สวัสดีครับ

                  ผมมองอีกด้านว่า การเมืองการปกครองของไทยนั้น มีการเคลื่อนไหวอยู่แล้วครับ เพียงแต่ว่าก่อนหน้านั้นเคลื่อนอยู่กับกลุ่มชนชั้นระดับนำของประเทศ อะไรคือสมดุลของอำนาจ นั่นคือการเมืองสงบได้ นี่เป็นสังคมแห่งอำนาจ ซึ่งเราเป็นอยู่ ซึ่งต่างจากสังคมแห่งสิทธิเสรีภาพและหน้าที่ และต่างจากสังคมแห่งความรู้ ที่ประเทศประชาธิปไตยที่พัฒนาเขาเป็นกัน

                เหตุการณ์พฤษภา 35 เป็นประวัติศาสตร์การเมืองไทยใหม่ที่คนชั้นกลางเริ่มมีบทบาทในการเมืองการปกครองมากยิ่งขึ้น(ไม่ใช่พลังนักศึกษาประชาชนและนักปฏิวัติเอียงซ้ายแบบเดิมในยุค ตุลา 16 และ 19 ) ผมไม่ตำหนิพวกชุมนุมเพราะเขามีเหตุผล มีที่มา และไม่กล้าตำหนิพวกต้านชุมนุมที่ก็ชุมนุมเช่นกัน เพราะนั่นก็มีเหตุผลมีที่มา

                   แต่เหตุผลหนึ่งคือ ประชามติสิบสี่ล้านที่รับร่าง รธน.50 ไม่มีผลทางกฎหมายหรือไร ไม่เป็นผลทางการเมืองการปกครองเลยหรือไร จริงอยู่นั่นอยู่ในยุครัฐบาลทหาร หลักการอาจไม่ได้ แต่ความเข้าใจของประชาชนและการปฏิบัติออกมาจะใช้วัดมาตรฐานการเมืองการปกครองไม่ได้เลยหรือไร     หลังจบเลือกตั้งประชาชนก็ตอบออกมาตามที่เขารู้สึกอยู่ดีว่าอยากได้รัฐบาล นอมินี   ก็ได้มา    แล้วรีบร้อนแก้ไขเพื่ออะไร ชนวนเหตุแบบนี้อธิบายยังไง ไม่ต้องย้อนไปถึง ทำไมต้องปฏิวัติ หากย้อนไปมากันอย่างนี้ ก็ต้องย้อนไปว่าทำไม คณะราษฏร์ เปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 กรณีนี้คือ ฝ่ายใดที่ไม่จบกันแน่

                   เราไม่ใช่ประชาธิปไตยแบบความหมายดั้งเดิมหรอกครับ เราปรับมาเข้ากับวิธีการของพวกเราไปเยอะ โดยเฉพาะมาปรับเข้ากับการต่อรองอำนาจในกลุ่มของพ่อค้าคหบดีและเศรษฐีเก่าในเมืองหลวง ชนชนปกครอง แม้แต่ชนชั้นพ่อค้า ก็ไม่ได้มุ่งแสดงความปรารถนาดีต่อชาติด้วยการสนใจคนส่วนใหญ่ของประเทศครับ แต่จับกลุ่มกันแสวงหากำไรและไล่ล่าผลประโยชน์ชาติ ทรัพยากรในน้ำ ดิน อากาศ กันให้ครึ่ม

              ประชาชนชาวไทย รวมถึงเยาวชนรุ่นใหม่ที่จะเป็นกำลังคนของไทย ไม่ได้เข้าใจวิธีการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ไม่เข้าใจอำนาจอธิปไตยของประชาชนชาวไทย ไม่เข้าใจหลักการแบ่งแยกอำนาจ 3 ฝ่าย ไม่รู้เรื่องการปฏิวัติ ไม่รู้เรื่องการปกครองแบบสังคมนิยม และเกลียดคอมมิวนิตส์โดยคิดว่าเป็นตัวเชื้อโรค

                  เราไม่เข้าใจอะไรกันซักอย่าง มีคนไม่กี่กลุ่มเท่านั้น พวกเขาเล่าและเล่นกันอย่างสนุกแล้วมอบสิ่งไร้ค่าให้ชาวบ้านชาวนา เราวงนอกไม่รู้ด้วยซ้ำเขาพูดเรื่องใหญ่ ๆ ในสนามกอล์ฟ เรื่องเป็นเรื่องตาย เรื่องกระทบนโยบายใหญ่ของประเทศ

ที่โต๊ะประชุม ครม. ก็แค่ละครโรงเล็ก

              หากจำเป็น พวกเราอาจต้องแสวงหาแนวร่วมเพื่อปลดปล่อยสังคมเสียที กล้าเผชิญกับอำนาจเงินล้นฟ้าและอิทธิพลเหนือกระบอกปืนเสียที