สวัสดีครับ ดร. ดิศกุล เกษมสวัสดิ์ , ครูเอ, พี่หน่อย ดอกแก้ว , paula wara, bangsai

เรื่องแบบนี้ เวลาเอามานั่งทบทวนและเขียนนั้น สามารถสร้างความรู้สึกตื่นเต้นเร้าใจได้เสมอครับ แต่ในขณะที่กำลังทำงานนั้น บางครั้งใจเต้นแรงกว่าเขียนมากเลยครับ กลัวเขาตาย กลัวเขาสูญเสียอวัยวะ

ผ่านมาได้ก็หายใจได้โล่งครับ

สถานการณ์ในปัจจุบัน หมอที่ทำงานในโรงพยาบาลใหญ่ๆประสบปัญหามากมาย และต่างจากโรงพยาบาลเล็กๆ

คนที่ทำงานในโรงพยาบาลเล็ก มีความไม่พร้อม ขาดไปเสียทุกอย่าง หมอก็ไม่พอ ดังนั้นเมื่อมีปัญหาก็ต้องรีบส่งต่อ ยิ่งเมื่อปีก่อน มีหมอถูกศาลสั่งจำคุกด้วยเรื่องช่วยคนไข้ จนคนไข้ตาย ตั้งแต่นั้นมา โรงพยาบาลเล็กๆก็ไม่กล้ารักษาคนไข้เหมือนแต่ก่อนเลยครับ

ส่วนในโรงพยาบาลใหญ่ๆก็รับผู้ป่วยมากขึ้นจริงๆ มองไปก็คิดว่าดี เพราะคนไข้จะได้พบหมอเฉพาะทาง แต่นั่นแหละ เมื่อคนไข้มากขึ้น การบริการก็ขาดตกบกพร่องไปด้วย บางโรค คนไข้ต้องมารอคิวตรวจ คิวผ่าตัดนานหลายเดือนเลย อันนี้ก็น่าเห็นใจทั้งคนไข้ทั้งหมอครับ ยกตัวอย่างเรื่องการขูดมดลูกแบบธรรมดา เมื่อก่อน หมอที่ไหนก็ทำได้ แต่ปัจจุบัน ส่งเข้าโรงพยาบาาลจังหวัดหมด คนไข้ที่เป็นมะเร็งโพรงมดลูกนั้น กว่าจะได้รับการวินิจฉัยก็ล่าช้าไปอย่างน่าเสียดาย เหตุเพราะว่า โรงพยาบาลเล็กๆไม่มีหมอดมยา เขาไม่กล้าฉีดยาให้คนไข้ครับ ลองหลับตานึกดูนะครับว่า ประเทศไทยอันเป็นที่รักของเรานี้ มีหมอดมยากี่คนกัน