สวัสดีทุกท่านครับ

ความรู้ต่างๆ จะมีความหมาย ก็ต่อเมื่อนำไปประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองหรือต่อผู้อื่นได้นะครับ ความรู้อาจเรียนทันกันหมด แต่มีความหมายไม่เท่ากัน เพราะบางคนรู้แต่นำไปใช้ประโยชน์ไม่ได้

ตอนนี้ผมสัมนาอยู่นอกสถานที่ -- มี "ผู้ใหญ่" อยู่เยอะซึ่งท่านกำลังแสดงความคิดเห็นกันอยู่ มีก๋วยเตี๋ยวแบบน้ำกับขลุกขลิกเยอะ ผมจึงแอบมาตอบความคิดเห็นได้ โดยไม่เสียการเสียงาน ;-)

กลับไปจะไปตรวจสอบข้อมูลและเว็บที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมครับ

  • PTSD จะเป็นปัญหาวิกฤติจริง เพราะไม่มีวิธีสร้างนักจิตวิทยาแบบบะหมี่สำเร็จรูป
  • มีความเป็นไปได้ที่จะมีผู้ลี้ภัย/แรงงานอพยพเพิ่มขึ้นมาก (โดยที่บางส่วนเป็น PTSD ด้วย)
  • หน่วยงานรัฐต่างๆ ทั้งที่ปรากฏชื่อในบันทึก และไม่ปรากฏชื่อ ต่างก็มี "อำนาจ หนั้าที่" ที่ระบุโดยกฏหมายครับ; อำนาจเป็นตัวร้าย - หน้าที่เป็นงานปกติ ซึ่งย่อมาจากประโยคที่ว่า"ทำบ้างไม่ทำบ้างเป็นปกติ" - แต่สิ่งที่หายไปคือประชาชนครับ
  • มีการประสานงากันตามปกติ เพราะต่างคนต่างใหญ่ในเรื่องของตัว; ด้วยข้อจำกัดของระบบราชการ ซึ่งเมื่อจะประสานข้ามกระทรวง ต้องวิ่งไปที่หัว ซึ่งก็ทั้งช้า ทั้งไม่เข้าใจประเด็นละเอียด เมื่อเป็นกรณีฉุกเฉินแบบนี้ ไม่ทันการแล้วครับ
  • แต่ผมว่าเราปฏิเสธไม่ได้ว่าหน่วยงานเหล่านี้ ก็ทำได้ดีในสาวะปกติเช่นกัน เพียวแต่ว่าในภาวะฉุกเฉิน (เช่นสึนามิ หรือดินถล่ม) ไม่มีเวลาจะมาติดต่อตาม protocol ของราชการ -- งานหนักของ OpenCARE คือการพยายามทำลายกำแพงตรงนี้ครับ