รายงาน “การให้ความช่วยเหลือด้านสุขภาพ” กรณีเด็กต่างชาติ เด็กชายยีโดยเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN) ผู้ป่วย ด.ช. ยี ชาวพม่า มีฐานะยากจน ไม่มีสิทธิ์ในการรักษาอาการป่วย ตรวจเบื้องต้นแพทย์วินิจฉัยว่า ป่วยเป็นโรคหัวใจรูมาติกความช่วยเหลือ ครั้งที่ 1. ส่งตรวจที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร ครั้งที่ 2. ส่งตรวจที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี เบื้องต้นทางศูนย์ LPN ได้รับแจ้งคำร้องจากนางสาวยีน ไม่มีนามสกุล เลขที่บัตรต่างด้าว 00 7401 103571 8 ว่าประสบปัญหาการรักษาพยาบาล ด.ช.ยี ชาวพม่า อายุ 11 ปี ป่วยด้วยโรคหัวใจ สังเกตเห็นจากหน้าอกข้างซ้ายโป่งนูนชัดและมีอาการหัวใจเต้นแรง เหนื่อยหอบ ทางพี่สาวได้แจ้งว่าเคยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร ซึ่งในส่วนของแพทย์ได้วินิจฉัย ด.ช.ยี ว่าเป็นโรคหัวใจรูมาติกโดยรับยาฆ่าเชื้อป้องกันเชื้อเข้าสู่ลิ้นหัวใจ ไว้รับประทาน อีกทั้งทางโรงพยาบาลสมุทรสาครประสบปัญหาเครื่องตรวจหัวใจ Echo ของชำรุด และไม่มีนโยบายในการรักษาต่างด้าวที่ไม่มีการจดทะเบียน กับต่างด้าวที่ไม่มีบัตรต่างด้าว อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการตรวจรักษาและผ่าตัดสูงมาก ทางศูนย์จึงประสานงานขอความอนุเคราะห์ ไปยังผู้อำนวยการ “สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี” และนำผู้ป่วยเข้าตรวจรักษาเพื่อเข้ารับการรักษาขั้นต่อไป ประวัติการรักษาครั้งที่ 1 โรงพยาบาลสมุทรสาคร วันที่ 29 – 30 มกราคม 2549 : เข้าพักรักษา(admit) โดยแพทย์วินิจฉัยว่าเด็กป่วยเป็นโรคหัวใจโต และแจ้งให้ญาติพาตัวผู้ป่วยไปรักษาที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ วันที่ 11 มีนาคม2549 : เจ้าหน้าที่ LPN พาผู้ป่วยเข้าตรวจตามแพทย์นัด โดยเด็กมีอาการไอแห้ง ๆ มีไข้ น้ำมูกไหล และเจ็บหน้าอก เนื่องจากมีอาการไอมาตลอด 3 เดือน หน้าเหลือง ตาเหลือง แพทย์หญิงปาริชาติ แนะนำให้ทำการตรวจคลื่นหัวใจโดยละเอียดด้วยเครื่องตรวจ Echo เพื่อยืนยันผลการวินิจฉัย วันที่ 24 เมษายน 2549 : เจ้าหน้าที่ LPN พาผู้ป่วยเข้าตรวจตามแพทย์นัดอีกครั้ง เด็กมีอาการหน้าอกด้านซ้ายใหญ่ขึ้น แต่ทางโรงพยาบาลประสบปัญหาเครื่องตรวจ Echo ชำรุด จึงประสานงานทางโรงพยาบาลเพื่อทำเรื่องขอ Refer ไปยังโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ แต่ทางโรงพยาบาลสมุทรสาครไม่สามารถทำการ Refer ผู้ป่วยเนื่องจากเด็กไม่มีสิทธิ์ในการรักษาพยาบาล และเป็นต่างด้าวพม่า ประสบปัญหาไม่มีค่าใช้จ่ายในการรักษาผ่าตัด เจ้าหน้าที่ LPN จึงประสานขอความอนุเคราะห์ไปยังหน่วยงานสังคมสงเคราะห์เพื่อดำเนินการรักษาขั้นต่อไป นายแพทย์เอกพร พรรณเชษฐ์ ทำการตรวจวินิจฉัยว่าเด็กเป็นหัวใจรั่ว แต่ไม่สามารถทำการรักษาขึ้นต่อไปได้เนื่องจากทางโรงพยาบาลไม่มีนโยบายช่วยเหลือต่างด้าวที่ไม่มีสิทธิ์และไม่มีการจดทะเบียน โดยจะไม่ให้การรักษาใด ๆ ต่อไป วันที่ 18 กรกฎาคม 2549 : เจ้าหน้าที่ LPN พาผู้ป่วยเข้า Admit ที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร ด้วยอาการหอบเหนื่อย ไม่สามารถหายใจได้ด้วยตัวเอง และเด็กมีอาการเชื้อเข้าสู่ลิ้นหัวใจ ครั้งที่ 2 สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี วันที่ 20 กรกฎาคม 2549 : เจ้าหน้าที่ LPN พาผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลสมุทรสาคร เพื่อเข้ารักษาตัวต่อที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี โดยแผนก ER ได้ให้ยืมชุดถังออกซิเจนในการเดินทาง โดยทางสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี นัดตรวจ Echo หัวใจเด็กอีกครั้งวันที่ 25 กรกฎาคม 2549 วันที่ 25 กรกฎาคม 2549 : เจ้าหน้าที่ LPN พาผู้ป่วยเข้าตรวจ Echo หัวใจตามแพทย์นัด โดยครั้งนี้ทางสังคมสงเคราะห์สถาบันฯ เป็นผู้อนุเคราะห์ค่าใช้จ่าย ซึ่งจากผลการตรวจทีมแพทย์แนะนำให้ผู้ป่วยทำการผ่าตัด Balloon หัวใจโดยด่วน ซึ่งผลการตรวจออกมาดังนี้ ECHO DIAG Rheumatic MS (105.0) Detail Echocardiographic Diagnosis : Mitral Stenosis Severe Rheumatic MS- MV A PHT 1.03 cm2- MPG 19 mmHg- Calcify mitral annulus and papillary muscles- Smoky appearance of the LA- No clot was seen in LA appendageMild MRMild TR, PG 120 mmHgNormal tricuspid, pulmonic and aortic valves โดยทีมแพทย์ขอนัดยืนยันการผ่าตัดในวันที่ 9 สิงหาคม 2549 ซึ่งทางเจ้าหน้าเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน ได้ดำเนินการประสานงานไปยังองค์กรและหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อขอความอนุเคราะห์ค่าใช้จ่ายในการรักษาผ่าตัดให้กับผู้ป่วย แต่ยังประสบปัญหาเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายซึ่งยังไม่สามารถรองรับการช่วยเหลือครั้งนี้ โดยเบื้องต้นค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดอยู่ที่ 80,000 บาท (ไม่รวมค่าAdmit และค่ายาหลังจากผ่าตัด)