สวัสดีค่ะพี่อ๋อ

เรื่องนี้มันทำให้น่าคิดมากค่ะ เราสั่งยาได้ ไม่มีใครบ่น เพราะมันเป็น"ยา" แต่ว่าถ้าสั่งให้ช่วยคนไข้ดูแลรักษาความสะอาดช่องปากเพื่อลดจำนวนเชื้อโรคในปากกลับไม่ค่อยได้ (นี่คือปัญหาที่นี่นะคะ) มันแสดงให้เห็นถึง การให้ความสำคัญและความเข้าใจเรื่องสุขภาพช่องปากได้ดีทีเดียว

สถานการณ์ที่นี่นะคะ: aides ที่นี่งานหนักค่ะ 1 คนดูแลคนไข้ 8-10 คน เช้ามาต้องปลุก เช็ดตัว หวีผม แต่งตัว อุ้มมั่งยกมั่งจูงมั่งให้ทุกคนมาพร้อมกันทานข้าวให้ทัน 8 โมงเช้า ถ้าคนไข้ไม่ขัดขืนก็จะแปรงฟันได้ง่าย แต่คนไข้หลายคน โดยเฉพาะคนไข้ stroke คนไข้ dementia คนไข้ depression มากๆ ก็ดูแลลำบาก จะแปรงฟันทีต้องใช้เวลามากกว่า 3-5 นาที

ก็น่าเห็นใจ แต่ก็น่าคิดว่า ทำไมช่องอื่นล้างได้ แต่ช่องปากนี่ยากเหลือเกินสำหรับ aide (เพราะช่องอื่นเข้าถึงง่าย? พลิกตัวแล้วเช็ดๆจบ)

ส่วนตอนก่อนคนไข้นอนนั้นบรรยากาศไม่เร่งรีบเหมือนตอนเช้า แต่ว่ากะนี้ aide จะน้อยคนกว่ากลางวัน RN ก็มีแค่คนเดียวต่อ ward ก็เลยงานหนักเหมือนเดิมมีข้ออ้างแปรงไม่ทันอีก

แต่ถ้าว่ากันไปแล้ว ถ้าเรายอมรับได้ว่า ขอให้แปรงเถอะ กี่โมงก็ได้ไม่ต้องตอนเช้าหรือก่อนนอนก็ได้ ช่วงหลังอาหารเที่ยงนี่ไม่ยุ่งเลยค่ะ เห็น aide นั่งคุยนั่งพักกันประจำ แต่คนไข้ก็ไม่มีใครแปรงฟันให้อยู่ดี หรือเพราะวงการหมอฟันเองไม่ปรับให้เข้ากับตารางเวลาของรพ./บ้านพักคนชรา หรือว่าบอกไปก็ไม่ทำอยู่ดี เพราะไม่เห็นความสำคัญ? แต่ละรพ.ก็มีสาเหตุต่างกันไปค่ะ

มัทไม่เคยเขียนสั่งให้ aide แปรงฟันใน Doctor's order เลย ยกเว้นกรณีที่มีปัญหาซับซ้อนต้องทำอะไรมากกว่าแค่แปรงฟันธรรมดาเช่นใน palliative care ที่กำลังเจ็บมากๆจากปัญหาในช่องปาก หรือกรณี คนไข้ excessive drooling คนไข้ dysphagia หรือคนไข้ปากแห้งแบบรุนแรง ก็เขียนสั่งยาบ้วนปากหรือยาทาไปแล้วพ่วงเสริมการดูแลความสะอาดช่องปากประจำวันไปด้วยให้เนียนๆ

เวลาเขียน order ก็เขียนเป็น tip เป็น trick บอกเคล็ดลับว่าทำยังไงถึงจะง่ายขึ้น คือไม่ได้สั่งอย่างเดียวแต่บอกทางออกให้เค้าด้วย แล้วก็คุย F2F ด้วยอย่างน้อยก็กับ หัวหน้าพยาบาล หรือ RN คนอื่นบน ward

ยังไม่เคยมีปัญหานะคะ แต่หมอรุ่นพี่ท่านหนึ่งเคยโดน aide มากระแนะหระแหนที่เขียน order!

(เพราะเมื่อเราเขียน order แล้ว เค้าจะต้องทำ เพราะ RN จะตรวจแล้วเค้าต้องเซ็นชื่อใน flow sheet ประจำวันด้วยว่าได้ทำงานสำเร็จแล้ววันละกี่ครั้งๆก็ว่ากันไป)

ในงานผู้สูงอายุนั้น ต้องร่วมมือกับสาขาวิชาชีพอื่นๆ"อย่างแรง"ค่ะ

สำคัญมากๆ เรื่องนี้อยู่ที่บุคลิก ความนอบน้อมด้วย ต้องเรียนรู้กันต่อไปอย่างที่พี่อ๋อบอกค่ะ แต่มัทมีความหวังกับวัฒนธรรมบ้านเรา เพราะยังไงซะผู้สูงอายุคือผู้สูงอายุ เป็นที่เคารพ น่าจะทำให้อะไรง่ายขึ้นเพราะมีทานเป็นศูนย์กลาง เราทำงานก็เพื่อนท่าน ไม่ว่า"เรา"จะมาจากสาขาวิชาชีพใดก็ตาม?

มัทอยากร่วมงานกับ PT OT นักโภชนากร Speech Pathologist พยาบาล หมอ นักการภารโรง เภสัช นักสังคมสงเคราะห์ นักจัดกิจกรรม ฯลฯ ต้องช่วยกันหมดค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวกับพี่น้องผองเพื่อนวิชาชีพอื่นด้วย ณ ที่นี้นะคะ