ต้องขอบพระคุณอาจารย์ ที่เน้นย้ำ

สื่อกลายเป็นเพื่อนรัก เป็นพ่อแม่อีกคนไปจริงๆ กลับบ้านอยู่บ้านไม่ว่าทำอะไรต้องเปิดโทรทัศน์เป็นเพือนเสมอ

สื่อสะกดจิตเราโดยเราไม่รู้ตัว

สิ่งใดใดที่เรารับมาด้วยความคิด แล้วบ่มเพาะเป็นความรู้สึก อันถึงประทับระดับจิตใต้สำนึกก็จะประทับฝังแน่น ต้องพยายามช่วยกันบ่มเพาะสิ่งดีดีใส่ตัวเองและผุ้อื่น

ก็ไม่โทษสื่อเสียทั้งหมด หรือว่าสื่อว่าไม่ดีนำเสนอแต่สิ่งด้านงบเสียหมด

รายการดีดี ข่าวดีดีในหนังสือสิ่งพิมพ์ก็มีเยอะ

จุดใหญ่ใจความคือ ต้องเลือกเป็น

การเลือกเป็น ด้วย

แต่ว่าพ้กหลัง ปีกว่ามานี้ ตั้งแต่บอกตัวเองว่าจะพัฒนาด้านใน spiritual improvement และศึกษาอ่านคำสอนพระพุทธเจ้า

ตัวเองจะเลือกดูรายการ อย่างมาก

เมื่อก่อนแม้ไม่เกเรนัก แต่เรียนหนังสืออย่างเดียว ทำแต่งานอย่างเดียว ไม่เคยศึกษาธรรม ตั้งแต่ศึกษาธรรม พักหลังปีกว่านี้เอง สังเกตุว่าตนเองดูละครไทยตามช่องต่างๆไม่ได้แล้ว คงอธิบายยาก แต่มันปวดหัวมาก มีแต่กรี๊ด ร้องไห้คร่ำครวญ ตบตี กอดจูบ แสดงความรุนแรง และอารมณ์ด้านลบใส่กันมากๆ นึกถึงคำพูดเพื่อนฝรั่งที่เคยมาเมืองไทย เพื่อนcommentว่าทำไมตัวละครไทยแสดงอารมณ์ด้านลบ อย่างนี้ไม่เหมาะกับเด็กหรือแม้แต่ผุ้ใหญ่ ตอนนั้นไม่เข้าใจดูเพลิน แต่เดี๊ยวนี้เข้าใจแล้ว

ว่าเพราะเราก็อยากได้ความสุข จากความสงบนั่นเอง

ขอฝากสื่อไว้ในอ้อมแขนแห่งอำนาจการผลิต สิ่งดีดีสู่สังคม สู่เยาวชน สู่ผุ้ใหญ่ด้วย :)