ได้อ่านบันทึกการไปทำบุญของอาจารย์ก็รู้สึกอิ่มเอิบตามไปด้วยจริงๆคะ เหมือนได้ไปด้วยคะ ขอรดน้ำปีใหม่ไทยอาจารย์เชษฐจากใจจริงผ่านทางคอมพิวเตอร์ ขอให้ อาจารย์มีสุขภาพแข็งแรงมีความสุข รวมทั้งครอบครัวด้วยคะ
ส่วนตัวเคยไปวัดชลประทานรังสฤษฎ์ 3 ครั้ง ครั้งแรก นานมากๆแล้ว ครั้งยังเรียนหนังสือ ไปงานเผาศพคุณพ่อเพื่อนประทับใจกับความเรียบง่ายของการจัดงานศพแบบวัด และเมื่อปีที่แล้วเพิ่งไปงานศพคุณแม่เพื่อนที่ทำงานอีกครั้งก็คง conceptเดิม ทำให้ตระหนักได้ว่าชีวิตนี้เรียบง่ายไม่ควรยึดติดอะไรจริงๆ เสียดายมิได้มีเวลาเดินดูบริเวณวัด
ครั้งที่สาม เมื่อ ธค 50 นี้เอง ตั้งใจดั้นด้นไปเพื่อขอ(ซื้อ)หนังสือสวดมนต์ของวัด เป็นบทสวดเดียวกับที่ใช้ที่สวนโมกข์ เพราะได้ไปสวดครั้งปฎิบัติธรรมร่วมกันกับ อาจารย์สันติกโร เพื่อนๆ ครั้งงานของโกมลคีมทองที่จันทบุรีแล้วประทับใจมากเกิดปิติอิ่มเอิบกับทุกบทสวดโดยเฉพาะบทสวดหน้าที่ว่าด้วยเรื่อง "ที่เราจะไม่ยอมให้นายช่างปลูกเรือน(ตัณหา)มาสร้างเรือนในใจเราได้อีก เราจะหักโค่นตัดมันเสีย" แต่ก็ได้ไปฟังสวดงานศพท่านอาจารย์ปัญญานันทภิกขุเสียด้วยเลย
พักหลังมานี้ ได้ฟังเทศที่วัดไม่ว่างานศพหรืองานบุญ ตัวเองมักจะตั้งใจฟังและก็ได้คำสอนดีดีติดมาทุกครั้ง ขอบคุณที่อาจารย์ยกเรื่องพรหมวิหารสี่ โดยเฉพาะในบ้าน(พ่อ แม่)มาได้ตอกย้ำเตือนสติอีกครั้ง เป็นสิ่งควรน้อมนำมาใส่ตัวเรา พ่อแม่เป็นตัวอย่างกับลูกๆ จริงๆ เคยประทับใจอย่างแรงกับบทความในมติชนที่ลงเรื่องพรหมวิหารสี่มาแล้ว ครั้งที่พระพรหมเอราวัณถูกทุบ และคนกังวลว่าเมื่อสร้างใหม่แล้วจะทำพิธีอันเชิญอย่างไรให้พระพรหมกลับมาอยู่เป็นสิริมงคลเช่นเดิม บทความเขียนสรุปลงท้ายแล้วทำให้อิ่มเอิบว่า อันที่จริงไม่ต้องกับวลเลยเพราะไม่ต้องไปหาที่ไหนพรหมอยู่ในใจเราทุกคนนี่แหละแหละ
ขอบคุณอาจารย์อีกครั้งสำหรับการย้ำเตือน
เสียงสวดมนต์อันพร้อมเพรียงที่สร้างศรัทธาที่อาจารย์เล่า จะเป็นประหนึ่งเป็นโกอาน (อุปมา)ได้ดีทีเดียว ฟังแล้วผึ้งนึกถึงคำว่า "getting in tune" =เมื่อใดที่เรากลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับสิ่งแวดล้อมรอบๆตัวเรา ไม่ขัดแย้งทั้งภายในภายนอก กับตัวเราเองและคนอื่นนั่นแหละเราก็มีความสุข มีคุณค่า =harmony นี้เป็นเป้าหมายชีวิตที่ตัวเองอยากไปถึง
ขอบคุณอาจารย์มากคะสำหรับบันทึกเรียบง่ายในวันดีดี
สวัสดีสงกรานต์ กับเพื่อนๆท่านด้วยพร้อมกันเลยนะคะ ขอให้มีความสุขสุขภาพแข็งแรงนะคะ