ครับผม คุณเบิร์ด

ผมเองก็ไม่มีข้อมูลเชิงลึกของทั้งสองเหตุการณ์เพื่อมาเปรียบเทียบกันได้นะครับ ข้อมูลเรื่องการปฏิวัติหรือสงครามประชาชนของ พคท.แม้จะมีอยู่บ้างก็เป็นการอ่านหรือฟังจากนักเขียนหรือผู้อยู่ในเหตุการณ์ บวกกับหลักการของการปฏิวัติสังคมของ พคท. ที่อาจจะได้ศึกษามาบ้างทางกฎหมายระบบสังคมนิยม

แต่สำหรับเรื่องราวทางใต้นั้น มืดแปดด้านจริง ๆ ครับ ได้แต่คิดเองเองว่าเรื่องราวมันช่างคล้ายคลึงกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นทางเหนือและอีสาน ( ที่จริงทางใต้ ก็มี พคท. และทหารป่าเช่นกันนะครับ )

ผมว่าในทางหลักการปฏิวัติ และการต่อต้านอำนาจรัฐนั้น ไม่ต่างกันมากครับ แต่ปัจจุบันอาจจะปลุกในเรื่องผลประโยชน์กลุ่มที่เป็นเรื่องการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เข้ามาด้วยเยอะหน่อย เรื่องพลังงาน เรื่องอาหาร ที่คุณเบิร์ดกล่าวไว้แล้วนั่นน่ะครับ ผมว่า

ประเด็นเรื่องการเมืองระหว่างประเทศนั้นก็ยังเป็นประเด็นคลาสสิค ทุกยุคสมัยอยู่แล้ว สมัยก่อนคือสงครามเย็น แล้วก็แย่งชิงพื้นที่ยึดครองความคิดสังคม ปัจจุบันแย่งทรัพยากร ความอุดมสมบูรณ์ เป็นเรื่องใหญ่

ประเด็นเรื่องสงครามปลดแอก ก็คล้าย ๆ กันนะครับ แย่งชิงมวลชน ซุ่มโจมตีแบบกองโจร ปฏิบัติการจิตวิทยาสนามรบ อย่างเด็ก ผู้หญิงที่ถูกดึงมาเกี่ยว เรื่องราวเหล่านี้ มันก็เป็นยุทธศาสตร์และยุทธวิธีเดิม ๆ ที่ใช้ได้ผลมานาน

แต่เรื่องท้องถิ่น หรือวัฒนธรรมนิยม นี่สิครับ ยิ่งก้าวไปเรื่องศาสนานิยม นี่เรื่องใหม่เอี่ยมอ่องในประเทศไทยครับ มันจึงน่าคิดว่า เรื่องราวทางใต้เกิดจากการเพาะบ่ม ทางความคิดรักถิ่น ประเพณี วัฒนธรรม หรือว่าการปลุกระดมเรื่องสงครามศักดิ์สิทธิ์หรือองค์กรก่อการร้ายข้ามชาติ

เมื่อรวมความแล้วมันมีความเหมือนที่แตกต่างครับ แต่ส่วนที่แตกต่างนี่ก็ยังมีความเป็นเรื่องความมั่นคงระหว่างประเทศอยู่บ้าง มาถึงตรงนี้ผมก็หมดความคิดเห็นแล้วล่ะครับ เพราะการเมืองระหว่างประเทศตอนนี้ หากพูดถึงองค์กร ก่อการร้ายข้ามชาติ ก็ดูว่าแต่ละประเทศก็โยนไปมา ไม่ได้ยอมรับว่าประเทศใครเป็นที่อยู่ของพวกเขาเหล่านั้น

ที่สำคัญว่า พวกเขามีจริงหรือไม่ เป็นเครื่องมือของใคร กันแน่ หรือถ้ามีจริง เขาสังกัดสังคมประเทศใด