ครูโซนนิ่ง

จากหัวข้อบทความ “ครูโซนนิ่ง” ที่ปรากฏด้านบน คุณครูที่เคารพ และท่านผู้อ่านทุกท่าน       คงสงสัยว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่ หรือกำลังจะเขียนอะไร แต่หากทุกท่านย้อนระลึกถึงอดีตนักการเมือง    ท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นบุคคลที่ผมยอมรับนับถือว่าท่านมีคุณอเนกอนันต์ ต่อวงการศึกษา ต่อเยาวชนของชาติและต่อสังคมไทย นักการเมืองท่านนี้คือ ท่านปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ท่านเป็นนักการศึกษาที่ได้รับ      การยอมรับทั้งในประเทศไทย และนานาชาติ   ท่านเคยหันเหเสี้ยวชีวิตเหนึ่งของการเป็นนักการศึกษา  ที่มีชื่อเสียง มารับใช้ชาติบ้านเมืองในฐานะนักการเมืองที่มีคุณภาพ ตั้งใจทำงานเพื่อชาติเพื่อแผ่นดิน ผลงานชิ้นเอกของท่านที่ติดตรึงอยู่ในความทรงจำของผม และคนไทยทุก ๆ คน โดยเฉพาะวงการศึกษาของชาติ คือการจัดโซนนิ่งสังคมไทย ถึงตรงนี้ผมคิดว่าท่านผู้อ่านทุกท่านคงพอที่จะมองออกแล้วว่าทำไมผมจึงใช้ชื่อบทความนี้ว่า “ครูโซนนิ่ง”  ในขณะเดียวกันผมคงไม่ต้องอธิบาย หรือขยายความคำว่า “โซนนิ่ง” ให้มากไปกว่าสิ่งที่บันทึกอยู่ในความทรงจำของทุกท่าน หากแต่ผมอยากให้ทุกท่านได้ลอง โยงคำว่า “โซนนิ่ง” เข้ากับความเป็นครู และเส้นทางการทำงานของคุณครูที่เคารพทุกท่าน.............
                ผมมีเพื่อนที่เป็นครูบาอาจารย์ เป็นนักทำงาน เป็นนักทุ่มเทให้กับงานด้านการศึกษาอยู่มากมายหลายคน ทั้งที่อยู่ในสถานศึกษาเดียวกัน และต่างสถานศึกษา ผมพยายามเฝ้ามองเพื่อน ๆ เหล่านี้ว่า    เขาทำงานกันอย่างไร เขาทุ่มเทให้กับการทำงานอย่างไร ทำไมเขาจึงทุ่มเทมากมายขนาดที่เรียกได้ว่า “ทำกันมากมายจนเราอาย”  ทุกเวลานาทีของเพื่อน ๆ เหล่านี้  ล้วนแต่ทำงานที่ตนรับผิดชอบ   ตัวอย่าง      ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ตัวเราต้องการพักผ่อน ต้องการเวลาที่เป็นของตนเอง ต้องการนอนตื่นสาย ต้องการเดินดูต้นไม้ต้นไร่ ฯลฯ   แต่เพื่อน ๆ จำนวนหนึ่ง  ตื่นแต่เช้า ทำภารกิจส่วนตัวตามปกติ  เช่นเดียวกับวันจันทร์-ศุกร์  หลังจากนั้นพวกเขาก็ออกจากบ้าน ตรงไปยังที่ทำงานที่พวกเขา ไปเป็นประจำ  แล้วลงมือทำงานด้วยความสุขเช่นเคยกับทุก ๆ วัน สรุปว่า   “ทำงานกันตามปกติตั้งแต่  วันจันทร์ ถึง วันอาทิตย์”  ผมศรัทธาเพื่อน ๆ เหล่านี้มาก ในทางตรงกันข้ามก็ตั้งคำถามในใจว่าพวกเขาไม่เหนื่อยกันบ้างหรือ เมื่อใดก็ตามที่ถามคำถามนี้ เพื่อน ๆ มักตอบว่า “ไม่เหนื่อย” “ก็งานมันไม่เสร็จ” “ภูมิใจที่ได้ทำงานเพื่อลูกศิษย์” “ถ้าเราเหนื่อยแล้วใครจะทำให้ลูกศิษย์เล่า” ฯลฯ
                ท่านผู้อ่านที่เคารพครับ ตัวอย่างที่ผมกล่าวข้างต้นเป็นตัวอย่างที่เกิดขึ้นกับคุณครูที่น่ารัก น่าบูชาจำนวนหนึ่ง ซึ่งหากแจงนับกันแล้ว ผมมั่นใจว่ามิใช่น้อยเลยทีเดียวในวงการวิชาชีพครูที่เป็นดั่งที่ผมกล่าวมาข้างต้น ผมอยากให้กำลังใจ อยากสรรเสริญ และอยากยืนเคียงข้างแม่พิมพ์ที่น่าเอาเป็นเยี่ยงอย่าง
                “แม่พิมพ์” ผู้เสียสละทุกท่านครับ บทความฉบับนี้ผมขอมอบเป็นสิ่งบูชาและเป็นกำลังใจให้กับทุกท่านเพื่อสร้างเสริม เพิ่มเติมสิ่งที่ผมคิดว่ายังขาดหายไปจากโอกาสที่ทุกท่านสมควรได้รับมากกว่าผู้อื่น หากท่านหันมาพิจารณาสิ่งที่ผมจะกล่าวถึงต่อไปนี้ ผมเชื่อมั่นเหลือเกินว่า “แม่พิมพ์ผู้เสียสละ” “แม่พิมพ์ผู้สมควรได้รับการสรรเสริญ”  คงจะมีกำลังใจ คงจะมีพลัง คงจะมีโอกาสทำงานที่ท่านรัก      ที่ท่านทุ่มเท ที่ท่านเสียสละ ได้มากกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้
                คุณครูครับหากท่านพิจารณาการทำงานของท่าน จะพบว่างานที่ทำพอจะแบ่งได้ 2 ลักษณะ คือ
-          งานในหน้าที่ของครูโดยตรง คือ การสอน หรือให้ทันสมัยหน่อย ก็เรียกว่าการจัดกิจกรรมการเรียนรู้  และแก้ปัญหานักเรียน หรือเรียกง่าย ๆ ว่า การอบรมบ่มนิสัยนักเรียน
-          งานที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา หรืองานพิเศษที่สถานศึกษามอบให้ทำ เช่น     งานอาจารย์ที่ปรึกษา งานแนะแนว งานกิจกรรมนักเรียนนักศึกษา งานหัวหน้าแผนก หัวหน้าหมวดวิชา หัวหน้าคณะวิชา งานการเงิน งานอาคารสถานที่ ฯลฯ
งานทั้งสองลักษณะเป็นสิ่งที่คุณครูทุกท่านหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะในสถานศึกษาของทุกท่านจำเป็นต้องมีการพัฒนา มีการเคลื่อนไหว มีการปรับตัวให้ทันกับพลวัตรอบด้าน คุณครูทุกท่านทำหน้าที่ ใน 2 ลักษณะด้วยความเสียสละ อย่างดียิ่ง น่าสรรเสริญอยู่แล้ว และเมื่อพิจารณาพร้อมไปกับเวลาที่ท่านทุ่มเทให้กับงาน ก็อาจจะพบว่าหลายท่านทุ่มเทให้กับงานทั้งสองลักษณะเต็มที่ เต็มเวลาที่มีอยู่ถึง 100 %
“ท่านมีเวลาเผื่อไว้สำหรับพัฒนาความก้าวหน้าในอาชีพของท่านบ้างไหมครับ”
                ผมอยากจะขออนุญาตเสนอแนะความคิดเห็นส่วนตัว (หากไม่ได้เรื่องก็โปรดให้อภัยกัน แต่หากมีประโยชน์ผมก็จะได้ดีใจ) ไว้ในบทความนี้ว่า งาน หรือภาระที่คุณครูทุกท่านต้องแบกอยู่น่าจะได้รับการจัดโซนออกเป็น 3 โซนคือ
-          โซนที่ 1 งานสอน และการอบรมบ่มนิสัยนักเรียนให้เป็นคนดี ซึ่งเป็นภาระงานในหน้าที่ครูโดยตรง
-          โซนที่ 2 งานสนับสนุนการเรียนการสอน หรืองานที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา หรืองานพิเศษที่สถานศึกษามอบให้ทำ เช่น งานอาจารย์ที่ปรึกษา งานแนะแนว งานกิจกรรมนักเรียนนักศึกษา    งานหัวหน้าแผนก    หัวหน้าหมวดวิชา    หัวหน้าคณะวิชา          งานการเงิน   งานอาคารสถานที่ ฯลฯ
-          โซนที่ 3 งานพัฒนาตนเองให้มีความก้าวหน้าในอาชีพ เช่น การเลื่อนวิทยฐานะ(เดิมเรียกว่าการทำผลงานวิชาการนั่นเอง)
กฎระเบียบ กฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับอาชีพครู มากมายในปัจจุบันล้วนเป็นสิ่งที่คุณครูทุกท่านต้องให้ความสนใจ หากพิจารณาให้ถ้วนถี่  โดยเฉพาะพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542  ท่านก็จะพบว่า สาระที่ปรากฏล้วนเป็นประโยชน์ต่อท่านเอง ที่สำคัญคือสามารถนำมาเป็นกรอบในการทำงานหรือนำมาจัดโซนในการทำงานสำหรับตัวคุณครูเองได้เป็นอย่างดี  มีบทความหนึ่งที่คุณครูสามารถนำมาพิจารณาเกี่ยวกับโซนนิ่งการทำงานของท่านเอง คือ บทความเรื่อง “พร้อมหรือยังกับการเป็นครู มืออาชีพ ในปีการศึกษา 2548” เขียนโดย ประธานวิทย์  ยูวะเวส  ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคพิจิตร    ในบทความนี้กล่าวถึงการก้าวสู่ครูมืออาชีพ ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ไว้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นด้านหน้าที่โดยตรงของการเป็นครูมืออาชีพ (โซนที่ 1 ) หรือ แม้แต่หน้าที่พิเศษ (โซนที่ 2 )  แต่สิ่งที่ผมให้ความสนใจ คือ (โซนที่ 3) ที่ท่านผู้เขียนกล่าวไว้ว่า “ครูมืออาชีพจะต้องพัฒนาตนเองโดยการศึกษาหาความรู้จากเอกสาร หรือตำราทางวิชาการพร้อมทั้งนำความรู้นั้นมาวิเคราะห์ วิจารณ์และเผยแพร่ให้เพื่อนครูให้ชุมชน  จะได้ชื่อว่าครูมืออาชีพมีการพัฒนางานและพัฒนาวิชาชีพอย่างสม่ำเสมอ  ครูมืออาชีพต้องรู้จักร่วมมือกับชุมชนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นในชุมชนซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา การพัฒนาการเรียนรู้ให้แก่ชุมชนนี้ครูมืออาชีพสามารถใช้กระบวนการวิจัยและพัฒนา(Research and Development)ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างเต็มที่”
                “แม่พิมพ์” ผู้เสียสละทุกท่านครับ หากท่านยังคงทุ่มเทเวลาทั้ง 100 % เท่าเดิมที่ท่านมีอยู่ให้กับงานที่ท่านรัก ให้กับงานที่ท่านภูมิใจ  พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนเวลา    ปรับเปลี่ยนโซนนิ่งใหม่ จาก  2 โซน     2  ภาระงาน  มาเป็น 3 โซน 3 ภาระงาน   ผมเชื่อมั่นเหลือเกินครับว่า ท่านจะไม่เพียงพบกับความสำเร็จ   ท่านจะไม่เพียงพบกับความภาคภูมิใจตามที่ท่านปารถนาดังเดิม ตามที่ท่านเคยปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ   แต่ผลพลอยได้ที่  จะเป็นกำลังใจ   จะเป็นเพื่อนยืนเคียงข้างท่าน จะเป็นสิ่งเพิ่มโอกาสการทำงานให้แก่แผ่นดินของท่าน ก็คือ การที่ท่านได้รับการพัฒนาตนเองพร้อม ๆ ไปกับการทุ่มเททำงานที่ท่านรัก     การที่ท่านมีโอกาสพัฒนาวิทยฐานะให้สูงขึ้น  จากครูชำนาญการ เป็นครูชำนาญการพิเศษ   จากครูชำนาญการพิเศษเป็น ครูเชี่ยวชาญ ฯลฯ ซึ่งเป็นเกียรติภูมิ และรางวัลแห่งความสำเร็จ  ของตัวท่านเอง ของครอบครัวอันเป็นที่รักของท่าน ของวงศ์ตระกูลอันเป็นที่เคารพเทิดทูนของท่าน และท้ายที่สุดก็คือของสถานศึกษาต้นสังกัดที่มอบโอกาสให้กับตัวท่าน