ส่วนอันนี้ดูไปดูมาเหมือนก้นกระทะเทฟลอนค่ะ ฮ่าๆๆๆ จริงๆ ค่ะ
พี่ก็ว่าจริงๆ ตอนพี่ทำเสร็จใหม่ๆ ยังคุยกันว่าเอเหมือนก้นกะทะเทฟล่อน อิอิ....
แต่มาคิดดูอีกที..
ดูใกล้ก็เห็นความแตกต่างมาก
ดูไกลไม่เห็นความแตกต่างเลย..กลืนเป็นเนื้อเดียวกัน..
คิดมานานแล้วว่าประสาทสัมผัสไม่ว่าจะเป็นตาหรืออื่นๆ หลอกจิตให้คิดโน่นคิดนี่เสมอค่ะ สวย ไม่สวย เล็ก ใหญ่.. หลวงปู่ชาบอกทำนองว่า..มันก็เป็นอย่างนั้นของมันนั่นแหละ..ไม่เล็กไม่ใหญ่..จะเล็กจะใหญ่มันขึ้นอยู่กับกิเลสของคนดู ^ ^
ท่านอาจารย์ชา ท่านนั้นสุดยอดนักธรรม ที่ตีปัญหาโลกออกเป็นธรรมได้กินใจจริงๆครับ เพื่อนพี่ไปบวชที่นั่น จึงมีโอกาสไปกราบท่านสมัยโน้น และเพื่อนก็ธุดงค์ไป ปลีกวิเวก จนป่านนี้ไม่สึกเลยครับ เพื่อสตรีก็บวชเป็นแม่ชีไม่สึกเช่นกัน
ดูรูปแล้วทำให้นึกถึงการมองในระดับของมด.. ระดับของคน.. ระดับของจักรวาล..
สิ่งที่เราคิดว่ามันเป็นปัญหาหรืออะไรก็แล้วแต่..จริงๆ แล้วไม่มีเลย ถ้ามองในแง่ของมดหรือของจักรวาล ^ ^ เขียนเสียยืดยาวเลยค่ะ อิอิ
อีกมุมหนึ่งนะครับน้องกมลวัลย์ รูปแรกคือจิตที่หยาบ ขรุขระ บุ่มบ่าม เมื่อพัฒนาจิตไปมากขึ้นก็ละเอียดขึ้น มากขึ้นไปเรื่อยๆ จนที่สุดนิ่ง ลึก ว่างเปล่าเมื่อยกจิตขึ้นสู่พระไตรลักษณ์
หากมามองทางการเมือง อิอิ... ทัศนสองกระแสนั้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และเริ่มจากการปะทะกันแบบส่งผลสะเทือนใหญ่ๆ เมื่อสามารถใช้เหตุผลและความเป็นมนุษย์ดิบๆ แบที่ว่า อีกสามวันโลกแตกทุกคนตายหมด ความแตกต่างนั้นก็ไม่ม่ความหมายอันใดอีกเลย เป็นเรื่องไร้สาระที่สุดที่จะเอาชนะคะคานกัน หันมารวมหัวแก้ปัญหาการอยู่รอดของความเป็นมนุษย์กันดีกว่า แต่วันนี้มันไม่ถึงจุดนั้น และการหลอมจิตมนุษย์ให้สำนึกในความเป็นแค่สิ่งมีชีวิตบนโลกนี้ การอยู่พึงแค่อยู่ แค่นี้มนุษย์ก็ไม่ได้ยินคำนี้เสียแล้ว เพราะจิตเขาหลอมไปสู่ความมั่งคั่ง ความมีตัวตนที่ยิ่งใหญ่มากที่สุดเท่านั้น เหลือแต่ว่ามีโอกาสหรือเปล่า นี่คือคนส่วนหนึ่งในสังคมกระแสหลัก
พี่ไม่ได้เทศน์นา..อิอิ
3.