พี่หนึ่งครับ
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดจากความกวนของผมเองครับ กวนใจนะครับพี่ เห็ฯเรื่องแบบนี้แล้วมันขวางทันที
ผมส่งลงไปตีพิมพ์ในหนังสือข่าวคณะแพทย์แล้ว
ตอนนี้ลงบทความเกือบทุกเดือน ส่วนมากเป็นเรื่องกวนๆ กวนมาก กวนน้อย (ส่วนมากกวนพอประมาณ)
ก่อนไปสิงคโปร์ ได้ลงบทความสะเทือนตึก นั่นก็คือ เรื่องปิดลิฟต์รอผู้หลักผู้ใหญ่มาขึ้น พอดีหาต้นฉบับไม่ได้ ไม่งั้นได้เอามาลงให้อ่านกันแล้ว
ช่วงหนึ่ง ที่ม.อ.มีผู้ป่วย VIP มานอนเนื่องจากเหตุการณ์ไม่สงบในภาคใต้ ซึ้งก็ปรากฏว่าคนใหญ่คนโต ประเภท รัฐมนตรี นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ คุณหญิง เมียอดีตนายก มาเยี่ยมบ่อยมาก ซึ่งโรงพยาบาลก็จะปิดลิฟต์รอ ประเภทที่ว่า รอกันจนคนอื่นไม่ต้องขึ้นมันแล้วลิฟต์นี้ ธนพันธ์ก็เลยเขียนเหน็บผ่านข่าวคณะแพทย์ เจ็บไปถึงกึ๋นเลยครับ
ผอ.ก็เลยโทรฯมาคุยว่าไม่ได้เป็นคนสั่งปิดลิฟต์ และต่อไป ใครจะปิดลิฟต์รอใคร ก็ต้องขออนุญาตท่านก่อน
แต่นั่นแหละ เดี๋ยวนี้ เมื่อใครจะมา ก็ยังปิดลิฟต์อยู่ร่ำไป ดูเหมือนกับว่า ลิฟต์นี้ สร้างขึ้นมาเพื่อผู้หลักผู้ใหญ่โดยเฉพาะ ชาวบ้านอย่าไปขึ้นมันเลย เดี๋ยวกลิ่นสาบติดผนังลิฟต์
มีอยู่ครั้งหนึ่ง อาจารย์หมอพรทิพย์ท่านจะมา ก็ยังต้องปิดลิฟต์รอท่าน (อันนี้ ผมเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่า ท่านคงไม่ยอมให้ใครมาปิดลิฟต์รอท่านแน่ๆ) แต่มันช่างปิดนานเหลือเกิน นานจนผมต้องโทรไปหาคนสั่งปิด เพื่อถามว่า นี่เล่นรอกันตั้งแต่อาจารย์คุณหญิงอยู่ที่ดอนเมืองเลยเหรอพี่ (ปากผมนี่ ช่างหมานจริงๆเลยไหมพี่)
ผมสรุปได้ว่า ประเทศไทยนี้ มีคนเฉกเช่นบัวครับ
บัวมี 4 เหล่าอย่างไร คนในประเทศไทยก็เป็นเยี่ยงนั้นแหละครับพี่
เข้าใจที่ผมกำลังสื่อไหม