what I say ,I want you can hear me.
มีนิทานอยากเล่าเรื่องหนึ่งเรื่องมีอยู่ว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งพบว่าติดเชื้อเอชไอวีจากสามี ผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่มีอาชีพสุจริตและมีชื่อเสียงอยู่พอสมควรในจังหวัดที่เธออยู่..เมื่อเธอรับรู้เรื่องการติดเชื้อนี้เธอไม่สามารถทำใจยอมรับได้และคิดที่จะหลีกหนีความจริงก่อนที่จะมีอาการเจ็บป่วยเกี่ยวกับการติดเชื้อใดๆจะปรากฏ...เธอได้วางแผนที่จะฆ่าทั้งตัวเองและสมาชิกในบ้าน โชคร้ายที่สามีไม่อยู่บ้านขณะนั้นเพราะเขาเจ็บป่วยญาติฝ่ายชายจึงนำไปดูแลอยู่อีกที่ ที่บ้านจึงอยู่แต่เธอกับลูก เธอใช้มีดแทงลูกเสียชีวิตไปก่อนเพราะคิดว่าถ้าลูกไม่มีพ่อแม่แล้วต่อไปข้างหน้าเด็กอาจจะยิ่งแย่กว่านี้ หลังจากนั้นเธอก็ลงมือแทงตัวเองแต่มีคนมาพบและช่วยชีวิตเธอได้....หลังจากนั้นเธอถูกนำมาส่งรพ.ฝ่ายกายเพราะว่าเธอติดเชื้อ การตรวจร่างกายเกี่ยวกับการติดเชื้อยังไม่เป็นปัญหาสำคัญ(สุขภาพยังดี/แข็งแรง)แต่สุขภาพใจนั้นแหลกสลายซึมเศร้าอย่างหนัก ผู้ป่วยถูกส่งต่อให้ไปปรึกษาทางจิตเวชด้วย....ประวัติและข้อสังเกตเกี่ยวกับอันตรายที่อาจเกิดได้ในผู้ป่วยรายนี้ก็เขียนแจ้งไว้...แต่แพทย์ผู้รับปรึกษากลับไม่ได้รับผู้ป่วยไว้ดูแลหรือสังเกตอาการใดๆเลย สั่งแต่จ่ายยาคลายเครียดและยานอนหลับบางอย่างให้แล้วบอกให้ญาติรับตัวกลับไป...เมื่อกลับถึงบ้านเย็นนั้นเธอใช้ยานอนหลับที่ได้พร้อมกับใช้ไฟฟ้าช็อตฆ่าตัวตายได้สำเร็จ....เราตามข้อมูลจากญาติจึงได้ทราบเรื่องราวทั้งหมด...สิ่งที่เราทำเช่นการติดตาม..สำรวจค้นหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคนไข้และประวัติของเขาหลายหนที่เป็นทุนทรัพย์และเวลาส่วนตัว..เราทำเพราะรู้ว่ามันเป็นสิ่งที่จะช่วยให้เข้าใจคนไข้ได้อย่าลึกซึ้งกว่าการเดาหรือถามเอาอย่างเร่งรัดที่โรงพยาบาล....เมื่อมีเหตุคนไข้ตายครอบครัวเขาสูญเสียสมาชิกอันเป็นที่รักและเราเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลทางด้านจิตใจเราเองก็เสียใจเช่นกัน...ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุร้ายใดๆขึ้น..เรากลับไปเล่าเรื่องให้หมอฟังในภายหลังโชคดีที่เราเจอแพทย์ที่น่ารักคุณหมอเองก็เสียใจและตั้งใจและใส่ใจกับคนไข้ที่เราส่งต่อไปปรึกษามากขึ้น...โรงพยาบาลเรามีผู้ป่วยที่น่าจะมีปัญหาจิตเวชมากแต่ไม่มีจิตแพทย์ถ้าไม่หนักหนาแสนสาหัสก็อาจพอขอให้อายุรแพทย์ช่วยดูแลกันไปพลางๆก่อน แต่ถ้ามีอาการมากจะส่งต่อไปโรงพยาบาลข้างเคียง...หลายครั้งที่ผู้ป่วยไม่รู้เรื่องขาดสติ มีเตะมีข่วนทุบตีเจ้าหน้าที่ก็หลายหน เราได้แต่ต้องระวังดูแลตนเองให้ดี ไม่เผลอสติ สิ่งที่ได้รับเมื่อเราเกิดโดนคนไข้เอามือตบเพื่อป้องกันตัวเขาเองก็คือคำถามว่า"ทำไมไม่ระวังอย่างนี้ก็แย่น่ะซิ" ตราบใดที่ความคิดแยกส่วนยังคงครอบงำระบบบริการสาธารณสุขอย่างนี้ คนไข้ก็แย่และผู้ทำงานก็แย่ด้วย..ถ้าเราไม่คิดว่านี่เป็นคนไข้จิตเวชของเธอนะเธอต้องรับผิดสิแต่มองว่าเป็นคนไข้ของโรงพยาบาลของเราทุกคน....คนไข้เองก็อบอุ่นและคนทำงานก็ไม่ค่อยอยากจะBurn-outหรอกค่ะ