ความเห็น 636463

ศุกร์สนทนาที่มหาวิทยาลัยอายุร้อยห้าสิบปี

Sirikasem Sirilak
IP: xxx.149.24.161
เขียนเมื่อ 

สืบเนื่องจากท่านคณบดีเชิญชวนบุคลากร คณะแพทย์ มน. ให้มีส่วนร่วมเขียน 15ปีที่ผ่านมา 15ปีข้างหน้า และ เมื่ออายุ 50ปีนั้น

ก่อนอื่นขอคาราวะและชื่นชมต่อความมุ่งมั่นของอาจารย์ ในการพัฒนา คณะแพทย์ มน. ของเราครับ!

แม้บางครั้งที่ผ่านมา อาจมีอาจารย์แพทย์บางคนไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของอาจารย์ (อ้างอิงจากการแสดงความเห็นในที่ประชุมในบางครั้ง)

หากแต่ในความคิดของผม ผมถือเป็นความหลากหลายของความคิด เป็นความงดงามบนความแตกต่าง ย่อมดีต่อองค์กร เพราะนอกจากเป็นภาพสะท้อนแล้ว ยังช่วยขับเน้นให้ภาพจริงชัดขึ้น ทั้งยังเป็นสัญญาณเตือนภัย และเป็น Disk Brake ที่ฉุดรั้ง ชะลอความเร็วเมื่อจำเป็น ในบางสถาณการณ์ด้วย

"สิบห้าปีที่ผ่านมาของคณะแพทย์ มน." ผมมีส่วนร่วมเป็นหนึ่งในฟันเฟืองของระบบใหญ่ ได้ ½ ของระยะเวลา ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงแบบDynamic(active and changing: characterized by vigorous activity and producing or undergoing change and development)

หากเรามองความสำเร็จเป็นของ คณะฯและโรงพยาบาลร่วมผลิต(ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ โรงพยาบาลแพร่ โรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โรงพยาบาลพิจิตร โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์)จะพบความจริงที่ว่า เรามีบัณฑิตแพทย์ออกไปรับใช้ประเทศไปแล้ว 8 รุ่น(530 คน)และสำหรับคณะฯเอง หากจะกล่าวให้เห็นภาพชัด คงต้องย้อนเวลาไปที่ ปี พ.ศ. 2544-45 เมื่อเริ่มจัดตั้งเป็นหน่วยอนามัย ตรวจบุคลากรภายในกันเองที่ฝั่งคณะแพทย์ (ขณะนั้นอาจารย์แพทย์ที่จบวุฒิบัติเฉพาะทางกลับมา จะไปประจำตาม รพ.ร่วมผลิต)จนก้าวเป็นโรงพยาบาลทั่วไป เกิน 100เตียงแบบปัจุบัน(ทั้งนี้ศูนย์โรคหัวใจภาคเหนือตอนล่างและศูนย์วิจัยธาลัสซีเมีย ถือเป็นภารกิจ เฉพาะด้าน) รวมถึงก่อเกิด 11 ภาควิชา จนปัจจุบันสามารถจัดการเรียนการสอนนิสิตชั้นคลินิกได้เอง และยังเป็นแหล่งฝึกของแพทย์เพิ่มพูนทักษะได้ด้วย น่าภูมิใจครับ(แม้จะล้มลุก คลุกคลานมาหลายครั้ง) ซึ่งหากเราเชื่อว่า ไม่มีสิ่งใดเป็นความบังเอิญนั่นหมายความว่าฟันเฟืองทุกๆตัว มาบรรจบกันและก่อเกิดพลังสร้างสรรค์นี้ขึ้น อย่างจงใจและเต็มใจให้เกิด โดยเฉพาะ มีผู้มีคุณูปการกับคณะฯมากมายนับตั้งแต่อดีต จน ถึงปัจจุบัน(ศาสตราจารย์ (พิเศษ) นายแพทย์สุจินต์ อึ้งถาวร คณบดีท่านแรก รองศาสตราจารย์นายแพทย์ ดร.ชุมนุม พรหมขัติแก้ว คณบดีท่านถัดมา และศาสตราจารย์นายแพทย์ ดร.ศุภสิทธิ์ พรรณนารุโณทัย คณบดีท่านปัจจุบัน)

"สิบห้าปีข้างหน้า" แม้ว่าวิสัยทัศน์ คณะแพทย์ มน. ได้ถูกกำหนดไว้แล้ว(เป็นโรงเรียนแพทย์ที่ได้มาตรฐานสากล มีเครือข่ายพันธมิตรที่เข้มแข็ง และสร้างเสริมสุขภาพคนไทยและเอเชีย)และมีผู้ให้คำวิพากษ์วิจารณ์ ในหลายมุมมองและที่มักพูดไว้ตรงกันคือ “ไม่ชัดเจนต่อเป้าหมาย/ไกลเกินฝัน” แต่ถ้ามองย้อนไปในอดีต อย่างที่กล่าวแล้วใน 15ปีที่ผ่านมา(มีผลบังเกิดเป็นความสำเร็จ ให้น่าชื่นใจอยู่พอควร) ประกอบกับมองความเป็นจริงในปัจจุบันที่ทรัพย์สินที่มีค่าสูงสุดขององค์กรคือคน(ซึ่งจะพบว่ารพ.ร่วมผลิตมีบุคลากรที่เปี่ยมคุณภาพเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว) และสำหรับคณะฯเองปัจจุบันได้มีคนที่มีคุณภาพมารอกันอยู่พร้อมแล้ว(738คน:ข้อมูล ณ มีค. 51) หากไม่ใยดีต่อเงินมากจนเกินไป(หมายถึงมองให้เป็นปัจจัยด้านรอง) สิ่งดีๆย่อมต้องเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน ขอเพียง คนของเรายังรักองค์กร และเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ไม่ละทิ้งภารกิจอันยิ่งใหญ่ตามวิสัยทัศน์ที่ร่วมกันสร้างมาเสียก่อน หากแม้น15ปีข้างหน้า โรงพยาบาล มหาวิทยาลัยนเรศวร จะไม่ใช่โรงพยาบาล ใหญ่โต หรูหรา เทคโนโลยีสุดยอด นับจำนวนเตียงได้ไม่ถ้วนก็ตามเถอะ แต่หากเราอบอุ่น อุดมไปด้วยน้ำใจ ต่อเพื่อนมนุษย์ สร้างคนให้มีหัวใจของความเป็นมนุษย์ได้อย่างแท้จริง แค่นั้นก็ที่สุดแล้ว(แล้วเงินทอง ชื่อเสียง คงรีบวิ่งตามเรามาเอง ถ้าเราไม่ละทิ้งอุดมการณ์) โดยที่งานด้านการเรียนการสอน(ทั้งที่จัดเอง และร่วมกับพันธมิตรของเรา)คงเจริญรุดหน้าไปตามศักยภาพและประสบการณ์ที่เพิ่มพูนขึ้น อีกทั้งงานวิจัยของเราที่มีสภาพแวดล้อมของวงวิชาการ มหาวิทยาลัยและเครือข่าย ก็คงไม่น้อยหน้าที่ใด หาก ความเร็วและความเร่ง เป็นดังเช่นปัจจุบัน

"เมื่อฉันอายุห้าสิบ" สำหรับผม หากเมื่อเวลานั้นมาถึงจริง ก็ยังอยู่ในช่วงที่ภารกิจ 15ปีที่สอง ดำเนินไปได้แค่ ½ ของระยะเวลา เท่านั้นเอง และคิดว่าน่าจะยังพอมีแรง มีพลังสมอง และสามารถตกผลึกกับประสบการณ์ พร้อมจะยืนหยัดร่วมเป็นหนึ่งในฟันเฟืองของระบบใหญ่ ต่อไป (หวังและคิดเช่นนั้น) หากแต่อนาคตย่อมยากที่จะคาดเดา!?!

การทบทวนอดีตย่อมได้แง่มุม จากการถอดบทเรียน(15ปีที่ผ่านมา)

การใคร่ครวญไตร่ตรองปัจจุบัน ย่อมทำให้การตัดสินใจ สุขุมและเฉียบคม(มองปัจจุบัน)

การจินตนาการถึงอนาคต ย่อมนับได้เป็นศาสตร์หนึ่ง ของขบวนการซักซ้อมในจินตนาการ(Mental Rehearsal) (Rehearsal : practice performance: a session or series of sessions in which something that is to be done later, especially a public performance, is practiced)ซึ่งใกล้เคียงกับ ศาสตร์แขนงหนึ่งที่เรียกว่า Neuro-Linguistic Programming หรือ NLP ที่กล่าวถึง การโปรแกรมเป้าหมายด้วยจินตนาการ(15ปีข้างหน้า และ เมื่ออายุ 50ปี)

ซึ่งการจินตนาการถึงอนาคต จะก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ และก่อพลังในการทำงานให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างเต็มศักยภาพ

หากทุกท่านจะมีส่วนเขียนตามที่ท่านคณบดีเชิญชวน หรือหากจะมีความเห็นเพื่อสะท้อนภาพองค์กร ก็ต้องถือเป็นเรื่องน่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง ด้วยความขอบคุณครับ!

Sirikasem Sirilak,MD

May 4, 2008