สวัสดีครับอาจารย์ธเนศ ข้อคิดในหนังเรื่องอิมซังอ๊กมีมากจริงๆครับ ผมได้มาดูจริงจังตอนช่วงท้ายๆ ในช่วงที่พูดถึงเรื่องกระถาง บังเอิญได้ดูพอดี และเป็นข้อคิดที่ดีคิดว่าจำได้ (ถ้าจำพลาดก็ทักท้วงได้นะครับ)เรื่องก็คือ.....หัวหน้าโจรกบฎ (หรือเลขาของตัวเอง)มาขอคำตอบว่าตกลงใจจะร่วมกับกบฎหรือไม่ อิมซังอ๊กได้เปิดซองที่อาจารย์ให้ไว้ดูเมื่อถึงคราวคับขับ พบคำว่ากระถาง อิมซังอ๊ก ตีความไม่ออกว่ากระถางหมายถึงอะไร จึงได้ไปถามผู้ตรวจการ ผู้ตรวจการและแม่บ้านได้ให้ความเห็นว่า กระถาง หมายถึงพระราชา และอีกความหมายหนึง กระถาง(ทั้งของเกาหลีและของจีน)จะมีขนาดใหญ่ มีสามขา อิมซังอ๊กจึงตีความออกว่า กระถาง สามขา ประกอบด้วย ขาด้านอำนาจ ขาด้านการเงิน และขาด้านบารมี เมื่อขาใดขาหนึ่งเกิดละโมบอยากได้ส่วนของขาอื่น กระถางทั้งสามขาก็จะเสียสมดุลย์ ตั้งอยู่ไม่ได้ (ถึงตอนนี้อยากให้นักการเมืองไทยได้ดูจังไม่รู้เป็นไง) อิมซังอ๊กจึงเตรียมกระถางสามขาขนาดย่อมไว้ และเลื่อยที่ขาทั้งสามเกือบขาด ตั้งไว้ข้างตัว เมื่อหัวหน้ากบฎมาถึง สอบถามการตัดสินใจ อิมซังอ๊ก จึงบอกว่าคำตอบอยู่ที่กระถาง หัวหน้ากบฎจึงจับกระถางที่ขาด้วยมือ ข้างละขา ยกขึ้นอย่างงงๆ แต่ขากระถางถูกเลื่อยไว้รับน้ำหนักตัวกระถางไม่ได้ก็เลยหักหล่นลงมา อิมซังอ๊ก จึงบอกว่าตัวเขาก็คือขาเงินตรา ถ้าละโมบอยากได้ขาอำนาจ กระถางก็ไม่สมดุลย์ จะร่วงลงมาอย่างที่เห็น นี่คือจุดยืนที่ดำเนินมาตลอดชีวิต......ในส่วนนี้ก็ขออนุญาตเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จของอิมซังอ๊กก็คือการรักษาจุดยืนของตัวเองไว้อย่างมั่นคง ไม่ว่าสถานการณ์จะบีบคั้นเพียงใด ก็ไม่หวั่นไหว .....
ยังระลึกถึงอาจารย์เสมอ ดูแลสุขภาพด้วยครับ
คนระยอง