ในฐานะข้าราชการคนหนึ่ง เห็นด้วยกับระบบจ่ายตรง(หากได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพจริงๆ) แต่จากประสบการณ์การไปรับบริการโดยใช้ระบบจ่ายตรง จึงขออนุญาตแสดงความคิดเห็น ที่น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับข้าราชการที่คิดจะสมัครทำระบบจ่ายตรงที่คลินิกทันตกรรมพิเศษ ซึ่งผมต้องการที่จะอุดฟัน และถอนฟันคุด มีรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง กับระบบการดำเนินการ ขั้นตอนการบริการมีดังนี้

1.ยื่นบัตรรอเรียกเพื่อซักถามและรับแฟ้มประวัติ (ประมาณ30 นาที)2.รับแฟ้มประวัติการรักษาแล้วเดินไปที่ตึกฝั่งตรงข้ามหลังจากได้รับแฟ้มประวัติ นั่งรอเพื่อวินิจฉัยโรค (ประมาณเกือบ 1 ชั่วโมง)

3.เมื่อหมอวินิจฉัยแล้วอาจส่งให้ไปเอกซเรย์ฟันต่อที่ตึกเดิม

4.นัดวันรักษาประมาณ 2อาทิตย์เป็นต้นไป

จะเห็นได้ว่านี่คือรูปแบบการรักษาของผู้ที่สมัครในระบบจ่ายตรง ครั้งที่ผ่านมาผมจึงตัดสินใจไม่ไปตามนัดเพราะเหมือนว่า เป็นการเลือกปฏิบัติ เป็นอีกชนชั้นหนึ่งที่ ได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียมกันกับการรักษาที่ผู้รักษาชำระเงินทันที ซึ่งจะได้รับการรักษาก่อน ดังนั้นขอแนะนำว่า หากจะไปรักษาควรนำเงินไปจ่ายก่อนแล้วค่อยนำใบเสร็จไปเบิกเอาทีหลังดีกว่าครับ จะได้ไม่เสียความรู้สึกเปล่าๆ

ในครั้งนี้ ผมตัดสินใจมาอุดฟันอีกครั้ง คือวันที่ 21 เมษายน 2551 ปรากฏว่าต้องนัดให้มาประมาณวันที่ 2 พ.ค. 2551 เป็นต้นไปด้วยเหตุผลที่ผมคิดไว้ในใจแล้ว ผมจึงได้บ่นเล็กน้อย แต่หากรอต่อไปฟันคงหลุดจากปากหมดแน่ๆ จึงขอให้เจ้าหน้าที่นัดเวลารักษาในช่วงนอกเวลา 18.00 น. โดยต้องชำระเงินด้วยตนเองก่อน จึงขอแนะนำผู้มีสิทธิทุกท่านว่าควรใช้วิธีนี้ดีกว่าครับ คราวหน้าต่อไปผมก็คงไม่ใช้ระบบจ่ายตรงอีกต่อไปแล้วครับ และจะบอกต่อกับทุกๆคนถึงปัญหาของระบบจ่ายตรง หากไม่ดีหรือพัฒนาไม่ได้มีปัญหา อุปสรรคมากมาย ก็ยกเลิกไปซะจะดีกว่าครับสบายใจทั้งโรงพยาบาลและตัวผู้รักษาด้วย

ทิ้งท้ายไว้นะครับว่า การเป็นข้าราชการ แม้เงินเดือนจะน้อยสู้เอกชนไม่ได้ แต่มีข้อดีอย่างคือ การได้รับสวัสดิการและการรักษาพยาบาลฟรี แต่ตอนนี้ผมชักไม่แน่ใจแล้วครับ ต่อไปอาจจะไปสอนตามม.เอกชนน่าจะดีกว่า หากระบบสวัสดิการแย่เช่นนี้ เวลาเจ็บป่วยก็ไม่ต้องกังวลใจอีกเพราะสามารถซื้อบริการทางการแพทย์ได้.....