- มาเป็นกำลังใจให้พี่ จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
- ขอให้การบรรยายพิเศษ ประเด็นเรียน ป.โท อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ บรรลุผลตามที่มุ่งหวังนะครับ
- มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (ลปรร.) นิดนึงนะครับ
- ศาสดาทุกศาสดา เผยแพร่คำสอนด้วยการเทศนา/สนทนา ยกตัวอย่างเช่น พุทธศาสนา
- พุทธองค์เทศนาสังสอนบรรดาเหล่าพุทธบริษัท ทั้งหลายมีจำนวนเหลือคณานับที่บรรลุธรรมขั้น พระโสดาปัตติมรรคหรือพระโสดาปัตติผล หรือการที่เราเรียกกันว่า บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน
- โสดาบัน= โสต+อาบัน
-
โสต, [โสด, โสตะ–] น. หู, ช่องหู. (ป.; ส. โศฺรตฺร).
โสตเป็นคำนามแปลว่าหู ถ้าเป็นคำกริยา น่าจะแปลว่า ฟัง
-
อาบัน ก. ต้อง เช่น อาบัติอาบัน ว่า ต้องอาบัติ; ถึง, ลุ, เช่น โสดาบัน ว่า ถึงโสตธรรม คือ กระแสพระนิพพาน. (ป., ส. อาปนฺน).
- ผู้ที่บรรลุโสดาปัตติผล ก็ด้วยการละ สังโยชน์ เบื้องต่ำ 3 ประการ คือ
- สักกายทิฏฐิ คือ ความเห็นเป็นเหตุถือตัวตน
- วิจิกิจฉา คือ ความลังเลสังสัย
- สีลัพพตปรามาส คือ ความเชื่อถือยึดมั่นว่าความศักดิ์สิทธิ์มีได้ด้วยศีลและพรตอย่างนั้นอย่างนี้ (รักษาศีลแต่เพียงทางกาย ทางวาจา แต่ใจยังไม่เป็นศีล)
- โดยสรุป การพูด+การฟัง ที่ดี ทำให้เกิด ปัญญา
- ผู้ที่เกิดปัญญาเพราะการฟัง เรียก บรรลุโสดาบัน
- การพูด ให้ผู้อื่นฟังเพื่อให้เกิดปัญญา จึงต้อง
- พูดให้เขาหมดสิ้น สักกายทิฏฐิ (คือ ความเห็นเป็นเหตุถือตัวตน /พูดทำลายอัตตา ของผู้ฟัง ผู้ฟังก็ต้องทำลายอัตตา ของตัวเองด้วย)
- พูดทำลาย วิจิกิจฉา คือ ความลังเลสังสัย (พูดชี้แจงให้เขาหายสงสัย)
- พูดทำลาย สีลัพพตปรามาส คือ พูดชี้แจงให้เขา ทำวิจัยด้วยใจ มิใช่ทำวิจัยด้วยกระดาษ) อะไรทำนองนี้ นะครับ
- โยงพุทธศาสนามา ประยุกต์นิดนึงนะครับ ช่วงนี้กำลังฝักใฝ่ในพระธรรมคำสอน
- ขอบคุณครับ