ขอแลกเปลี่ยน ผมมีพี่ๆมีเพื่อนๆมีน้องๆเป็นแพทย์หลายคน เหมือนๆกับทุกท่าน และเพื่อนนายแพทย์ที่สนิทสนมกันแบบกระโดดแตะตูดกันได้ก็มี ดังนั้นเราจึงคุยกันได้แบบลึกๆ ตรงๆ สดๆ โดยเฉพาะเมื่อที่เราชุมนุมศิษย์เก่าร่วมรุ่นกัน ก็จะเอาความคิดต่างๆไปกองแล้ววิภาควิจารย์กัน
สังคมยอมรับแพทย์สูงมาก และแพทย์เป็นอาชีพที่ทำงานบนความเสี่ยงมากมาย เสี่ยงว่าวินิจฉัยโรคผิดหรือเปล่า เสี่ยงเพราะสั่งยาผิดหรือเปล่า และ.... ดังนั้นแพทย์จึงต้องมีสมาธิ สติแน่วแน่ตลอด แต่แพทย์ก็เป็นคนเหมือนคน ย่อมมีช่วงที่หงุดหงิดและเบลอบ้าง แต่ต้องรับตั้งสติโดยเร็ว กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ต้องใช้เวลาบ้างจึงมีความจำเป็นที่แพทย์ท่านจะต้องใช้เพื่อสร้างหลักฐานที่แน่ชัดก่อนวินิจฉัยโรคต่างๆ นอกจากนี้การสำรวจข้อมูลคนไข้ voice dialogue และ deep listening จึงเป็นศาสตร์ที่มีความเหมาะสมที่แพทย์ควรพิจารณานำมาใช้ มิใยพูดถึงความเชี่ยวชาญ ชำนาญ ประสบการณ์ที่ผ่านคนไข้มามากมายนั้นก็เป็นคุณสมบัติเฉพาะคน
วิถีคนมิได้ถูกรองรับด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพียงด้านเดียว คนยังผูกพันกับสิ่งเหนือธรรมชาติ ความเชื่อ ความศรัทธา เลยไปจนถึงหลงไหลกับบางสิ่งบางอย่าง สภาวะดังกล่าวหลายครั้งส่งผลกระทบต่อกระบวนการทางจิต ทางกายและรวมไปถึงโรคภัยไข้เจ็บต่างๆด้วยเกินกว่าความต้องการการเยียวยาทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น นี่แหละเป็นความจำเป็นที่สังคมต้องมีหมอเบิร์ดตัวเล็กๆอยู่ในสังคมนี้ คอยรับลูกต่อจากการวิเคราะห์ของแพทย์ที่ส่งผ่านมาให้ ผมเองนั้นอ่อนหัดต่อความรู้ทางด้านจิตวิทยายิ่งนักจึงมิอาจแสดงความเห็นใดๆได้
เพียงแต่อยากแสดงความเห็นว่า ระบบทางการสาธารณสุขทั้งมวลภายในโรงพยาบาลนั้นมีระบบที่พัฒนาไปมากที่สุดเมื่อเทียบกับหน่วยงานของรัฐด้านอื่นๆ แต่ด้วยการเพิ่มขึ้นของประชากรที่ไม่สัมพันธ์กับจำนวนแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ จึงเห็นความหนาแน่นของคิวคนไข้มากขึ้น มากขึ้น ถึงขนาดที่ รพ.ศูนย์ขอนแก่นเอาเตียงคนไข้เตียงมีคนไข้นอนสองคนสลับหัวเท้ากัน จริงๆ จึงจำเป็นยิ่งที่ต้องจัดระบบการบริการมากขึ้น
แต่ในทางตรงข้ามก็ทำให้ก้าวเข้าสู่ภาวะจำยอมที่ต้องเป็น Format มาก เมื่อเป็นรูปแบบมากๆ คนไข้ก็ยิ่งเกร็ง เงอะงะมากขึ้น ยิ่งมาจากดงหลวง ไปไม่เป็นเลย ไม่ต้องกล่าวถึงการกระจายสถานที่บริการให้มากขึ้น เพราะขาดบุคคลากรเป็นพื้นอยู่แล้ว จึงทำให้การบริการไม่มีเวลาเหมือนนั่งคุยกันที่บ้าน แบบเครือญาติที่ขจัดกำแพงแห่งสถานะออกไป ยาก... ดังนั้น แพทย์ยิ่งต้องมีจิตสำนึกที่สูงส่งมากขึ้นไปอีกในเงื่อนไขข้อจำกัดเช่นปัจจุบัน
ผมเห็นกระบวนการของสถาบันขวัญเมืองอย่างที่เราสัมผัสที่สวนป่า ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งนั้น มีความเหมาะสมยิ่งต่อนักเรียนแพทย์ที่ต้องแบกรับภาระอันหนักหนานั้นควรผ่านหลักสูตรนี้ยิ่งนัก
เหมือนกับที่วิศวกรควรจบหลักสูตรด้วยการเข้าอบรมการทำงานกับคน กับสังคมในมิติต่างๆ มิเช่นนั้น เขาเชื่อเพียงตัวเลขที่เขาคำนวนออกมาได้จากเครื่องมือคำนวนในมือเขาเท่านั้น แต่ไม่ฟังคนแสดงความเห็นเลย
โอย..ข้าน้อยก็แลกเปลี่ยนได้แค่ผิวๆนี้แหละครับท่านครูบาครับ