- มาทักทายอาจารย์ครับ เด็กวัดเก่า อิอิๆๆ ไม่ไกลจากวัดเก่าของอาจารย์ อาจารย์ไปที่แก้ไขบันทึกเขียนเพิ่มนะครับ
- อันนี้ copy มาวางด้วยกันดีไหม
- ต่อจากน้ำใจอาจารย์ครับ
- เมื่อวันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมานี้ หลังจากที่ได้สัมมนาการจัดทำตำราทางวิชาการของ มจร. ก็ต้องแยกย้ายกันกลับวิทยาเขต วิทยาลัยสงฆ์ ส่วนเรา มีธุรที่ต้องไปกรุงเทพฯ แต่ทำอย่างไรดีไม่มีรถ ก็คิดว่าจะอาศัยใครไปลงใกล้ๆ หมอชิตแล้วต่อรถไปยังศรีย่าน รถคันนั้นคือ ปิ๊กอัพ ของอาจารย์คำพัน ซึ่งท่านก็รีบไปประชุมที่ส่วนกลาง มีเพื่อนอาจารย์ (รุ่นพี่) ไปด้วยกันหลายคน ในแคบ มี 5 คน หลังปิ๊กอัพ ก็มี ดร.แสวง (นักแหล่) และอาจารย์จากวิทยาเขตหนองคาย อ.สุทัศน์ วิทยาลัยสงฆ์พระพุทธชินราช และเรา เดินทางไปด้วยกัน ต่างคนก็เกรงใจท่านอาจารย์คำพัน แต่เมื่อท่านรู้ว่าจะไปหมอชิด และเราจะไปศรีย่าน ก็ไม่นึกว่าอาจารย์ท่านจะไปส่ง น้ำใจ เขาว่า "อันความเมตตาปราณี จะมีใครบังคับก็หาไม่ หลั่งมาเองดังฝนอันชื่นใจ จากฝากฟ้าศุลาลัย สู่แดนดิน" อาจารย์ไปส่งที่หมอชิด ยังไม่พอ ยังขับลัดเลาะไปส่งถึงศรีย่าน อาจารย์ท่านนี้สอนให้รู้ว่า ความเกรงใจคือสมบัติของผู้ดี ท่านผู้นี้ได้แสดงให้เห็นว่า ถ้าเป็นศิษย์อาจารย์ ถึงไหนถึงกัน กระผมคิดว่า ใครๆ ที่ได้เรียนกับอาจารย์คำพันในวิชาภาษาสันสกฤต เบื้องต้น คงจะจำอาจารย์ท่านได้ดี กราบขอบพระคุณอาจารย์นะครับ สอนบทเรียนเรื่องน้ำใจ และความเป็นเลือดสีชมพู