บทที่ 3

วิธีดำเนินการ

การดำเนินการพัฒนาการนิเทศเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ ด้วยตนเอง ของครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ช่วงชั้นที่ 2 ครั้งนี้ ผู้รายงานในฐานะศึกษานิเทศก์ รับผิดชอบงานหลักในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ช่วงชั้นที่ 2 กลุ่มงานพัฒนาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานและกระบวนการเรียนรู้ กลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานี เขต 1 เป้าหมายของการนิเทศเพื่อส่งเสริมจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง ให้กับครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ช่วงชั้นที่ 2 ที่เป็นครูผู้สอนในศูนย์พัฒนา การเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ช่วงชั้นที่ 2 จำนวน 19 โรงเรียน 50 คน และผู้เรียนที่เรียนกับครูผู้สอนในศูนย์พัฒนาการเรียนรู้จำนวน 310 โดยได้เริ่มดำเนินการพัฒนา การนิเทศตามรูปแบบที่กำหนดในปีการศึกษา 2548 และสรุปผลในปีการศึกษา 2549 รวม 2 ปีการศึกษา การรายงานจึงได้เสนอถึงหลักการและกรอบแนวคิด วิธีการดำเนินงาน และ

ผลการดำเนินงานในแต่ละกิจกรรมตามรูปแบบการนิเทศที่ได้พัฒนาขึ้น ซึ่งมีองค์ประกอบหลัก ที่ใช้ในการรายงาน ดังนี้

1. รูปแบบการนิเทศการศึกษา

2. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

3. เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา

4. วิธีดำเนินการนิเทศ

5. การวิเคราะห์ข้อมูล

รูปแบบการนิเทศการศึกษา

รูปแบบการนิเทศการศึกษา คือ วิธีการนิเทศที่ผู้รายงานได้พัฒนาขึ้นให้เหมาะสม กับบริบทการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียนที่จัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง ช่วงชั้นที่ 2 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานี เขต 1 โดยใช้กระบวนการนิเทศ 5 ขั้นตอน เพื่อส่งเสริมให้ครูผู้สอนสามารถการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี โดยการประสานงานการนิเทศอย่างใกล้ชิดของศึกษานิเทศก์ประสานงาน ตามโครงสร้างการนิเทศ ประกอบด้วยกลยุทธ์การนิเทศ คือ กลยุทธ์ที่ 1 การอบรม และกลยุทธ์ที่ 2 การนิเทศติดตามผล

ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

การประเมินหรือตรวจสอบคุณภาพงาน มีดังนี้

1. ศึกษากลุ่มประชากร ประกอบด้วย ครูผู้สอนที่สมัครเป็นสมาชิกในศูนย์พัฒนา

การจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ และเทคโนโลยี ช่วงชั้นที่ 2 จำนวน 19 โรงเรียน 58 คน ผู้เรียนที่เรียนกับครูผู้สอน จำนวน 1,591 คน

2. กำหนดกลุ่มตัวอย่าง

2.1 ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ช่วงชั้นที่ 2 ในเขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานี เขต 1 ได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบเจาะจง ( Purposive Sampling) โดยใช้ตารางของ Krejcie และ Morgan (บุญชม ศรีสะอาด : 2538) จำนวน 19 โรงเรียน จำนวน 50 คน และนักเรียนที่เรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ และเทคโนโลยี จำนวน 310 คน

เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา

การพัฒนาการนิเทศ ได้มีการศึกษาหรือประเมินผลการปฏิบัติทุกขั้นตอน ดังนั้น

จึงมีการสร้างเครื่องมือเพื่อศึกษาเป็นพิเศษ ดังนี้

1. ชุดฝึกอบรมการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง กลุ่มสาระการเรียนรู้

การงานอาชีพและเทคโนโลยี ช่วงชั้นที่ 2

ชุดฝึกอบรมประกอบด้วยเนื้อหา 6 หน่วย แต่ละหน่วยมีรายละเอียด ดังนี้

หน่วยที่ 1 บทนำสู่หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี

เป็นการกล่าวนำถึงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ความสำคัญ ธรรมชาติ ลักษณะเฉพาะ วิสัยทัศน์ คุณภาพของผู้เรียน และกรอบความคิดของหลักสูตร กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี เพื่อให้ครูผู้สอนได้ตระหนักในหลักสูตรกลุ่ม สาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544

หน่วยที่ 2 การสร้างหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี

การสร้างหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี โดยครูผู้สอนจะต้องนำกรอบความคิดหลักสูตรมาวิเคราะห์กับสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ ตลอดจนคุณลักษณะที่ต้องการให้เกิดกับผู้เรียน ฝึกการจัดทำหน่วยการเรียนรู้จากมาตรฐานการเรียนรู้ เพื่อให้ครูผู้สอน ได้ตรวจสอบแนวความคิด ความรู้พื้นฐานเดิมของตนเอง และเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้เข้ารับการอบรมด้วยกัน หรือผู้เข้ารับการอบรมกับวิทยากร

หน่วยที่ 3 การจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง

เป็นการจัดสาระการเรียนรู้เกี่ยวกับ ทฤษฎีสร้างองค์ความรู้ (Theory of Constructivism) ทฤษฎี“ Constructionism” และการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง มีการฝึกกิจกรรมการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง โดยการนำหน่วยการเรียนรู้มาวิเคราะห์ให้ได้หน่วยการเรียนรู้ย่อยและสามารถออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้อย่างเป็นลำดับขั้นตอน เพื่อให้ครูผู้สอน ได้ปรับเปลี่ยนแนวความคิดในการจัดการเรียนรู้แนวใหม่ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนการสร้างองค์ความรู้ 5 ขั้นตอน ก่อนที่ครูผู้สอนจะนำไปเขียนเป็นแผนการจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

หน่วยที่ 4 การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้

เป็นการจัดสาระการเรียนรู้เกี่ยวกับองค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้ วิธีเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ในแต่ละองค์ประกอบ รูปแบบของแผนการจัดการเรียนรู้ และฝึกเขียนแผน การจัดการเรียนรู้

หน่วยที่ 5 การประเมินตามสภาพจริง

เป็นการจัดสาระการเรียนรู้เกี่ยวกับการวัดและประเมินผลตามสภาพจริงตามขอบข่ายในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีที่หลักสูตรกำหนด การสร้างเครื่องมือในการวัดและประเมินผลแบบต่างๆ แล้วทำกิจกรรมการออกแบบการวัดและประเมินผลในการจัดการเรียนรู้ในระดับชั้นเรียน

หน่วยที่ 6 การตรวจสอบและประเมินผลงาน

เป็นวิธีการตรวจสอบและประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ด้วยตนเอง เพื่อให้เกิด

ความเชื่อมั่นในการปฏิบัติและการนำไปใช้ การประเมินผลการจัดกิจกรมการเรียนรู้โดยการประเมินตนเอง และโดยผู้เรียนเป็นผู้ประเมิน เพื่อเป็นแนวทางในการนำไปสู่การพัฒนาการจัดกิจกรรม การเรียนรู้อย่างเป็นระบบต่อไป

การสร้างชุดฝึกอบรมการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง กลุ่มสาระ การเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ช่วงชั้นที่ 2 ได้ดำเนินการดังนี้

1. ศึกษาสภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง ของครูผู้สอน

กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ช่วงชั้นที่ 2 ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานี เขต 1

2. วิเคราะห์ปัญหา ความต้องการจำเป็นเพื่อกำหนดเป้าหมายและขั้นตอนการดำเนินงาน

การจัดทำชุดฝึกอบรมการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง ของครูผู้สอนกลุ่มสาระ การเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ช่วงชั้นที่ 2 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานี เขต 1

3. ศึกษาหลักการ ทฤษฎี งานวิจัย ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ความรู้มาใช้ในการสร้าง ชุดฝึกอบรมประกอบด้วย

3.1 หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544

3.2 กระบวนการจัดการเรียนรู้

3.3 คู่มือการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี

3.4 แนวทางการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี

3.5 สาระการเรียนรู้แกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี

3.6 การวัดและประเมินผล

3.7 เทคนิควิธีสอนแบบต่าง ๆ

3.8 ทฤษฎี หลักการ แนวคิดการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง

3.9 จิตวิทยาการเรียนรู้

3.10 ปรัชญาการศึกษา

3.11 การออกแบบการจัดการเรียนรู้ และการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้

3.12 วิจัยการศึกษาเบื้องต้น

หลังจากที่ได้ทำการศึกษาหลักการ ทฤษฎี งานวิจัย ที่เกี่ยวข้องแล้ว ได้สรุปและ

กำหนดกรอบแนวคิดที่จะนำไปพัฒนาชุดฝึกอบรมการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ช่วงชั้นที่ 2 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานี เขต 1 ดังแผนภูมิลำดับขั้นตอนในการจัดทำชุดฝึกอบรม ดังนี้

ลำดับขั้นตอนในการจัดทำชุดฝึกอบรม

แผนภาพที่ 4 แสดงขั้นตอนในการจัดทำชุดฝึกอบรมการจัดการเรียนรู้

แบบสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ช่วงชั้นที่ 2

4. ขอคำแนะนำจากผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญ

4.1 ขอคำปรึกษาจากผู้รู้และผู้เชี่ยวชาญในการผลิตชุดฝึกอบรม เพื่อให้ทราบแนวทาง

ในการจัดทำชุดฝึกอบรมตลอดจนเทคนิคในการจัดทำ การหาประสิทธิภาพ แนวทางในการพัฒนาชุดฝึกอบรม

4.2 ขอคำปรึกษา แนะนำ จากเพื่อนร่วมงาน ผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญ ในการนิเทศการศึกษา

การจัดการเรียนรู้

การหาประสิทธิภาพของชุดฝึกอบรม ได้ดำเนินการโดยการทดลองใช้กับ กลุ่มทดลองกลุ่มย่อยที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างจำนวน 3 กลุ่ม แบ่งเป็น 3 ขั้นตอนโดยแต่ละขั้นตอน ได้พบข้อบกพร่องต่าง ๆ และนำไปปรับปรุงแก้ไขจนได้ประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80 / 80 (รายละเอียดในภาคผนวก)

2. เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวมรวมข้อมูล

1. แบบสำรวจความต้องการรับการนิเทศ เรื่องการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ ด้วยตนเอง กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ช่วงชั้นที่ 2

2. แบบสอบถามการศึกษารูปแบบการนิเทศเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ช่วงชั้นที่ 2

3. แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการเรียนแบบสร้างองค์ความรู้

ด้วยตนเอง กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ช่วงชั้นที่ 2 ที่จัดการเรียนรู้ โดยครูผู้สอนที่ผ่านการอบรม

ลักษณะของเครื่องมือตามข้อ 2 และ 3 เป็นแบบสอบถามความพึงพอใจและความคิดเห็น แบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) โดยกำหนดระดับคุณภาพเป็น 5 ระดับ คือ 5, 4, 3, 2 และ 1 ตามลำดับสำหรับคำตอบ มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย และน้อยที่สุด ใช้เกณฑ์เฉลี่ย ในการแปลความหมายของค่าคะแนนเฉลี่ยดังนี้ (สำนักงานสภาสถาบันราชภัฏ, 2546 : 30-32)

ค่าเฉลี่ย ความหมาย

4.50 – 5.00 เหมาะสม/พอใจ มากที่สุด

3.50 – 4.49 เหมาะสม/พอใจ มาก

2.50 – 3.49 เหมาะสม/พอใจ ปานกลาง

1.50 – 2.49 เหมาะสม/พอใจ น้อย

1.00 – 1.49 เหมาะสม/พอใจ น้อยที่สุด

4. แบบทดสอบวัดความรู้ความเข้าใจของครูผู้สอนในการจัดการเรียนรู้

แบบสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองของครูกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี เป็นแบบทดสอบชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ 30 คะแนน ใช้เวลา 30 นาที โดยทดสอบความรู้ก่อนการดำเนินการและทดสอบหลังเสร็จสิ้นการดำเนินงาน

5. แบบทดสอบวัดความรู้ความเข้าใจ ท้ายหน่วยที่ 1 ถึงหน่วยที่ 6 เป็นแบบทดสอบ ชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 64 ข้อ

6. แบบประเมินแผนการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง ของครูผู้สอนกลุ่ม สาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี เป็นแบบประเมินแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) โดยกำหนดระดับคุณภาพเป็น 5 ระดับ คือ 5, 4, 3, 2 และ 1 ตามลำดับ สำหรับประเมินระดับคุณภาพของผลงานที่มีการปฏิบัติในระดับดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง และไม่ผ่านเกณฑ์ ใช้เกณฑ์เฉลี่ยในการแปลความหมายของค่าคะแนนเฉลี่ยดังนี้ (สำนักงานสภาสถาบันราชภัฏ, 2546 : 30-32)

ค่าเฉลี่ย ความหมาย

4.50 – 5.00 ปฏิบัติในระดับดีมาก

3.50 – 4.49 ปฏิบัติในระดับดี

2.50 – 3.49 ปฏิบัติในระดับพอใช้

1.50 – 2.49 ปฏิบัติในระดับควรปรับปรุง

1.00 – 1.49 ปฏิบัติในระดับไม่ผ่านเกณฑ์

ขั้นตอนในการสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้ดำเนินการ ดังนี้

1. ศึกษาชุดฝึกอบรม ตำรา เกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง

หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล

2. รวบรวมข้อมูลและข้อความรู้ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้ามาสร้างแบบทดสอบ

แบบสังเกตการจัดการเรียนรู้และแบบสอบถาม แล้วนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบและกลั่นกรองพิจารณาถึงความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา

3. นำแบบทดสอบสำหรับครูผู้สอนที่สร้างขึ้นจำนวน 36 ข้อ ไปหาความเที่ยงตรง เชิงเนื้อหา โดยใช้ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 ท่าน ( รายนามผู้เชี่ยวชาญในภาคผนวก) และได้คัดเลือกข้อทดสอบที่มีคุณภาพสำหรับครูผู้สอนจำนวน 30 ข้อ จากนั้นจึงนำแบบทดสอบสำหรับครูผู้สอน ไปทดลองใช้กับครูผู้สอน จำนวน 10 คน เพื่อหาค่าความยากง่าย หาค่าสัมประสิทธิ์ความเชื่อถือได้ ก่อนที่จะนำไปใช้กับกลุ่มตัวอย่าง ปรากฏว่ามีค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ( IOC) ของข้อสอบทั้งหมด 30 ข้อ มีค่าดัชนีความสอดคล้องที่ยอมรับได้ทุกข้อ โดยมีค่าตั้งแต่ 0.60 – 1.00 ค่าความยากง่าย ( p ) รายข้อ โดยทุกข้อ มีค่าความยากง่าย อยู่ระหว่าง 0.20 – 0.76 ( กรมวิชาการ, 2545 : 59 –61) และค่าอำนาจจำแนก ( r ) รายข้อ โดยทุกข้อ มีค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.20 – 0.57 (รายละเอียดในภาคผนวก )

4. นำแบบประเมินทักษะการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี มาวิเคราะห์ มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ เท่ากับ 0.87

5. นำแบบสอบถามความคิดเห็นของครูผู้สอนที่มีต่อการนิเทศเพื่อส่งเสริม การจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีมาวิเคราะห์ มีค่าความเชื่อมั่น ทั้งฉบับ เท่ากับ 0.98

6. นำแบบสอบถามความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ แบบสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีมาวิเคราะห์ มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ เท่ากับ 0.98

7. นำแบบทดสอบและแบบสอบถามที่ผ่านการปรับปรุงแก้ไข และหาคุณภาพแล้ว

ไปใช้ทดสอบกับกลุ่มตัวอย่างต่อไป

วิธีดำเนินการนิเทศ

การดำเนินการนิเทศจะประสบผลสำเร็จตามจุดมุ่งหมายและเป้าหมายได้จำเป็นจะต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบมีขั้นตอนต่อเนื่องกัน และมีวิธีการที่เหมาะสมกับบริบทของตนเอง ผู้รายงานจึงได้พัฒนาการนิเทศโดยมีกลยุทธ์การนิเทศ ดังนี้

กลยุทธ์ที่ 1 การอบรม ใช้กระบวนการนิเทศ 5 ขั้นตอน ดังนี้

1. การวางแผนการนิเทศ

2. การสร้างสื่อและเครื่องมือนิเทศ

3. การปฏิบัติกิจกรรมการนิเทศ

4. การประเมินผลและรายงานผลการนิเทศ

5. การเผยแพร่ และชื่นชมผลงานที่เกิดจากการนิเทศ

กลยุทธ์ที่ 2 การนิเทศติดตามผล ใช้กระบวนการนิเทศ 5 ขั้นตอน ดังนี้

1. การวางแผนการนิเทศ

2. การสร้างสื่อและเครื่องมือการนิเทศ

3. การปฏิบัติการนิเทศ

4. การประเมินผลและรายงานผลการนิเทศ

5. การเผยแพร่และชื่นชมผลงานที่เกิดจากการนิเทศ

กลยุทธ์ที่ 1 การอบรม ใช้กระบวนการนิเทศ 5 ขั้นตอน ดังนี้

1 วางแผนการนิเทศ

1.1 การสำรวจความต้องการรับการนิเทศของครูผู้รับการนิเทศ ปฏิบัติดังนี้

• ส่งแบบสำรวจความต้องการรับการนิเทศของครูผู้สอน เรื่องการพัฒนา

การจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง ของครูกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ช่วงชั้นที่ 2 เพื่อแจ้งให้ครูผู้สอนทุกคนทราบและตอบแบบสำรวจ

• รับแบบสำรวจคืนจากโรงเรียน ตรวจสอบความเรียบร้อย ถูกต้อง

นำมาวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อทราบจำนวนของครูผู้สอนที่สนใจและต้องการรับการนิเทศ

• ส่งใบสมัครเข้ารับการนิเทศเรื่องการพัฒนาแบบสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง

ของครูกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ช่วงชั้นที่ 2 ให้แก่ครูผู้สอนที่สนใจ และต้องการรับการนิเทศ

• รับครูผู้สอนที่สมัครใจยื่นใบสมัครเข้ารับการนิเทศเป็นกลุ่มเป้าหมาย

ของการนิเทศเข้าร่วมอบรม และคัดเลือกครูผู้สอนแบบเจาะจงจากกลุ่มเป้าหมาย ได้ครูผู้รับการนิเทศ จำนวน 50 คน สำหรับศึกษาการพัฒนาการนิเทศเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง ของครูกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ช่วงชั้นที่ 2

• แจ้งให้ครูผู้สอนที่รับการนิเทศทราบเพื่อเข้าร่วมอบรมตามกำหนด

1.2 กำหนดหลักสูตรการนิเทศ ดังนี้

เนื้อหา กิจกรรมการนิเทศ

1. การกำหนดขอบข่ายและเนื้อหาสาระของการนิเทศ

2. การกำหนดรายละเอียดของการนิเทศวางแผนที่ช่วยให้ผู้นิเทศและครูผู้สอนสามารถกำหนดบทบาทได้ชัดเจน

3. การกำหนดให้ใช้ห้องประชุมเฟื่องฟ้า สพท.อด. 1 เป็นสถานที่ ที่ใช้ในการจัดอบรม

4. การกำหนดให้ศึกษานิเทศก์ทำหน้าที่เป็นวิทยากรการอบรมและติดตามผลการนิเทศ

5. การจัดให้มีบุคลากรที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยปฏิบัติงาน ธุรการ เช่น ฝ่ายการเงิน ฝ่ายสถานที่ ฝ่ายอาหารว่างและเครื่องดื่ม เพื่อให้การนิเทศสะดวกและคล่องตัว - บรรยาย

- ศึกษาเอกสาร

- ชี้แจง

- ให้คำปรึกษาแนะนำเป็นรายบุคคล

- ฝึกปฏิบัติ

1.3 เตรียมการอบรม

แต่งตั้งวิทยากรสำหรับการอบรมและเจ้าหน้าที่จัดการอบรม มีหน้าที่รับผิดชอบปฏิบัติงาน ดังนี้

• วิทยากร มีหน้าที่จัดกิจกรรมการอบรมตามหลักสูตร

• เจ้าหน้าที่ฝ่ายรับรายงานตัว มีหน้าที่รับรายงานตัวและแจกเอกสาร

แก่ครูผู้เข้ารับการอบรม

• เจ้าหน้าที่บริการอาหารว่างและเครื่องดื่ม มีหน้าที่จัดเตรียมอาหารว่าง

และเครื่องดื่มสำหรับครูผู้เข้ารับการอบรม แขกผู้มีเกียรติและวิทยากร

• เจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจกรรมการอบรม มีหน้าที่จัดพิธีเปิด-ปิดการประชุม ดูแล

ให้การจัดกิจกรรมการอบรมเป็นไปตามตารางการอบรม

• เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดสถานที่อบรม มีหน้าที่จัดสถานที่ในห้องอบรม ได้แก่

โต๊ะ เก้าอี้ แผ่นป้ายชื่อการอบรมบนเวทีห้องอบรม เครื่องอำนวยความสะดวกในการจัดกิจกรรม การอบรม รวมทั้งสิ่งอื่นที่จำเป็น

• เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน มีหน้าที่เกี่ยวกับการทำรายละเอียดของบัญชีรายรับ

รายจ่ายที่ใช้ในการจัดอบรม

2. การสร้างสื่อและเครื่องมือนิเทศ

สื่อและเครื่องมือที่ใช้ในการนิเทศเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง มีขั้นตอนในการดำเนินงานดังนี้

• ศึกษาวัตถุประสงค์ของการนิเทศและหลักสูตรการการนิเทศ

• ศึกษาการดำเนินงานในแต่ละขั้นตอนของกระบวนการนิเทศ

• สื่อและเครื่องมือที่ใช้ในการจัดอบรมได้แก่ ชุดฝึกอบรมการจัดการเรียนรู้

แบบสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง

• ดำเนินการสร้างสื่อและเครื่องมือนิเทศ

3. การปฏิบัติการนิเทศ

การปฏิบัติการนิเทศ โดยการจัดอบรม และศึกษานิเทศก์ดำเนินการอบรม

4. การประเมินผลการนิเทศ

การประเมินผลการนิเทศเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง

กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ช่วงชั้นที่ 2 ดำเนินการดังนี้

• ศึกษาวัตถุประสงค์ของการศึกษาการพัฒนารูปแบบการนิเทศเพื่อส่งเสริม

การจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ช่วงชั้นที่ 2

• กำหนดเครื่องมือสำหรับการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อใช้ในการประเมินผล

การนิเทศ

• สร้างเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ตามรายละเอียดในหัวข้อการสร้าง

เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา

• วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล

นำเครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูลที่สร้างขึ้นไปเก็บรวบรวมข้อมูลจากครูผู้สอน และผู้เรียน โดยผู้รายงานได้ออกเก็บข้อมูลด้วยตนเอง

5. การเผยแพร่และชื่นชมผลงานที่เกิดจากการนิเทศ

จัดนิทรรศการเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในงานมหกรรมวิชาการประจำปี 2549

กลยุทธ์ที่ 2 การนิเทศติดตามผล ใช้กระบวนการนิเทศ 5 ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นที่ 1 วางแผนการนิเทศ โดยสำรวจความพร้อมรับการประเมินแผนการจัดการเรียนรู้

ของครูผู้สอน กำหนดตารางการนิเทศเป็นรายบุคคล ซึ่งมีศึกษานิเทศก์ที่รับผิดชอบจำนวน 3 ท่าน

คือนางกษมา ตราชู นางดุษิตา สมบัตินันท์ และนายมณเฑียร น้อยบุดดี

ขั้นที่ 2 สร้างสื่อและเครื่องมือการนิเทศ ได้แก่ แบบประเมินทักษะการเขียน

แผนการจัดการเรียนรู้ แบบสอบถามความพึงพอใจของครูผู้สอนที่มีต่อการนิเทศ และแบบสอบถามความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการเรียนรู้

ขั้นที่ 3 การปฏิบัติการนิเทศ โดยนิเทศเป็นรายบุคคล

ขั้นที่ 4 การประเมินผลและรายงานผลการนิเทศ โดยดำเนินการดังนี้

• ทดสอบวัดความรู้ของครูผู้สอนหลังการใช้ชุดฝึกอบรมการจัดการเรียนรู้

แบบสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง ของครูกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี

• ประเมินแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบประเมินการจัดการเรียนรู้

แบบสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี

• รวบรวมผลการสอบวัดความรู้ของผู้เรียนก่อนและหลังการเรียนรู้

แบบสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ช่วงชั้นที่ 2

• นำผลการทดสอบวัดความรู้ของครูผู้สอนและผู้เรียนมาวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย

และทดสอบความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยก่อนและหลังการใช้ชุดฝึกอบรม

• นำผลการดำเนินงานการพัฒนาการนิเทศเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้

แบบสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ช่วงชั้นที่ 2

มาสรุปรายงานเพื่อแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ

ขั้นที่ 5 การเผยแพร่และชื่นชมผลงานที่เกิดจากการนิเทศ

เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการนิเทศ ได้กำหนดแนวทางในการดำเนินงานไว้ดังนี้

1. จัดนิทรรศการนำเสนอผลงานที่เกิดจากการนิเทศเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ช่วงชั้นที่ 2

เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเผยแพร่ผลงาน

2. มอบวุฒิบัตร รางวัลแห่งความสำเร็จและความภาคภูมิใจ ให้แก่

ครูผู้รับการนิเทศที่สามารถพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ช่วงชั้นที่ 2 ได้สำเร็จ

การวิเคราะห์ข้อมูล

1. แบบทดสอบวัดความรู้ เรื่อง การจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง

ของครูผู้สอน โดยนำคะแนนก่อนการใช้ชุดฝึกอบรม คะแนนระหว่างการใช้ชุดฝึกอบรม และคะแนนหลังการใช้ชุดฝึกอบรม มาคำนวณหาค่าประสิทธิภาพของชุดฝึกอบรม ตามเกณฑ์คุณภาพ ที่กำหนดไว้ 80/80 พร้อมทั้งหาค่าดัชนีประสิทธิผล และใช้สถิติทดสอบค่า t ( Paired – Samples Test ) มีนัยสำคัญที่ระดับ 0.01 โดยใช้โปรแกรม SPSS for Windows

2. คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน ได้แก่คะแนนด้านความรู้ คะแนนด้านกระบวนการทำงาน และคะแนนค่านิยมที่พึงประสงค์ หลังการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ ด้วยตนเอง โดยใช้สถิติทดสอบค่า t ( Paired – Samples Test ) มีนัยสำคัญที่ระดับ 0.01 โดยใช้โปรแกรม SPSS for Windows

3 แบบประเมินทักษะการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง ชนิดมาตราส่วนประมาณค่า ( Rating Scale) ได้นำมาวิเคราะห์ค่าสถิติโดยใช้โปรแกรม SPSS for Windows

4 แบบสอบถามชนิดมาตราส่วนประมาณค่า ( Rating Scale) ได้นำมาวิเคราะห์ค่าสถิติ โดยใช้โปรแกรม SPSS for Windows

รูปแบบการทดลอง

ทดลองใช้ชุดฝึกอบรมที่ได้พัฒนาขึ้นแล้วไปทดลองใช้เพื่อการพัฒนา โดยใช้รูปแบบการทดลองแบบกลุ่มทดลองกลุ่มเดียว มีการวัดผลก่อนและหลังทดลอง (The single group Pretest – Posttest design) ( ประวิต เอราวรรณ์. 2545 : 55 ) ซึ่งมีรูปแบบ ดังนี้

X การทดลองใช้ชุดฝึกอบรม

T 1 การวัดผลก่อนการทดลองใช้ชุดฝึกอบรม (วัดผลครั้งที่ 1 )

T 2 การวัดผลหลังการใช้ชุดฝึกอบรม (วัดผลครั้งที่ 2 )

วิธีการในการทดลอง โดยการเลือกกลุ่มตัวอย่างกลุ่มเดียวก่อนการทดลองใช้ชุดฝึกอบรม ทำการสอบวัดตัวแปรตามของการทดลองด้วยเครื่องมือวัดที่มีคุณภาพ จากนั้นทำการทดสอบซ้ำด้วยเครื่องมือชุดเดิมแล้วนำผลการวัดก่อนและหลังการทดลองเปรียบเทียบกัน โดยใช้สถิติทดสอบค่า t ( Paired – Samples Test ) มีขั้นตอนดังนี้

1. ทดลองใช้กับกลุ่มย่อยที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง แล้วนำผลการทดลองไปปรับปรุงแก้ไข ดังนี้

• ปรับปรุงเรื่องระยะเวลาในการนิเทศติดตามผลการดำเนินงาน แก้ไขกิจกรรม

ในชุดฝึกอบรมปรับปรุงแบบประเมินผลการนิเทศ เพิ่มกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เมื่อปรับปรุงแก้ไขแล้วจึงนำไปทดลองใช้กับกลุ่มย่อยที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างที่เป็นกลุ่มใหม่จนกระทั่งได้ผลการทดลองที่มีประสิทธิภาพของชุดฝึกอบรมเป็น 80 / 80

• ในการทดลองหาประสิทธิภาพของชุดฝึกอบรมตามรูปแบบการนิเทศเพื่อส่งเสริม

การจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง ได้อาศัยหลักเกณฑ์โดยการประเมินพฤติกรรม ของครูผู้สอนเป็น 2 ประเภท คือ

1.พฤติกรรมต่อเนื่อง (กระบวนการ) โดยกำหนดค่าประสิทธิภาพเป็น E1

(ประสิทธิภาพของกระบวนการ)

2. พฤติกรรมขั้นสุดท้าย (ผลลัพธ์) โดยกำหนดค่าประสิทธิภาพเป็น E2

(ประสิทธิภาพของผลลัพธ์)

ผลการทดลองหาค่าประสิทธิภาพของชุดฝึกอบรมการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ช่วงชั้นที่ 2 ได้ประสิทธิภาพเป็น 80.12 / 82.00 และมีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.70 (รายละเอียดในภาคผนวก)

สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

1. สถิติพื้นฐาน ได้แก่

1.1 ร้อยละ (Percentage)

1.2 ค่าเฉลี่ย (Mean)

1.3 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)

โดยใช้สูตรดังนี้ (ธานินทร์ ศิลป์จารุ. 2550 : 167)

S.D. =

S.D. แทน ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

แทน ผลรวม

แทน ค่าเฉลี่ยของคะแนนผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด

X แทน คะแนนของผู้ตอบแบบสอบถามแต่ละคน

n แทน จำนวนผู้ตอบแบบสอบถาม

2. สถิติที่ใช้ในการหาคุณภาพเครื่องมือ

2.1 ค่า IOC โดยใช้สูตร (พิสณุ ฟองศรี. 2550 : 179)

n

เมื่อ IOC แทน ค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา

แทน ผลรวมคะแนนของผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด

n แทน จำนวนผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด

2.2 ค่าความยาก (p) มีสูตรดังนี้ (พิสณุ ฟองศรี. 2550 : 179)

ค่าความยาก (p) =

2.3 ค่าอำนาจจำแนก (r) มีสูตรดังนี้ (พิสณุ ฟองศรี. 2550 : 179)

ค่าอำนาจจำแนก (r) =

2.4 ค่าประสิทธิภาพของชุดฝึกอบรม มีสูตรดังนี้ (กรมวิชาการ. 2545 : 57-58)

เมื่อ E1 แทน ประสิทธิภาพของกระบวนการ

N แทน จำนวนกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาชุดฝึกอบรม

A แทน คะแนนเต็มจากการวัดระหว่างเรียน

เมื่อ E2 แทน ประสิทธิภาพของผลลัพธ์

ได้จากคะแนนเฉลี่ยของการทำแบบทดสอบ

หลังเรียนของผู้เรียนทั้งหมด

N แทน จำนวนผู้เรียน

B แทน คะแนนเต็มของการสอบหลังเรียน

2.5 ค่าดัชนีประสิทธิผล (Effectiveness Index) โดยใช้คะแนนของกลุ่ม ซึ่งเป็นวิธีการของ (Webb) ใช้สูตรดังนี้ (กรมวิชาการ. 2545 : 83)

ดัชนีประสิทธิผล = ผลรวมของคะแนนหลังเรียน – ผลรวมของคะแนนก่อนเรียน

(จำนวนนักเรียน×คะแนนเต็ม) – ผลรวมของคะแนนก่อนเรียน

3. สถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมุติฐาน

3.1 ใช้สถิติทดสอบความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยก่อนการฝึกอบรม

และหลังการอบรมของครูผู้สอน โดยใช้สถิติทดสอบค่า t ( Paired – Samples Test )

(ธานินทร์ ศิลป์จารุ. 2550 : 179)

เมื่อ t แทนความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนและหลังเรียน

แทน ผลต่างระหว่างข้อมูลแต่ละคู่

แทน ผลรวมทั้งหมดของผลต่างระหว่างข้อมูลแต่ละคู่

แทน ผลรวมทั้งหมดของผลต่างระหว่างข้อมูลแต่ละคู่ยกกำลังสอง

แทน จำนวนกลุ่มตัวอย่างหรือจำนวนคู่

3.2 ใช้สถิติทดสอบความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนของผู้เรียนและหลัง

การเรียนรู้ ที่จัดการเรียนรู้โดยครูที่ใช้ชุดฝึกอบรมการพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ช่วงชั้นที่ 2 โดยใช้สถิติทดสอบค่า t ( Paired – Samples Test ) มีสูตรดังนี้ (ธานินทร์ ศิลป์จารุ. 2550 : 179)

เมื่อ t แทนความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนและหลังเรียน

แทน ผลต่างระหว่างข้อมูลแต่ละคู่