รำลึกครูกลอนสุนทรภู่
<div class="Section1">
ในเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมานี้เป็นช่วงที่ได้รำลึกถึงท่านสุนทรภู่กวีเอกของโลก ดังนั้น จึงขอนำเสนอผลงานของท่าน กวีเอกของไทย ที่มีชื่อเสียงเลื่องลือเป็นบุคคลผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมระดับโลก ซึ่งองค์การยูเนสโกประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติไว้ในวาระครบรอบ 200 ปีเกิด เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2529 ถึงวันนี้ผลงานหลายต่อหลายเรื่องยังคงความอมตะ สามารนำมาเป็นแนวทางดำเนินชีวิตในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ในโอกาสนี้ขอนำข้อคิด คำสอนที่มีปรากฏอยู่ในผลงาน ซึ่งส่วนหนึ่งสำนักงานวัฒนธรรมแห่งชาติไดรวบรวมไว้มาขยายแนะนำให้รู้จักและเข้าใจกันอีกครั้ง
ประวัติของสุนทรภู่ สุนทรภู่เกิดเมื่อวันจันทร์ เดือน 8 ขึ้น 1 ค่ำ ปีมะเมีย จุลศักราช 1145 เวลา 08.00 น. ตรงกับวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ.2329 บิดาเป็นชาวบ้านกร่ำ อ.แกลง จ.ระยอง มารดาเป็นชาวเมืองอื่น มาอยู่กินกันที่ กรุงเทพ ฯ แล้วจึงให้กำเนิดสุนทรภู่ ผู้เป็นทั้งกวีเอกของไทยและของโลก สวัสดิรักษา หนึ่งในผลงานที่สุนทรภู่ดัดแปลงมาจากคำฉันท์โบราณที่อ่านยากให้เป็นคำกลอนที่อ่านเข้าใจง่าย ในครั้งนั้นได้แต่งถวายเจ้าฟ้าอาภรณ์ พระราชโอรสในรัชกาลที่ 2 ซึ่งมีข้อควรปฏิบัติและไม่ควรปฏิบัติสอนชายฝากไว้ให้ศึกษา อย่างตื่นนอนในตอนเช้า ไม่ควรโกรธ ให้พูดแต่วาจาดีเพื่อความเป็นมงคล ก่อนนอนให้แสดงความเคารพกราบหมอน สรรเสริญคุณบิดามารดาอาจารย์ สม่ำเสมอ ไม่ฆ่าสัตว์ในวันเกิดหรือแม้แต่ห้ามภรรยานอนหลับทับมือ ไม่นอนข้างซ้ายผู้หญิง ฯลฯ คำสอนเหล่านี้ แม้จะเป็นความเชื่อโบราณแต่หากพินิจพิเคราะห์ให้ดีจะพบว่าเป็นการสอนให้ประพฤติดีทั้งกาย วาจา ใจ อีกทั้งสอนให้รู้จักระวังภัยไม่ประมาท อย่างที่ห้ามนอนข้างซ้าย เป็นเพราะสมัยก่อนผู้ชายต้องมีมีดดาบไว้ป้องกันตัว ถ้านอนทางซ้ายหากมีผู้ร้ายบุกมาอาจทำให้จับดาบไม่สะดวกสู้โจรที่เข้ามาประชิดไม่ทันการ เช่นเดียวกับการฆ่าสัตว์ในวันเกิดเป็นคำสอนที่ฝากไว้ไม่ให้เบียดเบียนชีวิตผู้อื่นเป็นต้น พระอภัยมณี ผลงานชิ้นเอกชิ้นหนึ่งที่มีการนำไปเผยแพร่ในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงมีการวิเคราะห์เจาะลึกทุกแง่ทุกมุม ในเรื่องนี้ตอนหนึ่ง สุนทรภู่ ให้แง่คิดคำสอนถึงการรักษาศีล ดังคำกลอนที่ว่า <table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #ece9d8"><div>
บางเดื่อสาร
7
</div></td></tr></tbody></table>
อันรักษาศีลสัตย์กตเวที ย่อมเป็นที่สรรเสริญเจริญคน
ทรลักษณ์อกตัญญุตาเขา เทพเจ้าก็จะแช่งชักทุกแห่งหน
ให้ทุกข์ร้อนงอนหง่อทรพล พระเวทมนต์เสื่อมคลายทำลายยศ
ฯลฯ
</div>
ถึงลูกเมียเสียไปแม้ไม่ตาย ก็หาง่ายดอกพี่ไม่เป็นไร คำกลอนที่ปรากฏ ล้วนเป็นคำสอนให้มีศีล มีสัตย์ รู้กตัญญู ผู้มีพระคุณ โดยเฉพาะ พ่อ แม่ คุณธรรม ที่จำเป็นอย่างยิ่งในสังคมทุกยุคทุกสมัย ขณะที่การเดินทางในปัจจุบันดูจะมีอันตรายความปลอดภัยลดน้อยลง ในนิทานคำกลอนทั้งสองเรื่องได้ฝากข้อคิดคำสอนที่ว่า เมื่อกรรมจำตายวายชีวี ถึงอยู่ที่ไหนก็ไม่พ้น
และไม่ถึงกรรมทำอย่างไรก็ไม่ตาย ถ้าถึงกรรมทำอย่างไรต้องวายปราณ
เหล่านี้ช่วยให้คลายความวิตก เพิ่มความเชื่อมั่นได้ หากมองในเรื่องการดำเนินชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน ซึ่งมีเรื่องที่ต้องเครียดอยู่เสมอ ๆ หากอ่านคำกลอนที่ว่า อันกำเนิดเกิดมาในหล้าโลก สุขกับโศกมิได้สิ้นอย่าสงสัย ขณะที่ วิสัยโลกโศกสุขทุกข์ธุระ ย่อมพบปะไปกว่าจะอาสัญ
และ อันทุกข์โศกโรคภัยในมนุษย์ ไม่รู้สุดสิ้นที่ตรงไหน
เหมือนกงเกวียนกำเกวียนเวียนระไว หักใจเสียเถิดเยาวมาลย์
ซึ่งไม่เพียงปลอบใจสอนให้ปลง แต่ยังทำให้พบกับความจริงที่ว่า ในโลกนี้ไม่มีใครทุกข์ตลอดกาลและมีความสุขตลอดไปเช่นกัน ในด้านความรัก คำกลอนของสุนทรภู่ที่ปรากฏในกวีนิพนธ์หลายเรื่องล้วนแจกแจงอธิบายคำว่ารักได้ชัดเจน โดยเฉพาะในเรื่อง พระอภัยมณี จินตนิยายที่ได้รับการยกย่องจากวรรณคดีสโมสรในรัชกาลที่ 6 ว่าเป็นยอดของวรรณคดีประเภทนิทานคำกลอนที่แสดงให้เห็นถึงจินตนาการที่กว้างไกลล้ำยุคว่า เขาย่อมเปรียบเทียบความเมื่อยามรัก แต่น้ำต้มผักขมชมว่าหวาน
ครั้งจืดจางห่างเหินไปเนิ่นนาน แต่น้ำตาลก็ว่าเปรี้ยวไม่เหลียวแล
กับอีกบทหนึ่งที่ว่า อดอะไรจะเหมือนอดที่รสรัก อกจะหักเสียด้วยใจอาลัยหา
ไม่เห็นรักหนักสิ้นในวิญญา จะเป็นบ้าเสียเพราะรักสลักทรวง
นิราศภูเขาทอง ตอนหนึ่ง ได้อธิบายเรื่องนี้ไว้ชัดเจนเช่นกันว่า
ไม่เมาเหล้าแล้วแต่เรายังเมารัก สุดจะห้ามจิตคิดไฉน
ถึงเมาเหล้าเช้าสายยังหายไป แต่เมาใจนี้ประจำทุกค่ำคืน
ฯลฯ มาถึงเรื่องการใช้คำพูดซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ เพราะคำพูดสามารถสร้างได้ทั้งมิตรและศัตรู
บางเดื่อสาร 8 |
ถึงบางพูดพูดดีเป็นศรีศักดิ์ มีคนรักรสถ้อยอร่อยจิต
แม้พูดชั่วตัวตายทำลายมิตร จะชอบผิดในมนุษย์เพราะพูดจา
เช่นเดียวกับคำกลอนจากเพลงยาวถวายโอวาท ที่ว่า อันอ้อยตาลหวานลิ้นแล้วสิ้นซาก แต่ลมปากหวานหูไม่รู้หาย
แม้เจ็บอื่นหมื่นแสนจะแคลนคลาย เจ็บจนตายนั้นเพราะเหน็บให้เจ็บใจ
หรือแม้แต่อันลมปี่ดีแต่เพราะเสนาะหู ที่จะสู้ลมปากยากหนักหนา
ในสุภาษิตสอนหญิงกล่าวไว้ว่า จะพูดจาปราศรัยกับใครนั้น อย่าตะคั้นตะคอกให้เคืองหู
ไม่ควรพูดอื้ออึงขึ้นมึงกู คนจะหลู่ล่วงลามไม่ขามใจ
แม้นเรียนวิชาทางค้าขาย อย่าปากร้ายพูดจาอัชฌาสัย
จะซื้อง่ายขายดีมีกำไร ด้วยเขาไม่เคืองจิตระอิดระอา เป็นมนุษย์สุดนิยมเพียงลมปาก จะได้ยากโหยหิวเพราะชิวหา
แม้นพูดดีมีคนเขาเมตตา จะพูดจาจงพิเคราะห์ให้เหมาะความ ท้ายที่สุด พาไปสัมผัสรสกลอนที่ฝากข้อคิดคำสอนในเรื่องของวิชาความรู้ ที่ว่า
มีความรู้อยู่กับตัวกลัวอะไร ชีวิตไม่ปลดปลงคงได้ดี และ วิสัยคนทนคงเข้ายงยุทธ์ ฤทธิรุทแรงร้ายกายสิทธิ์
แม้เพลิงกาฬผลาญแผ่นดินสิ้นชีวิต อำนาจฤทธิ์ย่อมแพ้แก่ปัญญา
จากเพลงยาวถวายโอวาทที่ว่า อันข้าไทได้พึ่งเขาจึงรัก แม้ถอยศักดิ์ สิ้นอำนาจวาสนา
เขาหน่ายหนีมิได้อยู่คู่ชีวา แต่วิชาช่วยกายจนวายปราณ
และ อันความคิดวิทยาเหมือนอาวุธ ประเสริฐสุดซ่อนใส่เสียในฝัก
สงวนคมสมนึกใครฮึกฮัก จึงค่อยชักเชือดกันให้บรรลัย ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่เป็นคำสอนที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการศึกษาหาความรู้ และนี่คือส่วนหนึ่งของข้อคิดคำสอนที่ปรากฏในกวีนิพนธ์ผลงานอมตะของกวีเอกสุนทรภู่ ละแม้จะเลยผ่านมายาวนานกว่าสองศตวรรษ แต่ทว่ายังทรงคุณค่าชัดเจนถึงสัจธรรมทันสมัยตลอกกาล.</strong>