เล่าเสริมจากอ.หน่องนิดนึงค่ะ..ช่วงที่รอด่าน ตม.ลาวซึ่งทำงานเรียกว่า โคตระช้ามั่กๆๆ

ก็ได้เห็นอีกวัฒนธรรมค่ะ..บรรยายโดยพี่หมู..แต่ภาพนั้นทุกคนที่นั่งรถตู้คันเดียวกับส้ม.

เห็นเหมือนกันหมดเลยค่ะ...มีร้านขายของบริเวณด่าน..พ่อลูกคู่หนึ่งกำลังนั่งอยู่หน้าร้านเป็น

ประมาณร้านขายมือถือค่ะ สายตาพวกเราก็เหลือบไปเห็นชุดของเด็ก พี่หมูแกก็เลยบอกว่า

ชุดแบบนี้ ตอนหลานแกเล็กๆๆแกเคยตัดให้หลาน ...เป็นชุดหมี ตัดเป้าเป็นวงกลมๆๆ ถ้าเป็นชุดสมัยนี้ก็จะสามารถแกะกร้องะดุมได้เหมาะสำหรับเวลาเด็กจะอึหรือฉี่ ซึ่งเด็กคนนั้นก็ใส่แบบที่ว่า..เพียงแต่มันเปิดตลอดเวลา...ระหว่างที่คุยไปก็ปรากฏว่าเด็กคน

นั้นก็นั่งอึหน้าร้าน เสร็จก้อนนึงก็ย้ายที่มาอีกที พอเสร็จภาระกิจ พ่อก็เอาทิชชูเช็ดก้นให้ลูกด้วยท่าคลาสสิก (พี่เก๋บอกงั้นค่ะ) ยกขาเด็กขึ้นข้างแล้วก็เช็ดอย่างบรรจง จากนั้นก็ทิ้งทิชชูบนกอง...ต่อมาซักหลายอึดใจจนคนแอบดูก็คิดไปต่างๆๆนาๆๆว่าทำไม

ไม่จัดการอะไรซักทีเนี่ย..เท่านั้นพ่อก็เหมือนรู้คะ...ไปหยิบไม้กวาดและที่ตักผงมา..ปล่อย

ให้เราลุ้นอยู่ได้...แล้วก็เิดินเลย กอง...ซะงั้น มาเก็บกวาดขยะอื่นๆๆ..เฮ่อไม่เก็บซะที่เดี๋ยวใครมาเจอก็...โชคดีแย่เลย..แต่ไม่เป็นอย่างนั้นค่ะ

พ่อเค้ากวาดขยะไปด้วย...แล้วก็เลยมาตักทรายเพื่อไปกลบ..ก่อนเก็บกวาดอีกที..

ภูมิปัญญาท้องถิ่นจริงๆๆเลยนะคะเนี่ย เพราะลำพังถ้าตักเลยคงเละเลยเอาทรายมาช่วยก่อนแถมไม่ทำลายธรรมชาติอีกต่างหาก

.....เล่าไปก็ขำไปทุกครั้งประทับใจสุดๆๆก็เรื่องห้องน้ำนี่แหล่ะคะ..เพราะไม่ได้ทำใจ

ไปประสบพบเจอ...แต่ประสบการณ์อื่นๆๆนั้นก็มากเกินบรรยายค่ะ..โดยเฉพาะการที่เรา

ได้กัลยาณมิตร เพิ่มอีกมากมายอันนี้ถือเป็นกำไรอันสูงค่าจากการออกหน่วยแพทย์วจีบำบัดในครั้งนี้