สวัสดีครับคุณพิทักษ์
ขอบคุณมากๆ นะครับและิยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ที่ช่วยกันเขียนเพื่อให้หลายๆ คนได้ร่วมคิดกันนะครับ ผมคิดว่าเมืองไทยมีความพร้อมพอทางพื้นที่ทำกินและมีความอุดมสมบูรณ์มากครับ เพียงแต่เราขาดการจัดการพื้นที่ให้เหมาะสมเพื่อเป็นการสร้างผลผลิตให้เกิดและแบ่งปันแจกจ่ายให้หล่อเลี้ยงคนในชาติให้เพียงพอ ที่เหลือไปก็ค่อยส่งออก แทนที่เราจะเน้นการส่งออกเป็นหลัก ขายไม่เหลือแม้แต่เมล็ดพันธุ์ข้าวที่จะเอาไว้ปลูกในครั้งถัดไป นี่เป็นจุดที่จะทำให้เราสิ้นครับ เพราะว่าหากเราไม่มีเมล็ดพันธุ์ต่อไปจะเอาเมล็ดพันธุ์จากไหนหากไม่ซื้อ การที่ซื้อก็คือการที่ต้องยอมรับในกฏเกณฑ์ของพันธุ์ใหม่ๆ ตามที่ผู้ผลิตได้วางเกมส์เอาไว้ในเมล็ดข้าวนั้นๆ หากเกมส์นั้นเป็นไปด้วยความหวังดี ชาวนาก็ไ่ม่ตกเป็นเหยื่อในการทำนาให้คนได้บริโภคครับ แ่ต่หากเมล็ดพันธุ์ข้าวนั้นเปลี่ยนแปลงไปสู่การจัดการพันธุ์โดยอยู่บนฐานของความเป็นธุรกิจและขยายพันธุ์ในรอบต่อๆ ไปได้ ต้องซื้อเมล็ดพันธุ์อย่างเดียว อย่างพวกข้าวโพด อะไรทำนองนี้ วิถีชาวนาก็แย่ครับ เพราะต้องซื้อตลอดไป ลองเอาเมล็ดข้าวโพดที่ได้จากการปลูกจากเมล็ดพันธุ์ในกระป๋องดูนะครัีบ แล้วเอาไปปลูกนะครับ ว่าได้รับผลดีแค่ไหนนะครัีบ ในรุ่นต่อไป .... อันนี้ว่าด้วยเมล็ดพันธุ์ครัีบ
ดังนั้นการจะทำเกษตร ต้องมีเมล็ดพันธุ์ที่จริงใจ เหมือนกับการที่คิดจะพัฒนาชาติ เมล็ดพันธุ์ทางความคิดเชิงพัฒนาบนพื้นฐานของความพอเพียงในทางสาัยกลางเป็นสิ่งที่จำเป็นมากเช่นกัน ดังนั้นผู้บริหารประเทศก็ควรจะต้องมีเมล็ดพันธุ์แห่งการพัฒนาและให้อย่างจริงใจในทุกๆ สาขาอาชีพ นักลงทุน นายทุน ก็เช่นกัน หากประเทศนี้ไม่มีคนอาศัยอยู่เลย จะมีธุรกิจเหล่านี้ไปเพื่ออะไร.... เปิดพื้นที่ให้ทุกๆ คนยืนได้ มีจุดยืนอย่างมีเกียรติในทุกสาขาอาชีพครัีบ
ขอบคุณมากๆ นะครัีบ