ลุงหนานครับ

สังคมไทยภูมิภาคบ๋าเดี่ยวนี้ มันเป๋นจาใดหา ละอ่อนกู๊ภาค บ่ยอมอู้ภาษาถิ่น ที่อีสานก๋อเหมือนกัน ละอ่อน บักหำอีนางทั้งหลาย พอเข้าเมืองพูดไทยหมด บ่ยอมเว้าลาว ทั้งๆที่คำลาวแซบเป๋นต๋าหน่าย เหมือนคำเมือง มีบางคำฟังแล้วบ่สามารถแปลเป็นไทยที่สละสลวย เช่นอาหารนี่นัวเนาะ โอ๊ยมันยิ่งกว่าแซบที่แปลว่าอร่อย อย่างนี่เป็นต้น คนใต้ก๋อเหมือนกั๋น สองอาติตย์ก่อน ผมไปกับครอบครัวไปเยี่ยมญาติที่ภาคใต้ แวะกิ๋นอาหารทะเลที่บ้านพุมเรียง ( ถิ่นกำเนิดมหาบุรุษโลก พุทธทาสภิกขุ) แม่บ้านผมแหลงใต้กับเด็กน้อยไข่นุ้ยเสริฟอาหาร เพราะนานๆเธอถึงมีโอกาสแหลงที ที่บ้านผมมันสหภาษาครับ พ่อเมือง แม่ใต้ ลูกสองคนมันยืนยันว่ามันเป็นลาวขอนแก่น ( กลับบ้านทางเหนือเล่นกับน้องๆพี่ โมโหมา อุทานเป็นภาษาลาวทุกที แทนที่เพื่อนๆที่เล่นจะโกรธ หัวเราะกันลั่นทุกที )ไอ้ไข่นุ้ย ที่หน้าตามันก็คนใต้ ก็ยังดันพูดภาษากรุงเทพด้วยสำเนียงทองแดง ชัดถ้อยชัดคำ นี่ อีก สองชั่วคน ภาษาถิ่นมันบ่อหายหมดกา คนเมืองเฮาก็เตอะ ตี่อู้ทุกวันมันเป็นศัพท์ภาคกลางแต่มาใส่วรรณยุกต์ตรีเอา ใช่ใหมครับ มีละอ่อนรุ่นใหม่กี่คนที่ฮู้ความหมาย หัวเหลนกัน ต้าวเปียะขี้เปอะหมด ฯลฯ นี่ผมก็กำลังยุคนอีสานหื้อช่วยกันเปลี่ยนชื่อเดิมที่คนภาคกลางตั้งไว้ เช่นแม่น้ำชี มันไม่ใช่มันเป๋นแม่น้ำซี ซีที่แปลว่าแทง ทะลุ ดั้น ด้น อำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น มันก๋อบ่อแม่น บ่อแม่นอำเภอบ้านนอก แต่มันอำเภอชลบท ที่แปลว่าเดินไปทางน้ำ คือเขามีน้ำหลายนะครับ ผมไม่ได้แอนตี้ไทยกรุงเทพ ฮู้อยู่ว่าเป็นราชอาณาจักรเดียวกันที่ใครแบ่งแยกไม่ได้ แต่ผมว่าภาษาคือรากเหง้าแห่งวัฒนธรรมแห่งความเป็นชาติไทยครับ แม่นก่อลุงหนาน