108496

อ่าน: 451
เป็นไปได้ไหมถ้าไม่มีความฟุ่มเฟือย
บันทึกของนักศึกษาปริญญาเอกภาษาอังกฤษเกี่ยวกับมหาชีวาลัยอีสาน

 ผู้เขียนกลับมาถึงมหาวิทยาลัยแล้วครับ  วันนี้ได้แต่คิดว่า ที่ชาวบ้านเป็นหนี้นั้นเกิดจากอะไร ชาวบ้านเล่าให้ฟังว่า บางหมู่บ้านไฟฟ้ายังไม่เข้า แค่มีเสาไฟตั้ง ปรากฏว่าชาวบ้านบางบ้านมีเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้ว โดยมีคนมาขายอุปกรณ์ไฟฟ้าเงินผ่อน  ถามว่าทำไมรีบซื้อ ได้คำตอบว่า เห็นบ้านอื่นๆๆเขามีเลยอยากมีบ้าง เรียกว่าเป็นหนี้ตั้งแต่ยังไม่มีไฟฟ้า

 

 

   

เลยมาคิดตั้งโจทย์เอาเองว่า ถ้าชาวบ้านมีแหล่งน้ำสามารถปลูกผัก เลี้ยงปลา เลี้ยงวัว เลี้ยงไก่ ได้จะเป็นหนี้ไหม  มีพี่คนหนึ่งเป็นนายดาบตำรวจ ชื่ออุทัย บอกว่า ถ้าเราไม่หน้าใหญ่ ทำแบบเขารับรองว่า สามารถอยู่ได้  แต่พบว่า ข้าราชการตำรวจก็เป็นหนี้ค่อนข้างมาก แกสารภาพเองว่า เป็นหนี้ทั้งในระบบและนอกระบบ

 

 

  

เคยมีคนบอกว่า อยากให้บัณฑิตคืนถิ่น ถ้าบัณฑิตคืนถิ่นแล้วมีอะไรให้เขาทำบ้าง เป็นเพราะพ่อแม่ คาดหวังว่า ลูกที่ส่งไปเรียนต้องกลับมาเป็นข้าราชการ เมื่อตำแหน่งน้อยก็ไม่สามารถเป็นข้าราชการได้ ด้วยความที่เด็กอยู่ในกรุงเทพฯหรือเมืองใหญ่ๆๆหลายปี ทำให้ยึดติดกับความสบาย กลับไปบ้านลำบาก อยู่ทำงานที่กรุงเทพฯดีกว่า 

 

   

ที่เขียนมานี้อยากบอกว่า ระบบการศึกษาบ้านเราส่งเสริมระบบค่านิยมที่ผิดหรือไม่ เป็นเพราะเราบ่มเพาะความฟุ่มเฟือย ความหรูหรา แต่เราไม่ได้ส่งเสริมให้บัณฑิตเรา มีการต่อสู้กับปัญหา เรียนรู้วิธีการแก้ปัญหา แต่บัณฑิตเราเรียนรู้จากตำราต่างประเทศ การท่องจำ มากกว่า ทำให้เรารู้ไม่เท่าทันกับปัญหาและวิธีการแก้ปัญหา

 

 

 

  เป็นไปได้ไหมที่ทีวีบ้านเรา ไม่โฆษณา ยั่วเย้าให้ซื้อสิ่งของฟุ่มเฟือย แต่ส่งเสริมให้เราประหยัด อดออม เป็นไปได้ไหมที่เราจะมีการออกแบบกระบวนการเรียนรู้ของเราเอง ให้สอดคล้องกับท้องถิ่น โดยไม่ ปฏิเสธความรู้ใหม่ๆ  ใครมีความรู้ในการออกแบบกระบวนการเรียนรู้ การส่งเสริมให้ชุมชนไม่ฟุ่มเฟือย มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นให้หน่อยนะครับผม

------------

P
36. หมอเจ๊ คนสวย แซ่เฮ
เมื่อ อา. 22 มิ.ย. 2551 @ 08:17
711050 [ลบ]

  • แวะมาเยี่ยมเยียน เลยมีโอกาสเก็บเกี่ยวความรู้จากความคิดเห็นของหลายๆท่านในที่นี้  รวบรวมแล้วดูเหมือนจะได้แบบของกระบวนการเรียนรู้หลักที่ดีอย่างหนึ่งสำหรับพัฒนาคนค่ะ
  • เลยเอามา AAR ให้น้องขจิตอ่านค่ะ 
  • ........... 
  • ...........
  • บริบทที่เป็นโอกาสพัฒนาไปสู่ที่คาดหวัง
  • ห้องเรียน ไม่ได้หมายความว่าเป็นห้องสี่เหลี่ยม ที่มีโต๊ะ เก้าอี้ กระดาน(เขียว /ขาว) และมีคุณครูและมีลูกคุณหนูมาฟังแค่นั้น
  • ปกติของคน เมื่อต้องการก็ต้องแสวงหา บางครั้งเอามานั่งดูเฉยๆ ก็ยอม เพื่อให้สังคมรอบข้างเข้าใจว่าเรามี
  • ความคิด ค่านิยมผิดๆ รู้สึกอายถ้าไม่มีเหมือนคนอื่นเขา แต่ไม่อายที่ต้องกู้เงินมาซื้อ หรือซื้อเงินผ่อน
  • ...........
  • บริบทของความรู้ที่ควรเชื่อมโยงและใส่เป็นโจทย์
  • สิ่งที่ควรสอน คือ การจัดการและการบริหารความรู้สึก
  • หลักการเข้มแข็งที่ว่านี้ต้องได้มากจากการศึกษา (ไม่ใช่การศึกษาจากหนังสืออย่างเดียว) ผ่านการปฏิบัติจริงจนตกเป็นผลึกเพื่อให้เห็นว่าสิ่งที่เราพูดถึงนี้มีประโยชน์มากน้อยเพียงต่อการดำรงชีวิต
  • จัดกิจกรรมให้คิดเป็น ใช้กรณีศึกษาแล้วให้ช่วยกันวิเคราะห์ แก้ปัญหา ถ้าเป็นเราเราจะทำเช่นนั้นหรือไม่ เพราะอะไร...ร่วมกันคิด เด็กๆก็คิดเป็นและปฏิบัติได้
  • ทำยังไง ใส่อะไรลงไป  ให้เขาตีโจทย์ของความพอเพียงให้ได้
  • เรียนรู้ระบบคิดเรื่อง ความต้องการจำเป็น คุณค่าแท้คุณค่าเทียมของสินค้า การเปรียบเทียบคุณลักษณะ (spec) ของสินค้า เปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย การวิเคราะห์ราคาต่อหน่วย ฯลฯ ซึ่งอาจจะทำให้เห็นแง่มุมด้านต่างๆ ของการบริโภคที่ใช้เหตุใช้ผลมากขึ้น
  • ครู อาจารย์ ทำตนเป็นตัวอย่าง เด็กเห็น ทำตามเอง ไม่ต้องออกแบบให้เหนื่อยใจ
  • เผยแพร่ กลุ่มชาวบ้าน ที่พึ่งตนเอง ให้เป็นตัวอย่างเยอะๆ
  • ขยายเครือข่ายการปฎิบัติแบบที่ติดดิน
  • ครูก็ช่วยกันสอนเด็กร่วมกับพ่อแม่
  • ..............
  • บริบทของความคาดหวังจากกระบวนการเรียนรู้ที่จัดขึ้น
  • เด็กคิดได้ คิดเป็น รู้จักคิดอะไรที่เป็นเหตุเป็นผลแล้ว มีความคิดสร้างสรรค์ ลดการฟุ่มเฟือยได้
  • ...............
  • ขอบคุณทุกท่านค่ะ ที่แบ่งปันเติมความรู้ให้
  • ขอบคุณน้องขจิตนะคะที่ตั้งประเด็นขึ้น