สั่นสะเทือน..เปราะบาง...เติบโต
สุนทรียสนทนาเป็นการสื่อสารที่ไม่ใช่มีเพื่อทำความเข้าใจแต่สื่อสารเพื่อการเรียนรู้และเปิดโอกาสให้ตัวเราเองลองมองโลกแบบใหม่ได้กว้างขึ้น ( นี่เป็นความเห็นขอเบิร์ดเองนะคะ )..ปลอดโปร่ง จนเกิดอาการ “ปิ้งแว้บ” หรือ "ญาณทัศนะ" ขึ้นในสมองเชียวค่ะ..^ ^
มันเป็นกระบวนการเชิงบวก ที่เอาตัวเองออกมาเมื่อผ่านกระบวนการปลดวาง ย้อนกลับสู่อดีต ผ่านผันสิ่งต่างๆลงไปถึงฐานะความเป็นคน แค่เป็นคนเท่านั้น ในแง่ความรู้สึกของพี่ เหมือนว่ากระบวนการได้ทะลายทำนบขวางกั้นอวิชาในมุมความเป็นคนออกไป วิเศษจริงๆ แม่เพียงผ่านครั้งแรกและไม่ยาวนานมากนักก็สัมผัสได้แล้ว
เงื่อนไขง่ายๆ ใน "สุนทรียสนทนา" คือ การฟังกันและกันอย่างลึกซึ้ง, แขวนความคิดและการตัดสินของเรา และไม่จำเป็นต้องมีข้อสรุปซึ่งขัดกับการคุยกันในรูปแบบอื่นๆที่เคยชินกันมาเลยนะคะ
"การฟังอย่างลึกซึ้ง"เป็นการเฝ้าดูความคิดของเราด้วยเนาะคะพี่บางทราย ส่วน "การแขวนความคิดและการตัดสิน"เป็นการเปิดโอกาสให้เรามองโลกแบบใหม่ และลดภาวะอารมณ์ต่างๆลงและ "ไม่จำเป็นต้องมีข้อสรุป"คือ ปล่อยให้แต่ละคนได้ตรึกตรองเอง..
เป็นอุบายที่แยบยลจริงๆ "การฟังกันและกันอย่างลึกซึ้ง, แขวนความคิดและการตัดสินของเรา และไม่จำเป็นต้องมีข้อสรุป" เราไม่เคยชินต่อสิ่งนี้ เราชินกับวิธีการตรงข้าม เหมือนเส้นผมบังภูเขานะน้องเบิร์ด
แต่หากในการประชุมที่จำเป็นต้องมีข้อสรุปการใช้สุนทรียสนทนาคือการทอดเวลาให้คนได้พูดคุยกันอย่างลึกซึ้งก่อนแล้วเปิดโอกาสให้ทางเลือกใหม่ๆ ได้เข้ามาได้อย่างดีเชียวล่ะค่ะ
ใช่ครับเราสามารถดัดแปลงกระบวนการนี้ไปใช้ได้ น่าจะช่วยให้เกิดการกลมกลืนทางความคิดได้มากขึ้นนะครับหากขจัดการเร่งรัดด้วยเวลาไปได้ และผู้ร่วมวงประชุมมีฐานที่ใกล้กันสักหน่อย แต่อย่างไรก็ตาม น่าจะนำไปใช้ดู
ย่องเข้ามากวนแบบไม่ให้น้ำขุ่น และชูมือเห็นด้วยว่า G2K คือ ฐานที่สำคัญที่ได้สร้าง Climax หนึ่งของการค้นหาให้ได้สัมผัส..ค่ะ ^ ^
ขอบคุณน้องสาวครับ
11.