เกร็ดเกี่ยวกับการเสียดินแดน ครั้งที่ ๑๔ คือเขาพระวิหาร เสียให้กับเขมรเมื่อ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๐๕ พื้นที่ ๒ ตร.กม. ในสมัย ร.๙ ตามคำพิพากษาของศาลโลก ให้เขาพระวิหารตกเป็นของเขมร เนื่องมาจากหลักฐานสำคัญของเขมร ในสมัยที่เป็นของฝรั่งเศส เมื่อรู้ว่ากรมพระยาดำรงราชานุภาพจะเสด็จเขาพระวิหาร จึงไปก่อนแล้วชักธงชาติฝรั่งเศสรับเสด็จ ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน นำมาใช้เป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงต่อศาลโลก จริงเท็จแค่ไหนไม่ทราบ ไม่รับรองครับ แต่ที่น่ากลัวกว่าก็คือระวังครั้งที่ ๑๕ นะครับ ไม่เสียดินแดนแต่เสียมากกว่านั้น เสียความเป็นไทย เพราะดูสถานการณ์ ทั้งการเมืองเศรษฐกิจและสังคม เยาวชนเราหลงไหลตะวันตกมาก ผมคิดคำนึงผ่านบทกลอนไว้ดังนี้

มิใช่ขุดเรื่องเก่าให้ร้าวฉาน

เรื่องที่ผ่านประวัติศาสตร์มิอาจหวน

แต่อยากให้คนไทยได้ทบทวน

เพื่อชักชวนให้ตระหนักรักแผ่นดิน

ในอดีตที่เขาทำซ้ำข่มขี่

แต่วันนี้ใช่การรบจะจบสิ้น

เปลี่ยนจากการรุกไล่ได้แผ่นดิน

แต่โกยสินทรัพย์กำไรกลับไปแทน

ใช้สื่อเป็นอาวุธสุดแสนง่าย

เร่งขยายฐานรุกบุกตามแผน

ห้างสรรพสินค้าโตใหญ่เต็มไทยแลนด์

คนเดินแน่นเต็มห้างสร้างกำไร

ทั้งดนตรีกีฬาเสื้อผ้าผม

แทรกให้ชมโฆษณามีมาใหม่

ค่อยซึมซับรับทุกทางอย่างเต็มใจ

ไม่ต้องใช้รบรุกบุกยึดครอง

ภาพยนตร์แฝงเนื้อหาพาตอกย้ำ

ฉายซ้ำซ้ำให้ชมชอบตอบสนอง

ทั้งเครื่องดื่มอาหารน่าทานลอง

แทรกเรื่องของภาษาประเพณี

ชื่อเด็กไทย ไก่ ปลา หาได้ยาก

เปลี่ยนเป็นมาร์คมิ้งแม็กแจ๊คปาล์มมี่

ผมสีทองผิวสีแทนแสนเท่ดี

ลืมสิ่งที่เป็นไทยไร้ค่าจัง

มิใช่จะฟื้นฝอยหาตะเข็บ

แต่เมื่อเจ็บก็ต้องจำนำบางสิ่ง

มาปรับปรุงแก้ไขใช้ได้จริง

อย่าลืมสิ่งดีงามความเป็นไทย

สมเจตน์ เมฆพายัพ

แต่งไว้เมื่อ ๕ มีนาคม ๒๕๕๑