มีเอกสารอ้างอิงครับ ตัดตอนมาเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้อง
4. มะกอก “เอกมหาชัย” เมื่อปี 2541 ได้มีรายงานที่น่าสนใจจากสถาบันวิจัยพืชไร่ กรมวิชาการเกษตร ชื่อคุณปัญญา เอกมหาชัย ที่ไปผึกงานที่ศูนย์วิจัยเกษตรเขตร้อนระหว่างประเทศ (CIAT) ที่เมือง Cali ประเทศ Colombia เมื่อประมาณปี 2518 ได้นำ เมล็ดพันธุ์ติดตัวเข้ามาทดลองปลูกเป็นไม้ประดับที่ศูนย์วิจัยพืชไร่ขอนแก่น ต่อมาพบว่า ไม้ชนิดนี้เติบโตเร็ว ต้นโต กิ่งก้สนใหญ่ให้ร่มเงาดี ใบเป็นเงา จึงได้นำ เมล็ดพันธุ์ไป ทดลองปลูกตามศูนย์วิจัย และสถานีทดลองพืชไร่ต่างๆ เช่น ที่เชียงใหม่ (แม่โจ้ และ พร้าว) ชัยนาท ระยอง มุกดาหาร เลย เพชรบูรณ์ อุบลราชธานี และศรีสำโรง และเมื่อลองเก็บเมล็ดแก่มาวิเคราะห์นํ้ามันโดยกองเกษตรเคมี เมื่อเดือนพฤษภาคม 2541 พบว่ามี กรดไขมัน Oleic acid สูงถึง 52.33 เปอร์เซ็นต์ สูงกว่าเมล็ดปาล์มนํ้ามันทานตะวัน ถั่วเหลือง และคำ ฝอย แต่มีกรดนํ้ามัน palmic ตํ่ากว่าปาล์มนํ้ามัน และนํ้ามันมะพร้าว และมีองค์ประกอบกรดไขมันใกล้เคียงกับนํ้ามันมะกอก และเมื่อให้นักอนุกรมวิธานจำ แนกแล้วจึงทราบว่าพืชชนิดนี้มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า "Simarouba glauca" อยู่ในวงศ์ Oleaceae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับ มะกอกนํ้ามัน (Olive) และเพื่อเป็นที่ระลึกแก่ผู้นำ เข้ามาคนแรกทางสถาบันวิจัยพืชไร่ จึงตั้งชื่ออย่างไม่เป็ฯทางการว่าต้น "เอกมหาชัย"
จากการพิจารณาเบื้องต้น ต้น “เอกมหาชัย” มีนํ้ามันที่มีคุณภาพด้อยกว่า นํ้ามันมะกอกเล็กน้อย แต่ดีกว่านํ้ามันปาล์ม และในแง่ของกรดไขมัน Oleic acid “เอกมหาชัย” มีสูงกว่านํ้ามันทานตะวัน ถั่วเหลือง และคำ ฝอย แต่มีปริมาณกรดไขมัน Linoleic acid น้อยกว่านํ้ามันทั้งสามชนิด
ดังนั้น “เอกมหาชัย” น่าจะมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นพืชนํ้ามันเศรษฐกิจในเขตที่ดอน ที่มีฝนน้อยอีกพืชหนึ่งของไทยในอนาคต