คุณทิพย์
สวัสดีครับ
ดังนั้นจึงต้องฝึกสติให้เข้มแข็งมากขึ้นครับ
การฝึกจิตต้องเริ่มจากการหยุดครับ
หยุดพื่อช้า (เช่นเดินจงกรม)
เพื่อสติจะได้ตามอารมณ์ตามกิเลสตามอริยาบทได้ทัน
จะสังเกตุว่าการปฏิบัติธรรมที่ถูกต้อง ต้องฝืนทั้งนั้นครับ คือฝืนความอยากหรือไม่อยาก(ฝึก)
การหยุดทุกชนิดทำให้มีเวลาสำหรับการพิจารณา
มาถึงเรื่องที่ปรารภนะครับ
การที่คุณทิพย์บอกว่าช่วยคนอื่นแล้วต้องมานั่งแก้ปัญหาตัวเองบอกว่าเพราะเป็นคนใจอ่อน
รวมทั้งคิดว่าเคยทำกรรมกับคนนั้นมาจึงยอมเสียเปรียบ เพราะจะได้ชดใช้หมดหนี้
และสุดท้ายคิดว่าผู้นำต้องเสียสละ
ผมเข้าใจ และในช่วงชวิตหนึ่งก็เคยผ่านประสบการณ์เหล่านี้มาแล้วเหมือนกัน
การปฏิบัติธรรมที่ถูกทางจะทำให้เห็นคำตอบปัญหาเหล่านี้ครับ
ใจอ่อนนั้นถูกต้องเลย ซึ่งก็เป็นธรรมชาติของจิตประเภทหนึ่งซึ่งเราสั่งสมมา ถ้าใจอ่อนในเรื่องสร้างบุญสร้างกุศลก็ถือว่าดีครับ แต่อย่าใจอ่อนกับการทำที่ไม่ดี
อะไรที่ผิดศีล ผิดกฏหมายอย่าไปทำครับ เรียกว่าอ่อนกับความดี แข็งกับความชั่ว
การชดใช้หนี้กับคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตเรา ผมคิดว่ามีเหตุผล เพราะการที่คนเราจะได้มาพบกันในชาตินี้ ล้วนมีเหตุนำมาทั้งนั้น ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
การยอมชดใช้ไปนั้นถือว่าชนะใจตนเองครับ แต่ก็เมื่อเราตั้งใจยอมชดใช้เพื่อใช้หนี้แล้ว (ทั้งที่รู้ว่าเสียเปรียบ)ก็ขอให้เป็นครั้งเดียวครั้งสุดท้าย จบกันไป เป็นบทเรียนที่ต้องจำไว้และไม่ยอมให้เกิดอีก
ส่วนเรื่องที่คิดว่าการเป็นผู้นำต้องเสียสละนั้น ผมคิดว่าต้องมีเหตุผมที่เหมาะสมด้วย และที่สำคัญต้องเป็นสิ่งที่เราพิจารณาและตัดสินใจอย่างชัดเจนแล้วว่ามีคุณค่าพอ....เพราะสิ่งนี้จะเป็นบารมี เป็นการยกจิตของเราให้สูงขึ้นไปอีก ถ้ามารไม่มี บารมีไม่เกิด ก็พูดได้เช่นกันว่า ถ้าสถานการณ์ไม่เกิด ผู้นำก็ไม่ได้สร้างบารมี
ประโยชน์สูงสุดในชีวิตเราก็คือการได้เรียนรู้จากประสบการร์ชีวิตของเราเองครับ
ไม่ได้อยู่ความผิดหวังหรือล้มเหลว หรือแก้ปัญหาไม่ได้หรือเสียรู้คน
แต่อยุ่ที่เราจะเรียนรู้ ได้ปัญญาจากสิ่งเหล่านั้นหรือไม่
ดังนั้นการฝึกสติจึงมีความสำคัญเพราะถ้าสติไม่มา สติไม่เข้มแข็ง ไม่ว่องไว กิเลสก็จะมาพาเราไปทำในสิ่งที่ง่ายกว่า ซึ่งไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกต้อง และจะยิ่งทำให้เกิดปัญหาอื่นตามมาเช่นที่ปรารภไว้ครับ
การฝึกสติ ขอให้มีคำว่าหยุดเริ่มต้นเสมอครับ
ขอให้โชคดีครับ
ด้วยความปรารถนาดี