• บางคนถือคติว่า ...ล้ม เพราะก้าวไปข้างหน้าดีกว่ายืนเต๊ะท่าอยู่กับที่...ก็มีนะครับ (ผมเอง)
  • คำนวณแล้วประมาณ 2 ปีครั้งครับ
  • ครั้งแรกอยู่ Software House เจ้านายเขาเปลี่ยนจากที่เน้นการผลิต Software มาขาย H/W และเน้นการให้บริการแทน ประกอบกับ โครงการด้าน Software บางโครงการล้ม (จริง ๆ ไม่ได้ล้มแต่ปิดงานไม่ได้ บานปลาย ขาดทุน) ทำให้หัวหน้าโครงการลาออก และก็มีผมกับเพื่อนสนิทมากคนใดคนหนึ่งต้องขึ้นไปแทน ...ประกอบกับผมโดนทาบทามขอซื้อตัวจากลูกค้าที่เราไปเขียนโปรแกรมให้หลายเจ้าทีเดียว ตอนที่ตัดสินใจลาออก เจ้านายอยู่ที่สิงค์โปร์ พอท่านกลับมาก็คุยกันอย่างหนัก ผมแสดงสปิริตโดยจะรับผิดชอบโครงการที่ดูแลอยู่ให้ต่ออีก 3 เดือน
  • ครั้งต่อมาตอนจะเข้ามารับราชการ ตอนนั้นอยู่บริษัทขายวัสดุก่อสร้าง กลับไปกินข้าวกับแม่คราใด สิ่งที่คุยกันเกือบทุกครั้งคือ แม่อยากให้มารับราชการ เพื่อตอบแทนคุณก็ขัดไม่ได้ ประกอบกับตอนนั้นเรารับผิดชอบงานเกินตัวมาก จากหัวหน้าฝ่ายคอมพิวเตอร์ ไปอาสาทำงานเกือบทุกอย่างของบริษัท ทั้งนี้เพราะยุคนั้น ผมประยุกค์งานทุกอย่างเป็นคอมพิวเตอร์ทั้งหมด แม้แต่ระบบสั่งซื้อสินค้า ระบบจัดรถขนส่ง แม้แต่การประเมินราคาสินค้าลูกค้ารายตัว ทุกระบบแทบได้ว่าอิงคอมพิวเตอร์ทั้งหมด (สิบกว่าปีที่แล้ว) สุดท้ายเราก็ทำงานเกินตัวไปจัดการพวกทุจริตขึ้นของเกิน ออกงาน ไปหลายคน และต้องดูแลระบบ Vat เดือนละกว่า 30 ล้าน ตอนนั้นผมอายุแค่ 23 ปีเองครับ เมื่อต้องลาออกเฮีย (ผู้จัดการ)ก็จะเพิ่มเงินเดือนให้เป็นเท่าตัว ผมก็ไม่เอา เพราะขัดแม่ไม่ได้ สุดท้านเฮียก็ทัดทานไม่ได้ และพูดว่า ถ้าไม่ใช่แม่เองเฮียไม่ให้ลาออก หลังจากลาออกผมสัญญากับตัวเองว่า จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นเวลาอย่างน้อย 10 ปี เพราะข้อมูลการค้าเกือบทั้งอีสานอยู่ในมือผม
  • พอรับราชการผมก็ย้ายงาน เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อ 2 ปีที่แล้วก็เป็นหน่วยงานที่ 5 แล้วครับ
  • อิ อิ โม้มากไปหน่อยขออภัยด้วยครับ