคราะห์ปัจจัยหลักของความเสี่ยงต่างๆ

ดูวงจรความสัมพันธ์ของความเสี่ยงต่างๆ

แล้วก็วิเคราะห์ทีละด้านจนครบทุกด้าน

แล้วแทนค่าความเสี่ยงลงไปใน Matrix เพื่อดูภาพความเสี่ยงโดยรวม ของปัจจัยด้านต่างๆ

การวิเคราะห์นี้จะเป็นประโยชน์มากเมื่อเราเอามาทำแผนงานการผลิต การบริหารจัดการต่างๆ ฯลฯ โดยเฉพาะให้ชาวบ้านเรียนรู้เรื่องต่างๆเหล่านี้ในรูปแบแบที่ง่ายกว่านี้นะครับ

 

Poo: เมื่อก่อนที่กทม. กลุ่มจะพูดว่า คนเมืองเอาน้ำชนบทมาใช้ในเชิงอุตสาหกรรม และธุรกิจมาก จึงน่าจะมีการเรียกเก็บตอบแทน ทุนตามสัดส่วน .. แล้วน้องก็ไม่ทราบอีกเลย ว่าเป็นไง

บางทราย: เป็นความจริงครับ แต่ก่อนน้ำมาก ธุรกิจน้อย อุตสาหกรรมน้อย จึงไม่มีปัญหา ปัจจุบันไม่ได้แล้ว แย่งกันแล้ว จึงต้องมีมาตรการจัดการที่เหมาะสม เป็นเรื่องที่กรมทรัพยากรน้ำจะต้องวางมตราการเรื่องนี้ให้ชัดเจน เขากำลังทำอยู่ครับความคืบหน้ายังไม่ทราบครับ  แต่ที่แน่ๆคือ เป็นระเบิดลูกใหญ่ในอนาคตแน่ๆ

ปัจจุบันและอนาคตจะใช้กฏ "who use who pay" เช่น ป่าห้วยขาแข้งเป็นแหล่งผลิตน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดสำหรับเขื่อนศรีนครินทร์ที่กาญจนบุรี และเป็นน้ำเพื่อการเกษตรและเป็นน้ำประปาเสริมสำหรับกรุงเทพฯ  ดังนั้นคนกรุงเทพฯที่ใช้น้ำประปาจะต้องจ่ายค่าบำรุงรักษาป่าที่ห้วยขาแข้งด้วย (ในอนาคต) หรือคนกรุงเทพฯต้องออกไปปลูกป่า 10 ต้นอะไรทำนองนั้นน่ะครับ

 

Poo: * เมื่อก่อนตอนอยู่เกาะ จะมีปัญหาเรื่องน้ำจืดมากค่ะ

ทางเกาะ จะใช้เทคโนฯ ผันน้ำเล เป็นน้ำใช้ แต่งบบานปลาย ก็เลยยังไม่เดินหน้า

เพียงนำ พลังงานแสงอาทิตย์ มาใช้บ้างค่ะ ให้คนต่างชาติมาเป็นที่ปรึกษาอีกแล้ว เครื่องหนึ่งตั้งเป็นแสนแน่ะคะ ..

 

บางทราย: พลังงานแสงอาทิตย์เป็นทางเลือกที่จำเป็นที่สุด บริษัทน้ำมันใหญ่ๆของโลกแอบศึกษาเรื่องนี้ พัฒนาเรื่องนี้เพื่อนำมาทดแทนน้ำมัน เข้าใจว่ายังมีราคาแพงอยู่ พี่เคยมีส่วนร่วมในโครงการใช้พลังงานแสงอาทิตย์สูบน้ำจากลำน้ำชีขึ้นไปเก็บในอ่างใหญ่ๆที่อ.เชียงยืน  แล้วก็สูบจากอ่างไปทำระบบประปาที่อำเภอเชียงยืน  ดีมากๆเลย เพราะเป็นพลังงานสอาด ไม่มีมบภาวะ ไม่มีกลิ่น ไม่มีเสียง ไม่มีฝุ่นสกปรก  แต่ราคาแพง

ทหารอเมริกันในสงครามเวียตนามเข้าป่าโดยใช้ Solar cell เป็นแหล่งผลิตพลังงานสำหรับเครื่องมือสื่อสารต่างๆ เขาทำเป็นเข็มขัดคาดเอว  เดนไปไหนๆก็รับแสงแดดก็สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าใช้ได้.... 

แม้ว่าแพงก็คุ้มหากเทียบประโยชน์ที่ได้กับผลเสียที่เกิดขึ้น 

พลังงานลมเป็นทางเลือกอีกอันหนึ่ง ความจริงในอีสานเคยศึกษามาเมื่อ 30 ปีที่แล้ว แต่ไม่ประสบผลสำเร็จเพราะปริมาณลมและความต่อเนื่องของลมบ้านเราไม่ดี จึงล้มเลิกไป มีคนหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาอีกครับ ก็ดูกันต่อไป

ขออภัยที่พี่ร่ายยาวไปเลย อิอิ...น้องปู