71. วัฒนพงค์ ขันทองดี
เมื่อ อ. 19 ก.พ. 2551 @ 17:54
551389 [ลบ]
บทความอภิปราย จินตภาพอุดมศึกษา- ก้าวใหม่หลังการปฏิรูป สรุปบทความ กล่าวถึงการปฏิรูปการศึกษาในแนวทางด้านความคิดและแนวโน้มความน่าจะเป็นและในบางประเด็นก็ได้เกิดขึ้นและมองภาพในอนาคตข้างหน้าซึ่งผู้เสนอแนวทางหรือทิศทางดังนี้ 1.กระบวนการแปรบริการอุดมศึกษาให้เป็นสินค้า ( Commodification) เกิดแรงจาการกระตุ้นทางด้านการตลาดมีความต้องการแรงงานหรือบุคคลที่มีศักยภาพและสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและเอกชนต่างต้องตอบสนองความต้องการและเมื่อมีแรงกระตุ้นมากผลผลิตออกมามากโดยมุ่งแต่ปริมาณเลยลืมนึกถึงคุณภาพเช่นอาหาร ( fast food ) *แนวคิดมีความหลากหลายในการแปรความหมายเพราะในการจัดการศึกษายังมีเช่นผลิตเพื่อป้อนตามความต้องการของตลาดจริงเห็นด้วย 30% 2.ความหลากหลายของบริการอุดมศึกษา (Product Differentiation ) เกิดการแข่งขันกันในการจัดหลักสูตรที่หลากหลายและใหม่เพื่อให้ทันความต้องการของตลาด สถาบันทางการศึกษาของรัฐ การตอบสนองความต้องการของตลาดด้วยการผลิตบริการอุดมศึกษาที่มีลักษณะหลากหลายมีผลต่อการประกอบภารกิจและคุณภาพของมหาวิทยาลัยสนใจการจัดการเรียนการสอนมากว่าการผลิตองค์ความรู้สำหรับสังคมไทยการมุงเดินทางการตลาดทำให้คุณภาพทางการศึกษาเสื่อมทรามลง *เกิดการแข่งขันกันมากมายมิใช่แต่การศึกษาอย่างเดียวยังมีอีกหลายสาขาอาชีพที่มีการแข่งกันเนื่องจากผลประโยชน์และความเป็นไปได้เห็นด้วย 50% 3.มหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (Research University)มหาวิทยาลัยจำนวนไม่น้อยวาดฝันว่า จะพัฒนาไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย จากการพัฒนาแรกๆเราคาดหวังว่ามหาวิทยาลัยมีหน้าที่หรือภารกิจหลักในการผลิตกำลังคนเพื่อป้อนหน่วยงานต่างๆมีหน้าที่จัดองค์กรแห่งการเรียนรู้ การจัดองค์กรยังขาดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องยังยึดรูปแบบเดิมๆเพียงแต่เน้นการปรับโครงสร้างเงินเดือนให้สูงขึ้นและมีนโยบายให้มหาวิทยาลัยออกนอกระบบ *เป็นการแสดงทัศนะที่แสดงผลในการล้มเหลวในการศึกษาบางมหาวิทยาลัยเท่านั้นซึ่งกระผมคิดว่ามีความเป็นจริงประมาณบ้างเห็นด้วย 20% และแม้สังคมการศึกษาของเราอาจมีความเป็นไปได้หรือไม่นั้นเราต้องอาศัยทุกฝ่ายร่วมมือซึ่งกันและกัน 4.ระบบธรรมาภิบาลของมหาวิทยาลัย (University Governance) การบริหารจัดการสถาบันอุดมศึกษาของรัฐมิได้เป็นไปตามหลักธรรมมาภิบาล ขาดความรับผิดชอบ ขาดการมีส่วนร่วมและความโปร่งใส *เห็นด้วยเพราะระบบการบริหารการจัดการสถาบันอุดมศึกษาส่วนใหญ่มิได้เปิดโอกาสให้สมาชิกในชุมชนมหาวิทยาลัยเดียวกันมีส่วนร่วมในการกำหนดเส้นทางการพัฒนาและการใช้ทรัพยากรการตัดสินใจในเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องของกลุ่มคนไม่กี่คน การรวบและยึดอำนาจพรรคพวก หรือการกินตามลำดับและแบ่งผลประโยชน์และการเดินสายสอนหนังสือของอาจารย์ 5.ระบบการคลังเพื่อการอุดมศึกษา (Higher Education finance) การจัดสรรงบประมาณที่มีความเหลื่อมล้ำต่ำสูงของงบประมาณที่แต่ละมหาวิทยาลัยได้รับไม่เท่ากัน ส่งผลต่อการศึกษาโดยตรงเช่นฐานะทางเศรษฐกิจครอบครัว แม้มีกองทุนให้กู้ยืมแต่ก็มีจำกัดและไม่ทั่วถึง * เห็นด้วย 35%เพราะส่วนใหญ่ก็มีให้กู้แต่ก็ยังไม่เต็มร้อยเปอร์เซนต์และแต่ละมหาวิทยาลัยก็มีจำนวนนักศึกษาไม่เท่ากัน การบริหารจัดการแตกต่างกัน การเงินอาจจะไม่เหมือนกัน 6. สากลานุวัตรของการอุดมศึกษา (Internationalization of Higher Education) การที่สังคมไทยมีการขยายโอกาสทางการศึกษาโดยที่มีการนำระบบการเปิดเสรีทางการศึกษาโดยใช้หลักสูตรนานาชาติซึ่งมีอยู่เกลื่อนและมากมายทั้งของรัฐและเอกชน และมีมหาวิทยาลัยจากประเทศที่พัฒนาแล้วมุ่งสู่ประเทศที่ด้อยพัฒนาและทำให้เกิดการแข่งขันกันมากแม้ประเทศที่ด้อยพัฒนาอาจได้รับผลประโยชน์ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีและวิทยาการใหม่แต่ก็มีการแข่งขันกันมากขึ้น * เห็นด้วยว่ามีการขยายเช่นหลักสูตรนานาชาติแต่ก็มีส่วนแบ่งในการจัดการศึกษาและแม้ปัจจุบันเริ่มมีมามากและทำให้เกิดค่านิยมทางการศึกษาที่ใหม่ๆเป็นเงาตามมา การจะปฏิรูปอุดมศึกษาต้องยึดหลักการคือ 1.จะต้องมีคำตอบคำถามพื้นฐานเกี่ยวกับการปฏิรูป 1.1จะปฏิรูปอุดมศึกษาในด้านใด(What ) ปัญหาของระบบอุดมศึกษาอยู่ที่ไหน เช่นโครงสร้าง ,คุณภาพของครูอาจารย์ คุณภาพของนักศึกษา ,หลักสูตร,การจัดการเรียนการสอน,โครงสร้างแรงจูงใจ 1.2จะปฏิรูปการศึกษาอย่างไร (How) จะรื้อระบบอุดมศึกษาทั้งระบบหรือจะปฏิรูป เป็นส่วนๆ การปฏิรูปต้องมีลำดับขั้นในการดำเนินการหรือไม่และข้อต่อของการปฏิรูปมีผลกระทบลูกโซ่หรือไม่ 1.3จะปฏิรูปอุดมศึกษาเพื่อใคร (For Whom) จะปฏิรูปเพื่อให้ระบบอุดมศึกษารับใช้ สังคมไทยหรือปฏิรูปเพื่อให้ระบบเศรษฐกิจมีความสามารถในการแข่งขันในสังคม เศรษฐกิจโลก 2จะปฏิรูปการศึกษาได้จักต้องมีพลังในการขับเคลื่อนกระบวนการปฏิรูป 2.1 พลังในการขับเคลื่อนการปฏิรูปอุดมศึกษามีทั้งภายในประเทศและพลังจากต่างประเทศ พลังภายในประเทศมีทั้งพลังภายในสถาบันและภายนอกสถาบันอุดมศึกษา 2.2 พลังการปฏิรูปภายในสถาบันอุดมศึกษาจักต้องเป็นพลังหลักในการขับเคลื่อนกระบวนการปฏิรูป เพราะมิอาจมุ่งหวังพึ่งพลังอื่นใดได้ 3จะปฏิรูปการศึกษาได้จักต้องมีการออกแบบเชิงสถาบัน (Institutional Design) ที่เหมาะสม 3.1โครงสร้างสถาบันให้เป็นแรงดึงดูดบุคลากรเข้ามาร่วมทำงานเช่นเงินรางวัลตอบแทน 3.2โครงสร้างของวิจัยการพัฒนา สนับสนุนการผลิตความรู้ การลงทุนทางด้านการศึกษา การบริหาร และวิชาการให้เพียงพอและเกื้อกูลกันในกระบวนการปฏิรูป 3.3การแบ่งบทบาทหน้าที่ในการปฏิรูประหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนเป็นกติกาที่สำคัญมีความชัดเจนในการกำหนดบทบาทและหน้าที่ การแก้ไขนั้นสามารถทำได้โดยทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือร่วมใจในการแก้ไขและมองภาพในองค์รวมและผลกระทบโดย กำหนดบทบาทให้ชัดเจนไม่ยึดพรรคพวก ใช้หลักธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการและปรับโครงสร้างหลักสูตรให้เหมาะสมและความต้องการของตลาดโดยมีการกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดและมุ่งเน้นคุณภาพควบคู่กับปริมาณ สนับสนุนด้านงบประมาณที่เหมาะสมมีแรงดึงดูดใจในการทำงาน และพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อมุ่งสู่ อนาคตที่ยั่งยืน แสดงความคิดเห็น ผู้เขียนบทความแสดงให้เห็นความชัดเจนในเรื่องระบบและวิธีการปรับปรุงแก้ไขและข้อเสนอแนะได้ดีทำให้เห็นภาพและเห็นด้วยโดยรวมในการจัดสถาบันอุดมศึกษามีปัญหามากมายขาดความมีเสถียรภาพและจุดยืนที่ไม่แน่นอนเกิดการแข่งขันโดยระบบโครงสร้างการบริหาร การจัดการและงบประมาณยังมีช่องโหว่ บุคลากรยังไม่มีคุณภาพ และสะท้อนสู่ผลผลิตที่นับวันจะมีแต่จำนวนหรือปริมาณแต่ไม่คุณภาพและประสิทธิภาพโดยผู้เขียนบทความได้มองให้เห็นอย่างเด่นชัดรวมทั้งแนวทางที่สามารถแก้ไขได้ในบางประเด็น และหากมองให้ลึกและกว้างปัญหาทุกสิ่งสามารถแก้ไขได้แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง.จะต้องมีหลักดังที่ผู้เขียนได้กล่าวไว้ จะปฏิรูปอุดมศึกษาในด้านใด(What )ปัญหาของระบบอุดมศึกษาอยู่ที่ไหน เช่นโครงสร้าง ,คุณภาพของครูอาจารย์คุณภาพของนักศึกษา ,หลักสูตร,การจัดการเรียนการสอน,โครงสร้างแรงจูงใจ จะปฏิรูปการศึกษาอย่างไร (How) จะรื้อระบบอุดมศึกษาทั้งระบบหรือจะปฏิรูปเป็นส่วนๆ การปฏิรูปต้องมีลำดับขั้นในการดำเนินการหรือไม่และข้อต่อของการปฏิรูปมีผลกระทบลูกโซ่หรือไม่ จะปฏิรูปอุดมศึกษาเพื่อใคร (For Whom) จะปฏิรูปเพื่อให้ระบบอุดมศึกษารับใช้สังคมไทยหรือปฏิรูปเพื่อให้ระบบเศรษฐกิจมีความสามารถในการแข่งขันในสังคม เศรษฐกิจโลกจะปฏิรูปการศึกษาได้จักต้องมีพลังในการขับเคลื่อนกระบวนการปฏิรูปพลังในการขับเคลื่อนการปฏิรูปอุดมศึกษามีทั้งภายในประเทศและพลังจากต่างประเทศ พลังภายในประเทศมีทั้งพลังภายในสถาบันและภายนอกสถาบันอุดมศึกษา พลังการปฏิรูปภายในสถาบันอุดมศึกษาจักต้องเป็นพลังหลักในการขับเคลื่อนกระบวนการปฏิรูป เพราะมิอาจมุ่งหวังพึ่งพลังอื่นใดได้จะปฏิรูปการศึกษาได้จักต้องมีการออกแบบเชิงสถาบัน (Institutional Design) ที่เหมาะสม โครงสร้างสถาบันให้เป็นแรงดึงดูดบุคลากรเข้ามาร่วมทำงานเช่นเงินรางวัลตอบแทน โครงสร้างของวิจัยการพัฒนา สนับสนุนการผลิตความรู้ การลงทุนทางด้านการศึกษา การบริหาร และวิชาการให้เพียงพอและเกื้อกูลกันในกระบวนการปฏิรูป การแบ่งบทบาทหน้าที่ในการปฏิรูประหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนเป็นกติกาที่สำคัญมีความชัดเจนในการกำหนดบทบาทและหน้าที่