คุณหมอครับ ผมคิดว่าท่าเรือหางยาวที่จะไปดูโลมาสีชมพูไม่ได้อยู่หน้าสุภารีสอร์ทครับ แต่น่าจะอยู่ไม่ไกลกันมาก เพราะตอนผมนั่งรถจากราชาคีรีรีสอร์ทใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง เป็นรถตู้ของสุภารีสอร์ทมารับ แต่เราสามารถติดต่อได้ทุกโรงแรมว่าเราจะไปดูโลมาสีชมพู โรงแรมเค้าจะจัดเป็นแพ็คเก็จให้ครับ ขอแนะนำว่าให้ลงเรือช่วงเช้าตรู่ น่าจะประมาณ 6 โมงกว่า จะได้ไม่ร้อนแล้วเตรียมปลาสดตัวเล็กๆไปเล่นกับโลมาด้วยครับ ผมไม่ได้เอาอะไรไปเลย คนเรือเพิ่งบอกตอนอยู่บนเรือแล้วว่าถ้าเรามีปลาสดไปให้เค้าเค้าจะว่ายมากินข้างๆเรือเลยครับ เสียดายจริงๆ อ้อโลมาไม่กินขนมปังหรือเลย์หน่ะครับ
ตอนผมไปนั่งเรือนั้นไปประมาณ 7 โมงกว่าเกือบ 8 โมงแล้วอากาศเริ่มร้อน ถ้าสายกว่านั้นโลมาจะออกทะเลใหญ่เพื่อหลบน้ำลดครับ และนี้ผมคืดเอาเองว่าเค้าคงจะหลบร้อนด้วย
พี่แจ๋วครับ ผมก็ยังสงสัยว่าจนบัดนี้ว่าทำไมต้อง ไข่ปิ้งกับปลาดุกย่าง จะลองสอบถามคนนคร'ดูถ้าได้คำตอบจะรีบมาจดบันทึกไว้ครับ ส่วนกล้องถ่ายรูปนั้นนี้เป็นครั้งแรกที่ผมลืมนำกล้องติดตัวไปเวลาไปเที่ยว เจ็บใจจริงๆ แต่ถึงมีไปผมก็ไม่แน่ใจว่าจะถ่ายโลมาได้หรือเปล่าเพราะว่าเค้าผลุบๆโผล่ๆ กระโดดขึ้นมาเหนือน้ำตามจังหวะความต้องการของเค้าเอง ไม่มีการสอนอะไร แต่ที่แน่ๆผมได้เห็นศิลปะที่ธรรมชาติสร้างขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ น่าจะต้องใช้เวลาเป็น ร้อยๆพันๆปีในการสร้างสรรค์ศิลปะชิ้นยักษ์อันนี้ ที่ผมพูดถึงนี้คือ เกาะครับ พื้นผิวของเกาะจะเห็นร่องรอยของหินเป็นชั้นๆแต่ที่สวยงามมากคือแบ่งเป็นชั้นๆและโค้งไปโค้งมาเหมือนเราเอามีดไปกรีดหินเป็นชั้นๆแต่ไม่ใช่กรีดเป็นเส้นตรงหน่ะครับแต่กรีดเป็นเส้นโค้งน่าดูชมและแปลกตามากครับ ตรงนี้หล่ะครับที่ผมเสียกายสุดๆ
ส่วนไข่ปิ้งนั้นแม่ค้าเค้าใช้ไข่ไก่มาปิ้งจริงๆ (เพราะเดียวนี้บางเจ้าเอาไข่ไปต้มก่อนแล้วนำมาปิ้งเพื่อประหยัดเวลา)ปิ้งจนไข่ขาวมรสีเหลืองออกน้ำตาล เหนียวหนึบนิดหน่อย ไม่นิ่มๆเหมือนไข่ต้ม มีความหอมของการย่างไฟออกมาจากตัวไข่เวลาเราทานเลยครับ (ลองนึกภาพปลาหมึกย่างกับปลาหมึกลวกครับพี่แจ๋ว)เด็กๆทานกันคนละ2ลูกแล้วเรียกร้องจะทานอีกแต่ว่าไม่ได้กลับรถไปซื้อหรอกครับ สนองนโยบายประหยัดพลังงานครับ