สวัสดีครับ อ.ปัท

พอดีเคยอ่านเรื่องนี้มาบ้างครับ เลยขอเพิ่มเติมนะครับ

จริงๆปูมหลังของการสนับสนุนพุทธโดยดร.อัมเภทการ์นั้นเกิดจากความขัดแย้งกับคานธีครับ

ดร.อัมเภทการ์ไม่เห็นด้วยกับการที่คานธียึดอยู่กับความเป็นฮินดูในการจัดการสังคม ซึ่งหมายถึงการยอมรับโครงสร้างสังคมที่ไม่เท่าเทียมกัน(ระบบวรรณะ)โดยปริยาย เลยประท้วงโดยการพาพวกที่สนับสนุนตนเองไปเปลี่ยนเป็นพุทธหมด

แต่คานธีในช่วงหลังอินเดียได้รับอิสรภาพแล้วก็โดนลอยแพ เพราะคนส่วนใหญ่ในพรรค Congress โดยเฉพาะเนห์รูก็ไม่เอาด้วยกับแนวคิดแบบคานธีอยู่แล้ว ดร.อัมเภทการ์ เลยมีบทบาทสำคัญในการร่างรัฐธรรมนูญอินเดียครับ

เรืองรัฐธรรมนูญอินเดีย ผมเข้าใจว่าไม่ได้ยกเลิกระบบวรรณะนะครับ เพราะมันฝังอยู่ในวัฒนธรรมของอินเดียไปแล้ว รัฐธรมนูญอินเดียแค่ให้สิทธิทางการเมืองแก่ทุกคนอย่างเท่ากัน (เลือกตั้งคนละเสียง)

ผมเข้าใจว่าสิ่งที่ดร.อัมเภทการ์ต้องการมากไปกว่าสิทธิทางการเมืองที่เท่ากันคือการ การที่รัฐเข้ามาช่วยสนับสนุนคนวรรณะต่ำ(ซึ่งในอินเดียเกือบทั้งหมดเป็นพวกเดียวกับคนจน)

ให้เิกิดความเท่าเทียมกันทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจด้วย

่ตัว ดร.อัมเภทการ์ เอง เคยกล่าวไว้ในเชิงตัดพ้อว่า

“In politics we will have equality and in social and economic life we will have inequality”

ถึงทุกวันนี้ฝันของ ดร.อัมเภทการ์ ก็ยังไม่เป็นจริงครับ

ซ้ำร้าย ปัจจุบันการเมืองอินเดีบกลับย้อนไปต่อต้านการให้สิทธิทางการเมืองอย่างเท่าเทียมกัน (แบบที่ ดร.อัมเภทการ์ต้องการ) เสียอีก

กระแสต้านนี้มีบทบาทสำคัญมากในการเมืองอินเดียช่วงตั้งแต่ปี 1980 เป็นต้นมา กระแสนี้เรียกรวมๆว่า ชบวนการชาตินิยมฮินดูครับ โดยเน้นการนำศีลธรรมแบบฮินดูเข้ามาจัดการการเมือง ที่โดนมองว่าถูกทำให้สกปรกโดยคนวรรณะต่ำ

ขบวนการชาตินิยมฮินดูเน้นให้ใช้ ความเป็นฮินดู เข้ามาจัดการสังคม โดยให้นำเอาลำดับชั้นวรรณะมามีบทบาทสำคัญอีกครั้ง ให้คนวรรณะสูงกว่า (ที่มีศีลธรรมในแบบฮินดู)มีอำนาจเหนือคนวรรณะต่ำกว่า

สภาพแบบนี้ ดร.อัมเภทการ์ คงฝันร้าย