เรียน อ.วิจารณ์ ที่นับถือ ผมมีเรื่องจะขอเล่าสู่แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับอาจารย์ และผู้ที่สนใจ ผมทำงานเป็นผู้อำนวยการ ที่รพ ชุมชน บ้านธิ จังหวัดลำพูน สนใจเรื่อง ชนชาติไท และกาเลหม่านไต ของหมอ ดอดจ์ และ อ บรรจบ พันธ เมธา และได้ติดตามรายการโทรทัศน์เรื่อง คนไท เรื่องจริงหรือความเชื่อทางเชื้อชาติ(คนไทยมาจากไหน)ของ บ ปาซิฟิค บรรยายโดย อ สมเกียรติ อ่อนวิมล ในเรื่องไตอาหม อาจารย์ฉัตรทิพย์ ซึ่งให้สัมภาษณ์ เรื่องไตมาวไว้น่าสนใจมาก ผมได้ตระเวณสืบเสาะหาความจริงเรื่องเกี่ยวกับชนชาติ และภาษา ไต-ไท-ลาว จีน โดยได้ศึกษาภาษาจีน ตัวเมือง(ตัวธรรม) ภาษาไทใหญ่ ไทลื้อ ไตเขิน ไทยใต้คงและเดินทางไป ท่าขี้เหล็ก ร่างกุ้ง สิบสองปันนา เชียงตุงเมืองลา ใต้คง(เต๋อหง) หลวงพระบาง พงษาลี และ เวียตนามส่วนเภาคเหนือรอบๆเมืองหลวงฮานอย ได้พบปะ และสอบคำไท กับ คนไตดำ ไตขาว ไตลื้อ ไตเหนือ-ไตมาว ไทใหญ่ บ่อยๆ หลายๆคนมาตั้งรกรากที่เชียงใหม่ โดยเฉพาะไทใหญ่ และไทลื้อ(รวมไทยอง)มีประวัติผสมปะปนในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง และแม่ฮ่องสอน โดยเฉพาะที่แม่ฮ่องสอน และส่วนติดชายแดนด้านเหนือของเชียงใหม่ เชียงราย(ส่วนที่ติดกับลำน้ำกก และแม่น้ำโขง ) มีคนเชื้อสายไทใหญ่อยู่มากมายเกินคาด ภาษาวัฒนธรรมไทใหญ่ก็ได้ปะปนอยู่ในภาษาเมืองเหนือ จนชาวไทใหญ่ที่ต่างทะยอยหนีออกจากดินแดนแม่ในรัฐฉานมาตั้งรกรากในเมืองไทย เมื่อได้ยินภาษาเมืองเหนือต่างรู้สึกปิติยินดี ว่าแต่ก่อนบรรพบุรุษของตนคงจะไปมาหาสู่กันจนเกิดการแลกเปลี่ยนภาษาวัฒนธรรม กับคนในประเทศไทย ส่วนคนที่มาจากเขตุเต๋อหง จะเล่าความรู้สึกว่า สำเนียงเสียงภาษาที่เขาใช้ มีสำเนียงเหมือนภาษาทางภาคกลางของไทย ขณะที่เสียงไทลื้อ และไทใหญ่มีโทนเสียงใกล้เคียงกับภาษาพูดทางเหนือ ในช่วงเวลา2-3 ปีที่ผ่านมาผมและพรรคพวกซึ่งสนใจในเรื่องเดียวกัน มีอาจารณ์รัตนาพร เศรษฐกุล ภาควิชาประวัติศาสตร์มหาวิธยาลัยพายัพ เป็นผู้นำได้จัดทีมไปเที่ยวศึกษา ชนเผ่า ที่ใช้ภาษาไต-ไท-ลาว ที่มณฑลกวางสี ได้พบ ชนเผ่า จ้วง-ต้ง-ปู่ยี-สุย-มู่หลาว-เหมาหนาน ซึ่งเป็นชนเผ่าที่เจดเป็นชนเผ่าดั้งเดิม ที่ใช้ภาษาไทโบราณ(คำโดด)มีวัฒนธรรมและเครื่องแต่งกาย เครือ่งใช้ครัวเรือน เครื่องดนตรี หลายๆอย่างเหมือนหรือร่วมสมันกับ ชาวม้ง อาข่า เย้า น่าซี ลีซอ ใป๋ หยี และจีนโบราญ และได้สังเกตุว่าภาษาไทยกลางที่เราใช้กัน จำนวนมากมีเสียงและความหมาย เหมือนภาษาจีน (ทั้งส่วนจากภาษาจีนกลาง และจากภาษากวางตุ้ง) เมื่อต้นเดือนเมษาที่ผ่านมาก็ได้เดินทางไปที่มณฑลยูนาน ฝั่งตะวันออกด้านที่ติดกับมณฑลกวางสี เป็นเขตุลุ่มแม่นำแดง ซึ่งไหลอยูทางตะวันออกของเทือกเขาอ้ายลาว ที่ทอดจากเมือง ต้าหลี่-คุนหมิง เฉียงลงทางตะวันออกเฉียงไต้มายังเขตุสิบสองจุไท(เดียนเบียนฟู-ลาวก๋าย -ไลเจา)ได้ไปแวะเยี่ยม และสอบภาษาไท ที่หมู่บ้านยาง และ บ้านทราย ได้ไปพบพี่น้องชาวไต ที่นั่น พอพูดคุยกันรู้เรื่อง และปลาดใจที่รากฐานสำเนียงภาษาที่เขาใช้เป็นภาษาไทใหญ่-ไทมาว-ไทเหนือ
ขากลับเมื่อทีมพวกเรามาแวะที่คุนหมิง อาจารย์รัตนาพรผู้ประสานงาน และผู้นำคณะ ได้นัดทานข้าวกับอาจารณื เจีย จรรยอง และทีมงานของท่านได้สอบถามถึงเรื่องชาวไตที่เราไปพบ อาจารย์จึงเล่าให้ฟังว่า เดิมเป็นไตจากกลุ่มไตมาวไตเหนือถูกกองทัพจีนส่งมาดูแลดินแดนแถบนี้ ทีมอาจารย์เจีย ชื่ออาจารย์หวางได้เล่าว่าหมู่บ้านของตระกูลท่านในเขตเสฉวน ห่างจากแค้วนยูนานไปทางเหนือไม่ไกล เรียกตัวเองว่าเป็นเผ่าหลาว เชื่อว่าเป็นต้นตระกูลของลาว ก่อนกลับออกจากหมู่บ้านยาง และเมืองหนานซา(เมืองทราย)เพื่อนๆคนไทที่ไปด้วยกันทั้ง 14 คนต่างชื่นชม และปลื้มปิติเมื่อตัวแทนชาวไตได้ร่วมรับประทานอาหารกับเราและ ขับร้องเพลงอวยพร( แขกพี่น้องจากเมืองไกล ที่พวกเราฟังแล้วพอเข้าใจความหมาย) ส่วนที่กลางหน้าผาชมวิวนาขั้นบันไดที่กลางดอยอ้ายลางสูงเกือบสองพันเมตร เราไม่พบคนที่ให้ภาษาตระกูลไท เลย มีแต่ ชาว หยี อาข่า ม้ง เย้า มีชาวจ้วง-ปุ่ยี จำนวนไม่มาก อพยพมาที่หลังเพื่อมาทำนา แต่พบชื่อตำบลใกล้ๆจุดชมวิว ว่าอดีตเป็นเขตุเมืองลวง(หรือ ลอง )
เมื่อถามถึงกลุ่มคนไต ได้คำตอบว่าอยู่กระจายตรงส่วนที่ราลลุ่ม ของแม่น้ำแดง ในที่เชิงเขา
เมื่อกลับมาถึงเชียงใหม่ได้พบกับครูสอนภาษาจีนเป็นชาวไป๋ จากเมืองต้าหลี่ที่เพิ่มจะมาสอนที่เชียงใหม่ได้ 1 เดือนท่านผู้นั้นเคยเรียนปริญญาโทที่คุนหมิง ได้เคยอ่านพบว่า ที่ทางตะวันตกของเมืองคุนหมิง ชื่อเมือง ฉูสง และเมืองเป่าซาน(เลยไปอยู่ในเขตุเต๋อหง)มีบันทึกของนักโบราณคดีขุดพบหลุมฝังศพ ที่มีเครื่องใช้ครัวเรือน เป็นของกลุ่มคนไต โบราณ ส่วน นั้นทีมวิจัยภาษาวัฒนธรรมของสภาวิจัยชนชาติในยูนาน ที่คุนหมิงได้สรุปว่าที่เมืองฉูสง ชื่อหมู่บ้าน ชื่อสถานที่ต่างๆ ล้วนเป็นชื่อเป็นภาษาไตเกือบทั้งหมด จึงน่าจะสันนิษบานได้ว่าคนไต เดิมส่วนหนึ่ง อยู่ไม่ไกลจากเมือง หนองแส-ตาลีฟู( ต้าหลี่ ) เมืองเสหลวง -คุนหมิง ต่อมาได้อพยพหลบหนี กระจายไปอยู่แถบริมแม่นำ สาละวิน(คง หรือนู่เจียง)แม่น้ำโขง(ล้านช้าง)และ แม่นำแดง เพื่อขยับขยายไปยัง รัฐฉานในพม่า เขตุสิบสองจุไท ในเวียตนาม รวมทั้งลาว ล้านนาไทย ที่เล่าและท้าวความมายาวเพื่อจะได้ขออาจารย์ช่วยสืบค้นต่อ หรืช่วยให้คนไทยในเมืองไทยได้ช่วยกันสืบค้นด้านประวัติศาสตร์ ภาษา และวัฒนธรรม ดั้งเดิมของไทให้รู้ที่มาที่ไป กันเพื่อจะได้เล่าต่อให้ลูกหลานในอนาคต
ชัยรัตน์ ต.เจริญ