ความเห็น 69772

ข้อคิดในการดำเนินชีวิต

คนเรา
เขียนเมื่อ 

                  รำลึกครูกลอนสุนทรภู่

ในเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมานี้เป็นช่วงที่ได้รำลึกถึงท่านสุนทรภู่กวีเอกของโลก   ดังนั้น  จึงขอนำเสนอผลงานของท่าน กวีเอกของไทย       ที่มีชื่อเสียงเลื่องลือเป็นบุคคลผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมระดับโลก  ซึ่งองค์การยูเนสโกประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติไว้ในวาระครบรอบ 200 ปีเกิด     เมื่อวันที่  26  มิถุนายน  2529                      ถึงวันนี้ผลงานหลายต่อหลายเรื่องยังคงความอมตะ  สามารนำมาเป็นแนวทางดำเนินชีวิตในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี    ในโอกาสนี้ขอนำข้อคิด คำสอนที่มีปรากฏอยู่ในผลงาน     ซึ่งส่วนหนึ่งสำนักงานวัฒนธรรมแห่งชาติไดรวบรวมไว้มาขยายแนะนำให้รู้จักและเข้าใจกันอีกครั้ง                                   
                                  ประวัติของสุนทรภู่
                      สุนทรภู่เกิดเมื่อวันจันทร์ เดือน 8 ขึ้น  1  ค่ำ ปีมะเมีย       จุลศักราช 1145    เวลา  08.00 .  ตรงกับวันที่  26  มิถุนายน  ..2329   บิดาเป็นชาวบ้านกร่ำ อ.แกลง  .ระยอง  มารดาเป็นชาวเมืองอื่น มาอยู่กินกันที่ กรุงเทพ ฯ แล้วจึงให้กำเนิดสุนทรภู่ ผู้เป็นทั้งกวีเอกของไทยและของโลก  สวัสดิรักษา  หนึ่งในผลงานที่สุนทรภู่ดัดแปลงมาจากคำฉันท์โบราณที่อ่านยากให้เป็นคำกลอนที่อ่านเข้าใจง่าย   ในครั้งนั้นได้แต่งถวายเจ้าฟ้าอาภรณ์ พระราชโอรสในรัชกาลที่ 2    ซึ่งมีข้อควรปฏิบัติและไม่ควรปฏิบัติสอนชายฝากไว้ให้ศึกษา  อย่างตื่นนอนในตอนเช้า  ไม่ควรโกรธ     ให้พูดแต่วาจาดีเพื่อความเป็นมงคล  ก่อนนอนให้แสดงความเคารพกราบหมอน  สรรเสริญคุณบิดามารดาอาจารย์    สม่ำเสมอ    ไม่ฆ่าสัตว์ในวันเกิดหรือแม้แต่ห้ามภรรยานอนหลับทับมือ  ไม่นอนข้างซ้ายผู้หญิง  ฯลฯ                   คำสอนเหล่านี้  แม้จะเป็นความเชื่อโบราณแต่หากพินิจพิเคราะห์ให้ดีจะพบว่าเป็นการสอนให้ประพฤติดีทั้งกาย  วาจา  ใจ  อีกทั้งสอนให้รู้จักระวังภัยไม่ประมาท  อย่างที่ห้ามนอนข้างซ้าย เป็นเพราะสมัยก่อนผู้ชายต้องมีมีดดาบไว้ป้องกันตัว ถ้านอนทางซ้ายหากมีผู้ร้ายบุกมาอาจทำให้จับดาบไม่สะดวกสู้โจรที่เข้ามาประชิดไม่ทันการ   เช่นเดียวกับการฆ่าสัตว์ในวันเกิดเป็นคำสอนที่ฝากไว้ไม่ให้เบียดเบียนชีวิตผู้อื่นเป็นต้น                   พระอภัยมณี   ผลงานชิ้นเอกชิ้นหนึ่งที่มีการนำไปเผยแพร่ในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงมีการวิเคราะห์เจาะลึกทุกแง่ทุกมุม ในเรื่องนี้ตอนหนึ่ง สุนทรภู่ ให้แง่คิดคำสอนถึงการรักษาศีล ดังคำกลอนที่ว่า

 

   บางเดื่อสาร

 7

                        อันรักษาศีลสัตย์กตเวที               ย่อมเป็นที่สรรเสริญเจริญคน
                  
ทรลักษณ์อกตัญญุตาเขา                    เทพเจ้าก็จะแช่งชักทุกแห่งหน   
                  
ให้ทุกข์ร้อนงอนหง่อทรพล              พระเวทมนต์เสื่อมคลายทำลายยศ                  
                                               ฯลฯ


 

สิงหไกรภพ  ที่กล่าวว่า         พระชนกชนนีเป็นที่ยิ่ง          ไม่ควรทอดทิ้งพระคุณให้สูญหาย
                        
 ถึงลูกเมียเสียไปแม้ไม่ตาย             ก็หาง่ายดอกพี่ไม่เป็นไร                  คำกลอนที่ปรากฏ ล้วนเป็นคำสอนให้มีศีล มีสัตย์ รู้กตัญญู  ผู้มีพระคุณ โดยเฉพาะ  พ่อ  แม่   คุณธรรม  ที่จำเป็นอย่างยิ่งในสังคมทุกยุคทุกสมัย               ขณะที่การเดินทางในปัจจุบันดูจะมีอันตรายความปลอดภัยลดน้อยลง ในนิทานคำกลอนทั้งสองเรื่องได้ฝากข้อคิดคำสอนที่ว่า     เมื่อกรรมจำตายวายชีวี         ถึงอยู่ที่ไหนก็ไม่พ้น      
             
และไม่ถึงกรรมทำอย่างไรก็ไม่ตาย    ถ้าถึงกรรมทำอย่างไรต้องวายปราณ

เหล่านี้ช่วยให้คลายความวิตก เพิ่มความเชื่อมั่นได้               หากมองในเรื่องการดำเนินชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน ซึ่งมีเรื่องที่ต้องเครียดอยู่เสมอ ๆ หากอ่านคำกลอนที่ว่า           อันกำเนิดเกิดมาในหล้าโลก           สุขกับโศกมิได้สิ้นอย่าสงสัย                                   ขณะที่ วิสัยโลกโศกสุขทุกข์ธุระ         ย่อมพบปะไปกว่าจะอาสัญ  
 และ                                     อันทุกข์โศกโรคภัยในมนุษย์      ไม่รู้สุดสิ้นที่ตรงไหน 
                                  เหมือนกงเกวียนกำเกวียนเวียนระไว  
 หักใจเสียเถิดเยาวมาลย์  

ซึ่งไม่เพียงปลอบใจสอนให้ปลง    แต่ยังทำให้พบกับความจริงที่ว่า ในโลกนี้ไม่มีใครทุกข์ตลอดกาลและมีความสุขตลอดไปเช่นกัน              ในด้านความรัก  คำกลอนของสุนทรภู่ที่ปรากฏในกวีนิพนธ์หลายเรื่องล้วนแจกแจงอธิบายคำว่ารักได้ชัดเจน โดยเฉพาะในเรื่อง  พระอภัยมณี จินตนิยายที่ได้รับการยกย่องจากวรรณคดีสโมสรในรัชกาลที่ 6  ว่าเป็นยอดของวรรณคดีประเภทนิทานคำกลอนที่แสดงให้เห็นถึงจินตนาการที่กว้างไกลล้ำยุคว่า              เขาย่อมเปรียบเทียบความเมื่อยามรัก                  แต่น้ำต้มผักขมชมว่าหวาน
       
ครั้งจืดจางห่างเหินไปเนิ่นนาน                                    แต่น้ำตาลก็ว่าเปรี้ยวไม่เหลียวแล   
กับอีกบทหนึ่งที่ว่า
               อดอะไรจะเหมือนอดที่รสรัก                            อกจะหักเสียด้วยใจอาลัยหา
       
ไม่เห็นรักหนักสิ้นในวิญญา                                         จะเป็นบ้าเสียเพราะรักสลักทรวง  
นิราศภูเขาทอง   
ตอนหนึ่ง  ได้อธิบายเรื่องนี้ไว้ชัดเจนเช่นกันว่า
              
ไม่เมาเหล้าแล้วแต่เรายังเมารัก                       สุดจะห้ามจิตคิดไฉน
        
ถึงเมาเหล้าเช้าสายยังหายไป                                        แต่เมาใจนี้ประจำทุกค่ำคืน
                                                        
ฯลฯ             มาถึงเรื่องการใช้คำพูดซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ   เพราะคำพูดสามารถสร้างได้ทั้งมิตรและศัตรู

 

   บางเดื่อสาร

 8

คำพูดยังสร้างเสน่ห์ ให้กับผู้รู้จักพบเห็น ตัวอย่างจากคำกลอน  นิราศภูเขาทอง  ได้แสดงให้เห็นชัดเจนว่า
                ถึงบางพูดพูดดีเป็นศรีศักดิ์                                มีคนรักรสถ้อยอร่อยจิต
       
แม้พูดชั่วตัวตายทำลายมิตร                                          จะชอบผิดในมนุษย์เพราะพูดจา


 

เช่นเดียวกับคำกลอนจากเพลงยาวถวายโอวาท  ที่ว่า                อันอ้อยตาลหวานลิ้นแล้วสิ้นซาก                     แต่ลมปากหวานหูไม่รู้หาย      
         
แม้เจ็บอื่นหมื่นแสนจะแคลนคลาย                            เจ็บจนตายนั้นเพราะเหน็บให้เจ็บใจ
               หรือแม้แต่อันลมปี่ดีแต่เพราะเสนาะหู                       ที่จะสู้ลมปากยากหนักหนา
ในสุภาษิตสอนหญิงกล่าวไว้ว่า
                จะพูดจาปราศรัยกับใครนั้น                              อย่าตะคั้นตะคอกให้เคืองหู
           
ไม่ควรพูดอื้ออึงขึ้นมึงกู                                     คนจะหลู่ล่วงลามไม่ขามใจ
               
แม้นเรียนวิชาทางค้าขาย                                   อย่าปากร้ายพูดจาอัชฌาสัย
            
จะซื้อง่ายขายดีมีกำไร                              ด้วยเขาไม่เคืองจิตระอิดระอา                        เป็นมนุษย์สุดนิยมเพียงลมปาก                         จะได้ยากโหยหิวเพราะชิวหา
           
แม้นพูดดีมีคนเขาเมตตา                                          จะพูดจาจงพิเคราะห์ให้เหมาะความ  ท้ายที่สุด พาไปสัมผัสรสกลอนที่ฝากข้อคิดคำสอนในเรื่องของวิชาความรู้ ที่ว่า
               
มีความรู้อยู่กับตัวกลัวอะไร                                ชีวิตไม่ปลดปลงคงได้ดี  และ        วิสัยคนทนคงเข้ายงยุทธ์                                            ฤทธิรุทแรงร้ายกายสิทธิ์
            
แม้เพลิงกาฬผลาญแผ่นดินสิ้นชีวิต                           อำนาจฤทธิ์ย่อมแพ้แก่ปัญญา              
จากเพลงยาวถวายโอวาทที่ว่า
                        อันข้าไทได้พึ่งเขาจึงรัก                        แม้ถอยศักดิ์ สิ้นอำนาจวาสนา
                 
เขาหน่ายหนีมิได้อยู่คู่ชีวา                              แต่วิชาช่วยกายจนวายปราณ
และ
                    อันความคิดวิทยาเหมือนอาวุธ             ประเสริฐสุดซ่อนใส่เสียในฝัก                  
                 
สงวนคมสมนึกใครฮึกฮัก                          จึงค่อยชักเชือดกันให้บรรลัย   ฯลฯ               ซึ่งล้วนแต่เป็นคำสอนที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการศึกษาหาความรู้                      และนี่คือส่วนหนึ่งของข้อคิดคำสอนที่ปรากฏในกวีนิพนธ์ผลงานอมตะของกวีเอกสุนทรภู่ ละแม้จะเลยผ่านมายาวนานกว่าสองศตวรรษ  แต่ทว่ายังทรงคุณค่าชัดเจนถึงสัจธรรมทันสมัยตลอกกาล.