ขอขอบคุณอาจารย์วันเพ็ญ และท่านผู้อ่านทุกท่าน...
- เมตตานี่ฝึกฝน อบรม เจริญ ทำให้ผลิบาน และงอกงามได้ครับ
- ปกติผมเป็นคนมักโกรธ (โทสจริต) > เวลาฟังธรรมเรื่องอื่นพอจะเข้าใจ(มากบ้างน้อยบ้าง) ทว่า... เรื่องเมตตานี่ฟังแล้วแทบไม่รู้จักเลย
พระอาจารย์อีสานท่านหนึ่งเล่าว่า เมื่อครั้งท่านเป็นเด็ก (ก่อนบวช) > ชำนาญในการล่าสัตว์ จับสัตว์ ฆ่าสัตว์มาก > เมื่อบวชแล้วท่านเห็นโทษ ระมัดระวังรักษาศีล ปล่อยสัตว์(ถ้ามีโอกาส)
- ฟังแล้วผมเองก็ระลึกได้ว่า ตอนเด็กๆ ก็ฆ่าสัตว์ เบียดเบียนสัตว์มาก เช่น ฆ่ามด เผารังมด เผาหอย ฯลฯ > ตอนเรียนก็เคยปล่อยเลือดสัตว์(สุนัข)ตาย แถมภายในท้องสัตว์ก็มีลูกหลายตัว > ตอนทำงานก็ฆ่าพยาธิไปมากมายมหาศาล
- ทำให้เกิดความสังเวช สมาทานศีล และพยายามทำบุญคืน เช่น บริจาคเลือด อวัยวะ(หลังตาย + ถ้ามีโอกาสจะให้ไขกระดูก) ปล่อยสัตว์เกือบทุกวันประมาณ 1+ ปี ฯลฯ
เวลาผ่านไปอีก 3 ปี > ตอนไปสังเวชนียสถาน ขึ้นรถไฟ รถออกแล้วเดินกลับโบกี้(ตู้รถไฟ)เดิมไม่ได้ เพราะเขากั้นไม่ให้มีการเดินระหว่างโบกี้
- เวลานั้นนึกถึงคำสาธยายบท "ขันธปริตร" แปลได้ ลองสาธยายในใจ + นึกถึงอารมณ์ตอนปล่อยสัตว์ จึงเริ่มเข้าใจเรื่องเมตตา
- ท่านผู้อ่านไม่จำเป็นต้องเสียเวลา 4-5 ปี เพื่อจะรู้ลักษณะของเมตตา
มีวิธีเรียนรู้เมตตาแบบเร็ว และได้ผล (instant metta) ได้แก่...
-
(1). บันทึกความดีของเรา > ทบทวน(กตัญญู)ต่อความดีของเรา โดยนำมาทบทวนเงียบๆ คนเดียวบ่อยๆ อย่าประกาศความดีของตัวเอง เพราะใกล้ต่อความมักมาก(ปรารถนาลาภ ยศ สรรเสริญ)
(2). เห็นคนอื่นทำความดี > ให้รีบสรรเสริญทันที ทั้งต่อหน้าและลับหลัง อย่าตระหนี่คำสรรเสริญ (วัณณมัจฉริยะ)
(3). เจริญเมตตาแบบหายใจออก > ตามที่ท่านพระคันธสาราภิวงศ์(พระอาจารย์สมลักษณ์)แนะนำ
ขอให้อาจารย์วันเพ็ญ และท่านผู้อ่านทุกท่านมีความสุข ความเจริญ ความสำเร็จ เป็นผู้มากด้วยเมตตาครับ...