สวัสดีครับ ศ.ดร.จีระและท่านผู้อ่านทุกท่าน  
 เช้าวันนี้ ผมแสวงหาอาหารทางสมอง เช่นเคย ด้วยการค้นหาข้อมูลข่าวสารจาก Internet   รายการแรกที่ผมอ่านในเช้าวันเสาร์ก็คือบทเรียนจากความจริง ของ ศ.ดร.จีระจาก เว็บของ น.ส.พ.แนวหน้าhttp://www.naewna.com/gotocolumn.asp?ID=97 อาจารย์เขียน เกี่ยวกับบทเรียนจากความจริง เรื่อง3 Cกับ 3 Q ที่รามคำแหงในบทความนี้ ศ.ดร.จีระเขียนบทเรียนจากความเป็นจริงได้น่าสนใจข้อความข้างล่างแถบสีน้ำเงินคือข้อความที่ผมคัดลอกมาบางส่วนจากบทความที่อาจารย์เขียนส่วนสีดำเป็นความเห็นของผมซึ่งมีดังนี้ ครับ
   ความขัดแย้งทางสังคมในประเทศของเรามีมากขึ้นเรื่อยๆ คนไทยควรดูตัวอย่างของประเทศอิรักให้ดีเพราะมีการฆ่ากัน ขัดแย้งกัน ทำให้ทุกอย่างหยุดชะงักไปหมด เกิดสงครามกลางเมืองได้ปัจจุบันคนไทยบริโภคสื่อแบบคิดไม่เป็น ผมจึงขอฝากประเด็นให้สังคมไทยคิดวิเคราะห์ให้ดี ว่าจะทำอะไรและมีผลเสียหายอะไรกรุณานึกถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อันเป็นที่รักของเราและพยายามอดกลั้นต่อเหตุการณ์ให้มากที่สุด เรื่องความขัดแย้ง กำลังมาแรง พอ ๆ กับ Innovation หรือว่าสองอย่างนี้จะสัมพันธ์กัน ที่ใดมี Innovation ที่นั่นอาจจะมีความขัดแย้ง  Innovation 1มีขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหา กับเพื่อการพัฒนา ทั้งการแก้ปัญหาและการพัฒนา ย่อมมีผลกระทบต่อทรัพยากรมนุษย์ หรือจะเข้าหลักการที่ว่า เมื่อตัดสินใจแก้ปัญหาใด ปัญหาหนึ่ง ปัญหาอื่นย่อมตามมา  ผมมีความเห็นว่า ใครก็ตามที่คิดเรื่อง Innovation เพื่อการแก้ไขปัญหาหรือเพื่อการพัฒนาก็ตาม ควรนำแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นเครื่องมือหนึ่งในการบริหาร Innovation คือคิดไว้ล่วงหน้าว่า ถ้าหากเกิดปัญหา จะมีแผนสอง สาม สี่ รองรับอย่างไร ให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด  
ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นอยู่ขณะนี้ ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ท่านนายกฯทักษิณ นำ Innovation ทางการบริหารกิจการบ้านเมือง การบริหารระบบราชการมาใช้  กลุ่มที่มีผลกระทบย่อมมีการเคลื่อนไหว   ผมขอฝากข้อคิดให้กับผู้ที่มีความหวังดีกับประเทศชาติ ทั้งภาครัฐและเอกชน ท่านที่กำลังคิดค้นหา Innovation มาช่วยเหลือสังคมประเทศชาติ ว่า Innovation ที่ท่านคิดค้นได้และจะนำไปสู่การปฏิบัติ ย่อมเท่ากับท่านกำลังแก้ปัญหาหรือกำลังพัฒนาอยู่ ท่านกำลังต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีแก่สังคม การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวย่อมจะเกิดผลกระทบทั้งทางดีและไม่ดี ขึ้นได้  การพัฒนาคือการเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลง คือการเจ็บปวด ถ้าท่านอาสาเข้ามาเป็นผู้นำ ผู้เปลี่ยนแปลง ต้องพร้อมรับความเจ็บปวด ไว้ให้ดีและเตรียมมาตรการป้องกันเอาไว้ เมื่อการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ความเจ็บปวดเกิดขึ้น การพัฒนาจะเกิดขึ้นตามมา  เปรียบเสมือน คนที่ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อนเลย แล้วอยากจะออกกำลังกาย และวันแรกที่ออกไปวิ่ง หรือยกน้ำหนัก ย่อมปวดเมื่อกล้ามเนื้อมาก และถ้าหยุดเพราะความเจ็บปวด การออกกำลังกายเพื่อให้สุขภาพแข็งแรง ก็จะไม่บรรลุผล  การนำ Innovation ไปใช้ก็เช่นกัน ผมส่งกำลังใจ มาให้ผู้ที่พยายามที่จะใช้ Innovation ในการช่วยเหลือสังคม ประเทศชาติ  
ในอดีต สังคมไทยเป็นสังคมที่ค่อนข้างมีสันติสุข ต้องเก็บความดีเหล่านี้ไว้ประโยคนี้ผมเห็นด้วยกับ ศ.ดร.จีระ เป็นอย่างมาก ในอดีตสังคมไทยมีของดีหลายอย่าง และของดีหลายอย่างกำลังจะสูญสิ้นไป  ส่วนหนึ่งอาจจะมาจาก ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในยุคโลกาภิวัตน์  ซึ่งดูเหมือนว่าโลกหมุนเร็วขึ้นเพราะการเปลี่ยนแปลงทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม องค์ความรู้และเทคโนโลยีฯ มีการเปลี่ยนแปลงเป็นไปอย่างรวดเร็วมาก  เพื่อความอยู่รอดของทรัพยากรมนุษย์ มนุษย์บางกลุ่มจึงละเลย ของดีในประวัติศาสตร์ ของสังคม ประเทศชาติไป  ตรงนี้เตือนสติให้นักบริหาร นักจัดการการเปลี่ยนแปลง นักคิดค้น Innovation ทั้งหลาย ขอให้ตระหนักให้ดี  ไม่มีอะไรได้มาโดยไม่เสีย นวัตกรรม ต้องไม่ทำให้เสียสภาพแวดล้อมที่ดี ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อทรัพยากรมนุษย์ ในอนาคต   
สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมมี 2 งานที่น่าสนใจ ฝากให้ผู้อ่านได้นำไปคิดต่อ
เรื่องแรกคือกลุ่มนวัตกรรมทางการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการเชิญผมและคณะไปทำ workshop เรื่องนวัตกรรมทางการศึกษา 2 วันในวันศุกร์ที่ 25 และวันเสาร์ที่ 26 สิงหาคม ศึกษานิเทศก์กว่า 50 คน เข้าร่วมด้วย ได้หารือกันว่าจะจัดระบบการศึกษาเชิงนวัตกรรมให้โรงเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาให้พัฒนาไปสู่ความเป็นเลิศได้อย่างไร การที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกรุณาเชิญผมและทีมงานไปร่วมถือว่าเป็นนวัตกรรมอย่างหนึ่ง ที่ท้าทายมาก  ผมต้องขอบคุณ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน แทนคนไทย ที่ท่านมีวิสัยทัศน์ ได้เชิญ ศ.ดร.จีระ และทีมมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและทำ Workshop เรื่อง นวัตกรรมทางการศึกษา ศ.ดร.จีระ ท่านเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มีความรู้สด มีความสามารถ และที่สำคัญท่านมีคุณธรรม มีความมุ่งมั่นความปรารถนาดีต่อสังคมประเทศชาติอย่างมาก ท่านคิด ท่านทำอะไร มุ่งเพื่อชาติบ้านเมืองเป็นหลัก ผมสังเกตได้จากการบรรยายของท่าน จะสอดแทรกเรื่องการแนวคิด คุณธรรม ในการพัฒนาประเทศ อยู่เสมอ  ท่านทำการ PR .ให้คนรักชาติมากขึ้น และมีแนวคิดใหม่ ๆ มีกำลังใจที่จะทำการใหญ่เพื่อชาติ บ้านเมือง  และที่สำคัญ แนวคิดของท่านจะให้ประเด็นโป๊ะเช๊ะ สั้น ๆ เป็นตัวอักษร เช่น ทฤษฎี 4L’s ก็ถือว่าเป็นนวตกรรมทางการเรียนการสอนได้  ทฤษฎี 8K’s เกี่ยวกับทุนที่จะใช้ในการบริหารพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในประเทศ ก็ถือว่าเป็น นวัตกรรมทางด้าน HR .ได้เป็นอย่างดีและผมดีใจ เป็นเกียรติอย่างมาก ที่ได้มีโอกาสไปร่วมแชร์ความรู้กับศึกษานิเทศก์ ผู้เข้าร่วมสัมมนา จาก สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ แต่ละท่านมีความรู้ ความตั้งใจ และมี Innovation ทางการศึกษาที่น่าสนใจอยู่หลายท่าน  ประเทศไทยเราจึงมีความหวัง ที่จะได้ผู้ทรงคุณวุฒิเหล่านี้ ช่วยพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของชาติ  แบบนี้ อยากให้ท่านรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการหันมามอง และให้การสนับสนุน อย่างเต็มทีมากขึ้น เพราะประเทศชาติจะได้รับผลประโยชน์ในที่สุด  
 ผมมีโอกาสได้รับเชิญจากมหาวิทยาลัยรามคำแหงซึ่งจัดหลักสูตร MBA ที่เน้น Innovation เป็นกิจกรรมใหม่ของอาจารย์ศุภชัยหล่อโลหการและอธิการบดี ศ.รังสรรค์ แสงสุข ทำร่วมกัน และอธิการบดี ศ.รังสรรค์ แสงสุข ทำร่วมกัน ผมถือว่ามหาวิทยาลัยรามคำแหงเป็นตลาดวิชาที่น่าสนใจ และเมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 สิงหาคม ผมกับนายกสภามหาวิทยาลัยรามคำแหงคุณประจวบ ไชยสาส์น ได้คุยกันถึงวิธีการที่จะเปลี่ยนบัณฑิตของรามคำแหงจาก Quantity ไปสู่ Quality” ผมต้องขอขอบคุณ ศ.ดร.จีระ ที่ได้เปิดโอกาสให้ผมได้ไปร่วมแชร์ความรู้และประสบการณ์กับโครงการนี้  ผมสังเกตเห็นว่า นักศึกษา ในหลักสูตรนี้ เป็นผู้มีปัญญา มีความมุ่งมั่น หิวความรู้ ต้องการสร้าง นวัตกรรม เพื่อการพัฒนา การมีปฏิสัมพันธ์ในระหว่างเรียน ทำให้ผมเห็นว่า นักศึกษา ม.รามคำแหงฯ ในปัจจุบันนี้มีคุณภาพมากกว่าในอดีต  และที่สำคัญคือ หลักสูตร MBA ที่เน้น Innovation เป็นกิจกรรมใหม่ ก็เป็นแห่งแรกของประเทศไทย ที่เกิดขึ้นที่ ม.รามคำแหง ก็เป็นเรื่องที่ท้าทาย กล้าคิด กล้าทำซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิด นวัตกรรมทางการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยของบ้านเมืองเรา ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี  และจะดีมากยิ่งขึ้น ถ้าการศึกษาดังกล่าว สามารถผลิตมหาบัณฑิตที่มีคุณภาพออกสู่สังคมไทย ตามที่ท่านประจวบ ไชยสาส์น ได้คุยกับ ศ.ดร.จีระ ซึ่งผมเชื่อว่า ด้วยวิสัยทัศน์ของ ศ.ดร.จีระ อาจารย์ศุภชัยหล่อโลหการและอธิการบดี ศ.รังสรรค์ แสงสุข ทำร่วมกัน ย่อมทำได้แน่นอน 
  คำว่า "นวัตกรรม" ไม่ใช่แค่ creativity หรือสิ่งประดิษฐ์เท่านั้น ต้องมีความรู้ในเรื่องเหล่านั้นอย่างสมบูรณ์ มีระบบความคิดที่เป็นวิทยาศาสตร์ด้วยสุดท้ายคือทำให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งวัดได้จากการมีลูกค้าประเทศได้ประโยชน์ องค์กรได้ประโยชน์ประโยคนี้ ผมเห็นด้วยกับ ศ.ดร.จีระ เป็นอย่างมาก Innovation ต้องอาศัย ท. ท้าทายที่จะคิด ที่จะทำสิ่งใหม่ ๆ และต้องมี ท.ทำ คือ Action ให้เกิดผล เกิดประโยชน์กับสังคม ซึ่งควรคำนึงถึง ท.เที่ยงธรรม เพื่อคุณธรรมและความยั่งยืน ให้สอดคล้องกับจริยธรรม ความดีที่มีอยู่ ซึ่งก็ควรมี ท. ท่าที ที่ดี ที่จะคิด จะทำ ท่าที่ที่ดี จะเกิดจากความคิดดีก่อน อันจะนำไปสู่พฤติกรรม การกระทำที่ดี และควรมี ท.ทบทวน ว่าสิ่งนวตกรรมที่ทำนั้น ควรต้องมีการพัฒนาปรับปรุงอะไรให้ดียิ่งขึ้น ทบทวนดูว่าจะมีผลกระทบที่ดีหรือไม่ดีอย่างไร กับใครและควรจะทำอย่างไรต่อไป 
“2 คือ action plan หรือ project จะต้องทำให้สำเร็จ จึงเป็นที่มาของทฤษฎี 3 Cคือ
- C
แรกคือคนไทยไม่ชอบ change หรือการเปลี่ยนแปลง
- C
ที่สองคือคนไทยไม่ชอบทำอะไรโดยมองไปถึงลูกค้า Customer
- C
สุดท้ายคือคนไทยที่เป็นหัวหน้าหรือผู้นำไม่ค่อยฟังลูกน้อง มักจะคิดว่าฉันรู้แล้วชอบทำตัวเป็นผู้สั่งการ Command and control ไม่ Listening และ Learning จึงมักจะทำให้โครงการ Innovation ไม่สำเร็จ 
ผมเห็นด้วยกับ ศ.ดร.จีระ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง C ตัวสุดท้าย ที่ ท่าน ศ.ดร.จีระ ให้ข้อคิดไว้ เรื่อง Command and Control เป็นสิ่งสำคัญที่อาจจะเป็นได้ทั้งความสำเร็จและอุปสรรค ในการพัฒนา ในการสร้างนวตกรรม แต่หัวหน้าหรือผู้นำบางคน ก็ลืมตัว ใช้อำนาจสั่งการและควบคุมเท่านั้น  จึงทำให้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา นวัตกรรม ผู้นำยุคใหม่ที่เป็นเลิศ จึงควรสร้างบรรยากาศในการทำงานให้ลูกน้อง ได้มีโอกาสใช้ความรู้ ความสามารถ มีความคิดสร้างสรรค์ สร้างนวตกรรมมาเสนอ ผู้นำยุคใหม่ทึ่เป็นเลิศ จึงควรเล่นบทบาทเป็นผู้ส่งเสริม สนับสนุนทีมงาน ให้มีความสุข ให้ได้มีโอกาสศึกษาหาความรู้ มาช่วยพัฒนางาน สร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ให้องค์การ   รูปแบบการทำงานที่สำเร็จในอดีตอาจจะไม่สามารถรับรองความสำเร็จในปัจจุบันและอนาคต ได้อีกต่อไป  การส่งเสริมให้ทีมงานได้มีความรู้ใหม่ ๆ เปิดโลกทัศน์ การให้โอกาส การให้ความรู้ การให้อภัย เป็นสิ่งที่ผู้นำยุคใหม่ ควรต้องมีให้กับทีมงาน เพื่อให้เกิดนวตกรรม  ทรัพยากรมนุษย์ทีมีคุณภาพและนวตกรรมที่มี่คุณภาพจะทำให้องค์การอยู่รอดได้  
“3 Q เป็นความคิดของอาจารย์ยม นาคสุข มองแบบกว้าง จึงบอกว่า 3 Q ที่ต้องมีและจำเป็นในเรื่อง HR คือ
- Q
ที่หนึ่ง Quality of HR คือต้องมีคนมีคุณภาพในองค์กรก่อน
- Q
ที่สองคือคนเหล่านั้นต้องคิดเป็น Quality of Thinking
และถ้ามี Q ที่ 1 และ Q ที่ 2 จะมี Q ที่สาม คือ Quality of Innovation ได้
เมื่ออ่านแล้วลองไปคิดดูว่าจะนำมาใช้อย่างไรในองค์กรของท่าน แต่ที่แน่นอนคือ Innovation มาแรงจำเป็นและใช้ได้ในระบบของคนไทยแน่นอน แต่ HR จะเป็นตัวกระตุ้นหรือตัวถ่วงซึ่งถ้าเข้าใจก็เอาชนะอุปสรรคเหล่านั้นได้ ผมขอขอบพระคุณ ศ.ดร.จีระ เป็นอย่างมาก ที่กล่าวถึงแนวคิดของผมไว้ในหนังสือพิมพ์แนวหน้าฉบับวันเสาร์ที่ 26 ส.ค.นี้ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมาก ทฤษฎี นวัตกรรม 3 Q’s ซึ่งผมได้แชร์กับนักศึกษา MBA การจัดการนวัตกรรม ของ มหาวิทยาลัยราคำแหง ทฤษฎีดังกล่าวต้องการให้นักศึกษามีแนวทางในการบริหารจัดการด้าน นวัตกรรม ได้ดียิ่งขึ้น ถ้านักศึกษานำไปบูรณาการกับทฤษฎี 8K’s ศ.ดร.จีระ  
Quality of Human Resources  หมายถึง คุณภาพทรัพยากรมนุษย์ นวัตกรรมที่มี่คุณภาพจะเกิดได้จากทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพเท่านั้น  ทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ มักจะมีพื้นฐานทฤษฎีทุน 8K’s ของ ศ.ดร.จีระ อย่างครบถ้วน เมื่อทรัพยากรมนุษย์ มีคุณภาพ ย่อมทำให้เกิด Q ต่อมา คือ
Quality of Thinking, Action and Continue Improvement ทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพเมื่อมีทุน 8K’s ครบถ้วน จะเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่เก่งและดี มีคุณธรรม ซึ่งจะคิดและทำดี คิดสร้างสรรค์ ศึกษาหาความรู้และพัฒนาตนเอง พัฒนางานอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิด Q ตัวต่อมาคือ 
Quality of Innovation นวัตกรรมที่มีคุณภาพ ซึ่งได้มาจากทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ และนวตกรรมที่มีคุณภาพ จะทำให้ทรัพยากรมนุษย์ มีคุณภาพขึ้น เข้าหลักการที่ว่า คนพัฒนางาน งานพัฒนาคน ครับ 
ผมขอเชิญชวนท่านผู้อ่าน ติดตาม สาระน่ารู้ กับ ศ.ดร.จีระ จากรายการโทรทัศน์สู่ศตวรรษใหม่ทาง ช่อง 11 ทุกวันอาทิตย์แรกของเดือน เวลา 14.00-15.00 น. และออกอากาศอีกทีทาง UBC 7 ทุกวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนเวลา 14.00-15.00 น. และรายการคิดเป็นก้าวเป็นกับดร.จีระ ทาง UBC 7 อาทิตย์ที่ 1,3 และ 5 ของเดือนเวลา 13.00-13.50 น. นอกจากนั้นยังมีรายการวิทยุ knowledge for people วันพุธ เวลา 19.30 - 20.30 น. ทางสถานีวิทยุ อสมท. F.M. 96.5 MHz Hz   คอลัมน์บทเรียนจากความจริงกับดร.จีระของหนังสือพิมพ์แนวหน้าทุกวันเสาร์หน้า 5 และรายการเศรษฐกิจพอเพียงกับโลกาภิวัตน์ ทาง ททบ. 5 ทุกวันอังคารและวันพุธ เวลา 9.55 น. – 10.00 น. หรือทาง http://www.chiraacademy.com/  
 เชิญท่านติดตามศึกษาหาความรู้ จากผลงานของ ศ.ดร.จีระ และร่วมกันแสดงความคิดเห็น สะสมสร้างทุนทางความรู้ ทุนทางปัญญา และทุนทางสังคม ใน Blog นี้ ครับ   
ขอความสวัสดีจงมีแด่ทุกท่าน 
ยม 
นักศึกษา ปริญญาเอก รัฐประศาสนศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต